บพข.
กระทรวง อว. โดย บพข. ผนึก กระทรวงเกษตรฯ เดินหน้าเปลี่ยนเศษวัสดุการเกษตรที่เคยถูกเผาเป็นวัตถุดิบสร้างรายได้ ขยาย “PMUC Zero Burn to Earn: เลิกเผา เป๋าตุง” สู่เชียงราย ด้วยแนวคิด “Beyond Innovation” ต่อยอดงานวิจัยพร้อมใช้สู่ระบบนิเวศนวัตกรรมแบบเปิด (Open Innovation) เจาะคอขวดการรวบรวม คุมคุณภาพ แปรรูปเบื้องต้น และขนส่ง เชื่อมเกษตรกร นักวิจัย ภาครัฐ และตลาด แก้โจทย์ PM2.5 พลังงาน ปากท้อง และเพิ่มรายได้สู่คนทุกกลุ่ม จับมือ 5 บริษัททำข้อตกลงรับซื้อเศษวัสดุเกษตร 1 ปี จำนวน 40,000 ตัน มูลค่ากว่า 30 ล้านบาทต่อปี ลด PM2.5 ได้ประมาณ 330,000 กิโลกรัม คาดการณ์ 5 ปี จะสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 3,000 ล้านบาท และลดการเกิด PM2.5 ได้ 1.6 ล้านกิโลกรัม กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยหน่วยบริหารจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถการแข่งขัน (บพข.) จัดกิจกรรม “เหนือสานสร้าง เลิกเผา เป๋าตุง” เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2569 ณ โรงเรียนภาษาจีนเล่าฟู่ อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย ร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ภาคเอกชน สถาบันวิจัย มหาวิทยาลัย และเครือข่ายเกษตรกร ขับเคลื่อนแนวคิด “Beyond In
กระทรวง อว. โดย บพข. หนุนทีมวิจัย ม.เกษตร พัฒนา “ระบบประเมินน้ำหนักออนไลน์อัจฉริยะ” ตอบโจทย์ความต้องการของอุตสาหกรรมฟาร์มสัตว์ปีก ลดภาระงานเกษตร ลดความเครียดของสัตว์จากการถูกรบกวน เพิ่มความแม่นยำ ยกระดับประสิทธิภาพการเลี้ยงสัตว์ปีก เติมเต็ม Ecosystem ให้ระบบ Smart Farm อุตสาหกรรมฟาร์มสัตว์ปีกถือเป็นธุรกิจหลักของประเทศไทย โดยเฉพาะ “ไก่” ซึ่งเป็นสัตว์เศรษฐกิจที่มีมูลค่าการส่งออกเนื้อไก่สดแช่แข็งและเนื้อไก่แปรรูป ปีละกว่าหนึ่งแสนล้านบาท และมีสัดส่วนมากกว่า 95% ของปริมาณการส่งออกผลิตภัณฑ์ปศุสัตว์ ปัจจุบันทั่วโลกยังนิยมบริโภคโปรตีนจากเนื้อไก่สูงกว่าเนื้อสัตว์ประเภทอื่น ๆ ภาคการผลิตรวมถึงเกษตรกร จึงมีการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมต่าง ๆ เข้ามาเป็นตัวช่วยในการบริหารจัดการการเลี้ยงไก่ในฟาร์ม ในรูปแบบของ “สมาร์ท ฟาร์ม” (Smart Farm) หรือโรงเรือนเกษตรอัจฉริยะ เพื่อช่วยเพิ่มผลผลิต แก้ไขปัญหา เพิ่มความสะดวกสบาย ประหยัดเวลาและลดค่าใช้จ่าย อย่างไรก็ดีระบบ Smart Farm ที่ใช้กันในปัจจุบัน ส่วนใหญ่จะเป็นอุปกรณ์ ไอโอที (IoT) ในการตรวจวัดและควบคุมสภาพแวดล้อมของโรงเรือนหรือควบคุมการให้อาหารและน้ำ แต่
ภาคการท่องเที่ยวเป็นส่วนสำคัญที่มีผลต่อการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศไทย การขับเคลื่อน การท่องเที่ยวคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ด้วยกิจกรรมท่องเที่ยว จะเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยเสริมแกร่ง ของการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน พร้อมด้วยมีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมได้อย่างตรงจุดเป็นการส่งเสริมและยกระดับความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและบริการของประเทศไทย สอดคล้องกับการพัฒนาที่ยั่งยืนที่เป็นทิศทางการพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของโลก เพื่อนำไปสู่การตอบสนองต่อวิกฤตการณ์ด้านสิ่งแวดล้อม บพข. ภายใต้แผนงานท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ โดย ผศ.สุภาวดี โพธิยะราช ผู้เชี่ยวชาญอาวุโส สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) และประธานอนุกรรมการแผนงานกลุ่มการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ บพข. พร้อมด้วยคณะอนุกรรมการที่ครอบคลุมภาครัฐ ภาคเอกชน ร่วมพลังขับเคลื่อน มุ่งเน้นการออกแบบแผนงานวิจัยเพื่อร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว สร้างรายได้ สร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่ประชาชนและผู้ให้บริการในภาคการท่องเที่ยว จึงได้เริ่มต้นแผนงานการท่องเที่ยวแบบ Carbon Neutral Tourism (CN
