บางแสน
จากวิสัยทัศน์ของเทศบาลเมืองแสนสุขที่ต้องการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของบางแสน ควบคู่ไปกับการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของพื้นที่ ซึ่งเชื่อมโยงสู่เศรษฐกิจและภาพลักษณ์ของประเทศ นำไปสู่การหารือเพื่อหาแนวทางการดำเนินงานให้เกิดผลในเชิงปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม เทศบาลเมืองแสนสุขจึงร่วมมือกับสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) พัฒนายกระดับ “บางแสน” เป็น “Zero waste beach” แห่งแรกของประเทศ โดยมอบหมายให้มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.) ดำเนินการถ่ายทอดเทคโนโลยีและนวัตกรรมไปประยุกต์ ติดตั้ง และดำเนินการจัดการปัญหาขยะในพื้นที่แบบเบ็ดเสร็จ โดยแบ่งการดำเนินงานภายใต้ความร่วมมือ ดังนี้ 1.นำเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ผ่านการวิจัยแล้วและสามารถดำเนินการได้จริงภายใต้การสนับสนุนของ วช. ไปประยุกต์ ติดตั้ง และใช้งานในพื้นที่เทศบาลเมืองแสนสุข 1.1 เปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคของนักท่องเที่ยว โดยไม่ใช้สินค้าครั้งเดียวทิ้ง (Single-used) ร่วมมือกับเอกชนในพื้นที่ส่งเสริมการบรรจุภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อม รวมทั้งหลอด ถุง และอื่นๆ 1.2 เพื่อลดการเกิดขยะในพื้นที่ โดยการนำขยะไปใช้ประโยชน์ เช่น ทำกระเบื้อง ขอบถ
ประดู่ป่า เป็นต้นไม้พระราชทาน เพื่อปลูกเป็นมงคล แก่จังหวัดชลบุรี และมีคำขวัญประจำจังหวัดคือ “ทะเลงาม ข้าวหลามอร่อย อ้อยหวาน จักสานดี ประเพณีวิ่งควาย” จังหวัดชลบุรี หรือที่เรียกกันสั้นๆ ว่า เมืองชล เมืองแห่งน้ำ มีความสำคัญทางเศรษฐกิจมาก ประโยคแรกของคำขวัญหมายถึง สถานที่ที่โดดเด่น ไม่เพียงแต่โดดเด่นของจังหวัดชลบุรีเท่านั้น แต่โดดเด่นระดับประเทศก็ว่าได้ นั่นคือ ทะเลงาม ชลบุรีมีหาดทรายชายทะเลที่สวยงามและใกล้กรุงเทพฯ มากด้วย “หาดบางแสน” เป็นสถานที่ตากอากาศชายทะเลยอดนิยม ของชาวไทยที่มีชื่อเสียงมาช้านาน ตั้งแต่ พ.ศ. 2486 จนถูกขนานนามว่า “บางแสนดินแดนสุขขี” จอมพล ป. พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ได้ริเริ่มให้มีการสร้างสถานที่ตากอากาศขึ้น มีการสร้างโรงแรม และที่พักต่างๆ ดำเนินการโดย บริษัทแสนสำราญ จึงเรียกว่าสถานตากอากาศแสนสำราญตามชื่อบริษัท ต่อมา พ.ศ. 2503 จึงโอนให้สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล และเปลี่ยนชื่อเป็น สถานตากอากาศบางแสน ทะเลงามอีกแห่งหนึ่ง คือ พัทยา ซึ่งจัดเป็นเมืองท่องเที่ยวนานาชาติ ที่มีชื่อเสียงระดับโลก โดยเฉพาะหาดทรายที่ทอดยาวไปตามแนวชายฝั่งทะเล จัดได้ว่
