ปลูกป่า
เรื่องราวของ “อุ้มฮุ่ม โฮมสเตย์” เริ่มต้นขึ้นนานกว่าที่จะเรียกได้ว่าเป็นโฮมสเตย์ เพราะย้อนกลับไปเมื่อปี 2530 พื้นที่แห่งนี้ยังเป็นเพียงทุ่งหญ้าผืนหนึ่งที่ครอบครัวบังเอิญได้มา พี่อุ้ม-คณาภรณ์ ธนูธรรมเจริญ และ พี่นุ้ย-กนกวรรณ ศรีสัจจากุล สองสามีภรรยา เจ้าของ “อุ้มฮุ่ม โฮมสเตย์” บ้านหัวนา ตำบลม่อนปิ่น อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ พื้นที่เล็กๆ ที่ค่อยๆ เติบโตจากผืนดินของครอบครัว สู่สวนที่มีทั้งป่า อาหาร และวิถีชีวิตที่พึ่งพาตัวเอง ย้อนกลับไป จุดเริ่มต้นของพื้นที่แห่งนี้เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2530 เมื่อคุณแม่ของพี่อุ้มเดินทางกลับเชียงใหม่ด้วยรถไฟ และได้พูดคุยกับคนที่นั่งอยู่ข้างๆ ซึ่งกำลังจะขายที่ดิน เมื่อมาถึงเชียงใหม่จึงชวนคุณพ่อมาดูพื้นที่ ก่อนตัดสินใจซื้อในที่สุด จากนั้นทุกเย็นวันศุกร์ คุณพ่อคุณแม่จะรับลูกๆ จากโรงเรียนแล้วพากันมาที่นี่ คุณแม่ปลูกต้นไม้ ส่วนลูกๆ ก็วิ่งเล่นบ้าง ช่วยกันปลูกต้นไม้บ้าง ทำแบบนี้ต่อเนื่องราว 15 ปี จนพื้นที่ค่อยๆ เปลี่ยนจากทุ่งหญ้าเป็นสวนผสมผสาน มีทั้งลิ้นจี่ มะม่วง สับปะรด ต้นสัก และไม้ผลอีกหลายชนิด เมื่อเติบโตขึ้น พี่อุ้มออกไปเรียนมหาวิทยาลัย ก่อนเข้าสู่ชีวิตการทำงาน
จังหวัดน่านถือเป็นหนึ่งในพื้นที่ต้นน้ำที่สำคัญของประเทศ มีบทบาทอย่างยิ่งต่อความมั่นคงด้านทรัพยากรธรรมชาติและระบบนิเวศของไทย อย่างไรก็ตาม ในช่วงเวลาหนึ่งน่านเจอปัญหาการบุกรุกป่าและสภาพ “เขาหัวโลน” อย่างรุนแรง ปัจจัยสำคัญมาจากข้อจำกัดด้านภูมิประเทศที่เป็นภูเขาสูง พื้นที่ราบมีอยู่อย่างจำกัด ทำให้ชาวบ้านในอดีตสามารถทำกินได้เพียงบริเวณเชิงเขา ส่งผลให้ป่าเสื่อมโทรมดินขาดความอุดมสมบูรณ์ และเกิดปัญหาสิ่งแวดล้อมตามมาอย่างต่อเนื่อง จุดเปลี่ยนที่สำคัญเกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2558 เมื่อมีการเข้าไปดูแลและฟื้นฟูพื้นที่เขาหัวโลนอย่างจริงจัง แนวคิดในการทำงานไม่ได้หยุดอยู่เพียงการปลูกต้นไม้ทดแทนเท่านั้น แต่เป็นการมองปัญหาเชิงโครงสร้างที่ลึกกว่า ทั้งเรื่องโอกาสทางอาชีพสร้างรายได้ และคุณภาพชีวิตของชุมชน การฟื้นฟูป่าจึงถูกออกแบบให้เดินควบคู่ไปกับการสร้างทางเลือกในการดำรงชีวิต จนค่อยๆพัฒนาไปสู่การการเชื่อมโยงมิติสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมเข้าด้วยกันอย่างสมดุล หนึ่งในตัวอย่างของการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตที่สะท้อนความสำเร็จของแนวคิดดังกล่าว คือเรื่องราวของ พ่อเล่าตือ ทวีล่ำทรัพย์ ชาวบ้านในพื้นที่จังหวัดน่าน ตัดสินใ
