นวัตกรรมกล้าเสียบยอด
พืชสามารถเจริญเติบโตได้ดีหรือไม่ดีนั้น ปัจจัยแรกขึ้นอยู่กับ “เมล็ดพันธุ์หรือต้นพันธุ์” ที่นำมาปลูก หากเลือกใช้เมล็ดพันธุ์หรือต้นพันธุ์คุณภาพดี มีการบำรุงดิน ดูแลให้น้ำ ใส่ปุ๋ยอย่างเหมาะสม การเพาะปลูกพืชให้ประสบความสำเร็จ ก็ไม่ใช่เรื่องยากแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม “โรคเหี่ยวเขียว หรือ โรคเหี่ยว” นับเป็นโรคพืชสำคัญที่เป็นภัยคุกคามสร้างความเสียหายให้กับพืชเศรษฐกิจมากกว่า 200 ชนิด เช่น มะเขือเทศ มะเขือเปราะ มะเขือยาว พริก มันฝรั่ง ขิง ขมิ้น ไพล ปทุมา ฯลฯ เนื่องจากเชื้อแบคทีเรีย ต้นเหตุโรคเหี่ยวอาศัยอยู่ในดินได้นาน เข้าทำลายพืชทางราก ตามรอยแผลที่เกิดจากการทำลายของแมลง ไส้เดือนฝอย รอยฉีกขาดของรากหรือแผลที่เกิดในธรรมชาติ สามารถแพร่ระบาดไปกับน้ำได้ดีโดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนที่มีฝนตกชุก จึงพบการแพร่ระบาดของโรคเหี่ยวเขียวรุนแรงและรวดเร็ว เชื้อแบคทีเรียต้นเหตุโรคเหี่ยวเขียวอาศัยแอบแฝงอยู่ในหัวพันธุ์ เมื่อสภาพแวดล้อมเหมาะสมและปริมาณของเชื้อโรคมากพอ จึงแสดงอาการของโรคออกมา เมื่อนำหัวพันธุ์ไปปลูกต่อ เสี่ยงเกิดโรคระบาดซ้ำได้อีก ดังนั้น ปัญหาโรคเหี่ยวเขียวจึงเป็นปัจจัยเสี่ยงของการลงทุนปลูกพืชเชิงการค้า เพราะ
เครือมติชนฉลองการดำเนินงานครบ 34 ปี “เทคโนโลยีชาวบ้าน” นิตยสารเกษตรอันดับหนึ่งของเมืองไทย โดยงานสัมมนาเกษตรออนไลน์แห่งปี! “ทางรอดเกษตรกรยุคโควิด” ซึ่งมีผู้เชี่ยวชาญจากภาครัฐและเหล่ากูรูมาร่วมให้ความรู้ผ่าน Live Streaming เฟซบุ๊กเพจเทคโนโลยีชาวบ้าน และเฟซบุ๊กเพจในเครือมติชนในวันศุกร์ที่ 29 ตุลาคม นี้ ช่วงบ่าย รับฟังความก้าวหน้านวัตกรรมเกษตร จากเวทีเสวนาหัวข้อ “กล้าเสียบยอด นวัตกรรมเพื่อเกษตรกร ต้านทานโรค ผลตอบแทนสูง คุ้มค่าการลงทุน” โดย คุณทวีศักดิ์ กลิ่นคง จากบริษัท ทีเค เกษตรกรรม จำกัด คุณทวีศักดิ์ กล่าวว่า “โรคเหี่ยวเขียว หรือ โรคเหี่ยว” นับเป็นโรคพืชสำคัญที่เป็นภัยคุกคามสร้างความเสียหายให้กับพืชเศรษฐกิจมากกว่า 200 ชนิด เช่น มะเขือเทศ มะเขือเปราะ มะเขือยาว พริก ฯลฯ เนื่องจากโรคเหี่ยวเขียว เกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่อาศัยอยู่ในดินเข้าทำลายพืชทางราก แพร่ระบาดไปกับน้ำได้ดีโดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนที่มีฝนตกชุก จึงพบการแพร่ระบาดของโรคเหี่ยวเขียวรุนแรงและรวดเร็ว โรคเหี่ยวเขียวจึงเป็นปัจจัยเสี่ยงของการลงทุนปลูกพืชเชิงการค้า เพราะดูแลป้องกันโรคเหี่ยวได้ยาก เนื่องจากเพราะเชื้อโรคชนิดนี้อยู่ข้ามฤ