บริษัท ซีพีแรม จำกัด (CPRAM) ผู้นำด้านอุตสาหกรรมอาหารพร้อมรับประทาน สานต่อเจตนารมณ์ในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน จัดกิจกรรม “CPRAM GREEN LIFE #ปลูกเพื่อโลกยั่งยืน (ปลูก รักษ์ เพื่อชุมชน)” มุ่งขยายพื้นที่สีเขียวเพื่อสร้างแหล่งกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ร่วมกันปลูกและแจกต้นกล้าไม้ จำนวนกว่า 2,000 ต้น ซึ่งประกอบด้วยพันธุ์ไม้เศรษฐกิจและไม้พื้นถิ่น ณ โรงเรียนบ้านดอนแดงดอนน้อยวิทยา จังหวัดขอนแก่น โดยได้รับเกียรติจากคุณศิริวัฒน์ พินิจพานิชย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เป็นประธานเปิดโครงการดังกล่าวในครั้งนี้ ซีพีแรม เชื่อมั่นว่าความสำเร็จทางธุรกิจไม่ได้วัดจากแค่ยอดขายหรือผลกำไร แต่ยังต้องสะท้อนผ่านคุณภาพของผลิตภัณฑ์ที่อร่อย ปลอดภัย ให้คุณค่าทางโภชนาการ และสามารถยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้บริโภคได้อย่างแท้จริง เรามุ่งมั่นพัฒนาอาหารพร้อมรับประทานที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคทุกกลุ่ม ควบคู่กับการดูแลสิ่งแวดล้อม โดยกิจกรรมในครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากจังหวัดขอนแก่น กรมป่าไม้ องค์การบริหารส่วนตำบลดอนหัน และโรงเรียนบ้านดอนแดงดอนน้อยวิทยา หวังเป็นอย่างยิ่งว่าต้นไม้ที่เราช่วยกันปลูกในวัน
ดับบลิวพี เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) ผู้ให้บริการธุรกิจแก๊สปิโตรเลียมเหลว (แอลพีจี) ภายใต้ แบรนด์ เวิลด์แก๊ส เดินหน้าจัดกิจกรรม “Green way WP Energy CSR Day” นำคณะผู้บริหารและพนักงานของบริษัทร่วมปลูกป่า เพิ่มพื้นที่สีเขียว สร้างสมดุลให้กับสภาพภูมิอากาศของไทย เพื่อบรรลุจุดมุ่งหมายการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Society) ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ หรือ “Net Zero” พร้อมทั้งส่งมอบแก้วพลาสติกที่ใช้แล้วให้กับองค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ เพื่อส่งมอบต่อให้กรมป่าไม้นำไปใช้ปลูกพันธุ์กล้าไม้เพื่อลดการใช้ถุงดำ ในโครงการ “แก้วกล้า เพื่อเธอ” (Kaeokla for you) สัญจร ณ สวนสัตว์เปิดเขา คุณชมกมล พุ่มพันธุ์ม่วง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดับบลิวพี เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ดับบลิวพี เอ็นเนอร์ยี่ เชื่อในความเป็นไปได้ที่จะทำให้คุณภาพชีวิตของคนไทยดีขึ้นอย่างยั่งยืน เรามุ่งมั่นขับเคลื่อนธุรกิจด้วยพลังของการคิดบวก (Positive Progress) โดยดำเนินงานภายใต้แนวคิด “We Promise” ที่มีส่วนร่วมรับผิดชอบและสร้างผลกระทบเชิงบวกให้เกิดขึ้นจริงต่อสังคม ชุมชน สิ่งแวด
เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2566 – เครือเจริญโภคภัณฑ์ ร่วมกับภาคีเครือข่ายภาครัฐ ภาคประชาสังคม ภาคเอกชน เเละชุมชนในพื้นที่หมู่บ้านสบขุ่น จ.น่าน จัดพิธีเปิดกิจกรรมปลูกต้นไม้บนพื้นที่ภาคเหนือ 4 ต้นน้ำ ปิง วัง ยม น่าน ภายใต้โครงการ “CP ร้อยเรียงความดี ร้อย รักษ์ โลก” โดยมี พันเอก นิรันดร์ชัย ทิพย์กาญจนกุล รองผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 38 ให้เกียรติเป็นประธาน พร้อมด้วย นางสาวพิไลลักษณ์ พิชัยวัตต์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการด้านพัฒนาความยั่งยืนภาครัฐและกิจการสัมพันธ์ เครือเจริญโภคภัณฑ์ ภาคีเครือข่ายในพื้นที่ อาทิ จังหวัดน่าน องค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน, กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดน่าน, สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดน่าน,ตำรวจภูธรจังหวัดน่าน, องค์การบริหารส่วนตำบลป่าคา, ชุมชนบ้านสบขุ่น รวมถึงเหล่าพนักงานซีพีอาสาในกลุ่มธุรกิจในเครือซีพี ร่วมปลูกต้นไม้ 300 คน โดยมีเป้าหมายเพิ่มพื้นที่สีเขียว ฟื้นฟูป่าต้นน้ำ พร้อมมุ่งหวังให้ชุมชนอยู่ร่วมกับธรรมชาติได้อย่างสมดุล กิจกรรมจัดขึ้น ณ หมู่บ้านสบขุ่น ต.ป่าคา อ.ท่าวังผา จ.น่าน พ.อ.นิรันดร์ชัย ทิพย์กาญจนกุล รองผู้บัญชาการมณฑลทหารบก
สวัสดีครับท่านผู้อ่านที่รักและคิดถึงทุกท่าน เป็นอย่างไรกันบ้างครับ ย่างเข้าสู่ฤดูฝนเต็มที่แบบนี้ น้ำท่ามาดีกันหรือยังครับ บางพื้นที่อาจตอบว่ายัง แต่เชื่อว่าอีกหลายพื้นที่อาจตอบว่า มาเกินพอแล้วจ้า เช่นที่กรุงเทพฯ ผมเองก็ไม่ทราบว่าท่านจะรักและเป็นห่วงเกษตรกรเมืองหลวงหรืออย่างไร ป้อนฝนมาให้แต่ละรอบโหดๆ ทั้งนั้น ปีนี้บ้านผมเองก็เจอฝนกระหน่ำจนน้ำท่วมกันทั้งซอยมาแล้ว บอกเลยว่าหนักกว่าปี 2554 ที่น้ำท่วมไปทั่วเสียอีก ก็ตั้งท่ารับมือกันไปนะครับ เราคงไปว่าใครไม่ได้หรอก ตั้งหน้าตั้งตาวางแผนรับมือกันไปดีกว่า ถือว่าเป็นเรื่องของธรรมชาติ ช่วงที่ผ่านมาผมเดินทางไปพัทลุงครับ น้องโต้ง-กฤต พวงสุวรรณ ธนาคารต้นไม้สาขาป่าพะยอม จังหวัดพัทลุง ชวนไปร่วมกิจกรรม รวมพลคนปลูกป่าปีที่ 5 ตอน ความสุขปลูกได้ ซึ่งงานนี้ก็ไม่ทำให้แฟนๆ ชาวคนรักการปลูกป่าต้องผิดหวังครับ ระดมเรื่องราวที่เกี่ยวข้องมาวางไว้บนเวทีเสวนาและรอบๆ เวทีกิจกรรมอย่างมากมาย ซองบนเวทีเสวนาก็มีแม่เหล็กในวงการหลายๆ ท่าน อาทิ พี่เกริก-ดร. เกริก มีมุ่งกิจ, พี่เช็ค-คนค้นฅน, พี่พงศา ชูแนม, พี่หาญณรงค์ เยาวเลิศ, คุณสุนทร รักษ์รงค์, คุณกอล์ฟ-คนกล้าคืนถิ่น มาร่
สวัสดีครับท่านผู้อ่านที่รักและคิดถึงทุกท่าน หนึ่งเดือนเราได้พบกันหนึ่งครั้ง พร้อมกับหลากหลายเรื่องราวที่ผมได้ไปพบมา และนำมาบอกเล่าสู่กัน ประเด็นหลักก็เกี่ยวกับข่าวคราวชาวเกษตรของเรานั่นเอง จำได้ไหมครับ ก่อนนั้นผมเคยเอ่ยถึงคาถาหัวใจเกษตรกรไว้นั่นคือ ปลูกได้ ขายเป็น เน้นสตอรี่ มีดีที่แปรรูป แต่วันนี้ขอฉีกแนวไปเล็กน้อย เพราะเป็นเรื่องราวของการปรับ ปลูก ประยุกต์ และเปลี่ยนแปลง โดยใช้หลักปฏิบัติตามแนว โคก หนอง นา โมเดล และที่เพิ่มเข้ามาก็คือ บวร (บ้าน วัด โรงเรียน) ในการทำกิจกรรมครั้งนี้ ผมได้รับการประสานงานจากมิตรสหายเพื่อชักชวนไปทำกิจกรรมปลูกป่าครั้งนี้ เริ่มจาก พระครูนาคดิตถ์วรรักษ์ (หลวงพ่อหนึ่ง อุปคุตโต) โทร. 089-241-6462 เจ้าอาวาสวัดท่าโขลง ตำบลเขาสมอคอน อำเภอท่าวุ้ง จังหวัดลพบุรี ท่านมีที่อยู่แปลงหนึ่ง ประมาณ 10 ไร่ ตอนแรกอยากสร้างโรงเรียน แต่มาเจอวิกฤตช่วงโควิดทำให้ต้องยกเลิกโครงการไป และตั้งใจว่าจะสร้าง โคก หนอง นา สวนป่ากลางทุ่ง สถานปฏิบัติธรรมสวนป่ากลางทุ่ง แปลงที่ดินตั้งอยู่ที่ 111/1 หมู่ที่ 7 ตำบลบ้านชี อำเภอบ้านหมี่ จังหวัดลพบุรี เป็นพื้นที่อยู่กลางทุ่งนา เหมาะสมที่จะสร้างเป็น
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) เฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 90 พรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระราชชนนีพันปีหลวง กำหนดจัดกิจกรรม “ปลูกป่า 90 ไร่ 9,000 ต้น” ในเดือนสิงหาคม 2565 ภายใต้โครงการพัฒนาพื้นที่ป่าสงวนสะแกราชรองรับสภาวะการเปลี่ยนแปลงเพื่อความยั่งยืนทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งได้รับทุนสนับสนุนจาก สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และสอดรับการดำเนินงานโครงการ ASEAN Green Initiative และกิจกรรม CSR ของ วว. โดยกิจกรรมการปลูกป่าดังกล่าว มุ่งเน้นการใช้เทคโนโลยีการปลูกร่วมกับเห็ดป่าไมคอร์ไรซา เพื่อเพิ่มพื้นที่ต้นแบบป่านิเวศน์ ป่ากินได้ ป่าเศรษฐกิจ ที่มีความหลากหลายทางชีวภาพ ซึ่งประชาชนสามารถใช้เป็นแหล่งอาหารและเป็นต้นแบบสำหรับการปลูกป่าเพื่อสร้างรายได้และสร้างแหล่งอาหาร อีกทั้งยังสามารถดำเนินการคำนวนปริมาณการดักจับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2 capture) และขายคาร์บอนเครดิต ซึ่งเป็นการสนับสนุนเป้าหมายที่มุ่งสู่ Net Zero Emissions ของประเทศ กำหนดการจัดกิจกรรม “ปลูกป่า 90 ไร่ 9,0
แม็คโครปลูกป่า22,500ต้นร่วมกับโครงการป่าสิริเจริญวรรษอันเนื่องมาจากพระราชดำริเดินหน้าสู่องค์กรสีเขียวเติมโอโซนให้โลกขานรับซีพีร้อยรักษ์โลก บริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) โดย ดร.วิไลรัตน์ เจริญใหม่รุ่งเรือง ผู้จัดการอาวุโสส่วนความยั่งยืน นางสาวอรวรรณ ศิริโชติรัตน์ ผู้ช่วยรองประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายงานประชาสัมพันธ์และประสานรัฐกิจ พร้อมด้วยนางสาวนภาวรรณ จุลพันธ์ ผู้จัดการทั่วไปแม็คโครสาขาสัตหีบ และนายนัยณัฎฐ์ สายตา ผู้จัดการทั่วไปแม็คโครสาขาพัทยา นำทีมพนักงานร่วมปลูกป่าจำนวน 22,500 ต้น หลังวันโอโซนโลกที่ผ่านมา โดยมี นายมีชัย ลีลาเชี่ยวชาญกุล หัวหน้าโครงการป่าสิริเจริญวรรษอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เป็นผู้รับมอบ ภายในพื้นที่ป่าสิริเจริญวรรษอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตำบลนาจอมเทียน อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ซึ่งเป็นแหล่งเรียนรู้สำคัญของผืนป่าที่มีระบบนิเวศน์สมบูรณ์แห่งหนึ่งของไทย มีพื้นที่รวมกว่า 3,900 ไร่ ตอกย้ำเจตนารมณ์การเป็นองค์กรสีเขียว โดยตั้งเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สุทธิเป็นศูนย์ (Zero Carbon) ในปี 2573 ทั้งนี้กิจกรรมดังกล่าว ยังเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนนโยบายลดโลกร
ตั้งแต่เริ่มมีการปลดล็อกไม้หวงห้าม ทำให้ช่วง 1-2 ปีหลังมานี้ มีเกษตรกรหลายท่านหันมาให้ความสนใจในการที่จะเริ่มต้นปลูกไม้ป่าไว้ในพื้นที่ตามกรรมสิทธิ์ของตัวเอง ด้วยจุดมุ่งหมายที่แตกต่างกันออกไป บางคนปลูกเพื่อให้เกิดระบบนิเวศ บางคนปลูกไว้สร้างรายได้ในอนาคต เพราะไม้ป่าเหล่านี้มีมูลค่าที่สูง ซึ่งนอกจากประโยชน์ที่กล่าวมาข้างต้นแล้ว ยังมีประโยชน์ที่พ่วงมาจากการปลูกไม้ป่าที่หลายท่านนึกไม่ถึงคือการคำนวณคาร์บอนเครดิต เพื่อนำไปแลกซื้อขายสร้างรายได้โดยที่ไม่ต้องตัดต้นไม้ทิ้งสักต้น คุณปรีชา หงอกสิมมา หรือ พี่แขก เกษตรกรนักคิดนักพัฒนา เจ้าของ วนพรรณ ออร์แกนิค การ์เด้น บ้านเลขที่ 96 หมู่ที่ 7 ตำบลบ้านกง อำเภอหนองเรือ จังหวัดขอนแก่น ผู้น้อมนำเกษตรทฤษฎีใหม่ของในหลวงรัชกาลที่ 9 มาใช้ในกิจการงานเกษตรได้เป็นอย่างดี และยังเป็นแบบอย่างสร้างแนวคิดให้กับเกษตรกรได้อีกหลายๆ ท่าน พี่แขก เล่าถึงจุดเริ่มต้นการทำเกษตรว่า ตนเองเรียนจบสาขาวิชาพืชสวน คณะเกษตรศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น จากนั้นได้ประกอบอาชีพเป็นนักฝึกอบรมโครงการส่วนพระองค์ มูลนิธิชัยพัฒนา โดยทำหน้าที่เป็นวิทยากรฝึกอบรมให้เกษตรกรที่สนใจแนวพระราชดำริ ได้
