ปลูกพืชน้ำน้อย
ปรากฏการณ์เอลนีโญส่งผลให้อุณหภูมิโลกปรับตัวสูงขึ้น 1.5 องศาเซลเซียส ทำให้ทั่วโลกเกิดภาวะโลกร้อนสุดเป็นประวัติการณ์ คาดการณ์ว่า ประเทศไทยจะมีปริมาณฝนน้อยจากอิทธิพลเอลนีโญ ทำให้มีปริมาณน้ำสำหรับใช้ในการเพาะปลูกพืชลดลง หลายหน่วยงานจึงสนับสนุนให้เกษตรกรหันมาปลูกพืชที่ใช้น้ำน้อย เช่น “ถั่วลิสงพันธุ์เกษตรศาสตร์ สวก. 1” ผลงานวิจัยของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ที่ได้การสนับสนุนทุนวิจัยจากสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) เพื่อยกระดับอาชีพภาคการเกษตรของเกษตรกร ให้มีรายได้และความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นภายใต้นโยบาย “ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้” การผลิตเมล็ดพันธุ์ถั่วลิสงเกษตรศาสตร์ สวก.1 ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หากมีการดูแลรักษา การให้ปุ๋ยตามความต้องการของพืช การให้ธาตุอาหารเสริมที่จำเป็นต่อความสมบูรณ์ของเมล็ด ก็จะให้ผลตอบแทนสูงคุ้มค่ากับการลงทุน หากปลูกถั่วลิสงพันธุ์นี้ในช่วงฤดูฝนจะมีปริมาณผลผลิตที่ได้ 300 กิโลกรัมต่อไร่ หากปลูกในช่วงฤดูแล้งจะมีปริมาณผลผลิตที่ได้ 350 กิโลกรัมต่อไร่ จุดเด่นของถั่วลิสงพันธุ์เกษตรศาสตร์ สวก.1 ถั่วลิสงเกษตรศาสตร์ สวก.1 มีลักษณะประจำพันธุ์ที่ดี คือ ทรงต
“งา” เป็นพืชล้มลุก ผลเป็นฝัก มีเมล็ดเล็กๆ สีขาวหรือสีดำ งาเป็นพืชที่ปลูกอย่างแพร่หลายในภูมิเอเชียและตะวันออกกลาง เมล็ดใช้เป็นอาหาร เครื่องเทศ และใช้น้ำมันงาดำเป็นพืชสมุนไพรรักษาโรค เมืองไทยมีพื้นที่ปลูกงาประมาณปีละ 80,000-120,000 ไร่ ให้ผลผลิตปีละ 6,000-8,000 ตัน ผลผลิตที่ได้ไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาดในประเทศ เนื่องจากกระแสรักสุขภาพทำให้งาเป็นสินค้าขายดี เป็นที่ต้องการตลาดเพิ่มมากขึ้น “งา” ปลูกได้ทั่วไทย “งา” มีทั้งงาขาว งาดำ งาแดง งาม้อน เป็นพืชที่ปลูกขึ้นง่าย ลงทุนน้อย ทนต่อสภาพความแห้งแล้งได้ดี ปัจจุบันเมืองไทยสามารถปลูกงาได้ทั่วประเทศ เกษตรกรนิยมปลูกงาในพื้นที่นาก่อนการปลูกข้าว ช่วงต้นฤดูฝน ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์-เมษายน และเก็บเกี่ยวผลผลิตช่วงปลายเดือนเมษายน-มิถุนายน ทุกวันนี้เกษตรกรนิยมปลูกงาช่วงต้นฤดูฝน ประมาณร้อยละ 70 ของพื้นที่ปลูกงาทั้งประเทศ แหล่งใหญ่ของปลูกงาต้นฤดูฝน ได้แก่ จังหวัดอุบลราชธานี ศรีสะเกษ บุรีรัมย์ สุรินทร์ นครราชสีมา สระบุรี ลพบุรี นครสวรรค์ เพชรบูรณ์ สุโขทัย ลำพูน น่าน และสุราษฎร์ธานี ส่วนเกษตรกรในพื้นที่ จังหวัดกาญจนบุรี พิษณุโลก สุพรรณบุรี เพชรบูรณ์ อุต
นางราตรี รุ่งหัวไผ่ เกษตรกรปราดเปรื่อง (smart farmer) ปี 2566 เจ้าของสวนสุขใจเมล่อนลพบุรี ตำบลโพธิ์ตรุ อำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี เป็นเกษตรกรผู้ปรับเปลี่ยนจากการทำนาเพียงอย่างเดียว เป็นการปลูกเมล่อนนอกโรงเรือนสร้างรายได้ช่วงฤดูแล้ง รายได้ดีกว่าการทำนา แต่ต้องใส่ใจในการดูแลรักษา จากเดิมปลูกข้าว ในพื้นที่ 1 ไร่ ใช้ต้นทุนเฉลี่ยประมาณ 4,500 บาท แต่ขายข้าวเปลือกได้กำไรเพียง ไร่ละประมาน 2,000 บาท หากเปลี่ยนเป็นเมล่อนในพื้นที่ 1 ไร่ จะใช้เงินลงทุน ประมาณ 10,000 บาท ปลูกไร่ละ 2,000 ต้น จะได้ผลผลิตประมาณ 3 ตัน ขายส่งได้ตันละ 35,000 บาท สร้างรายได้ไร่ละประมาณ 105,000 บาท หักลบต้นทุนแล้วจะได้กำไรสุทธิ 95,000 บาทต่อไร่ นอกจากนั้น ยังสามารถเพิ่มรายได้จากการขายออนไลน์ กิโลกรัมละ 80 บาท ผ่านทาง Facebook : สวนสุขใจเมล่อนลพบุรี คุณราตรี กล่าวว่า เมล่อนนั้นเป็นพืชที่ใช้น้ำน้อย แต่ต้องได้น้ำสม่ำเสมอและต้องไม่มากเกินไป ชอบอากาศร้อนและแสงแดด โดยใช้ระบบน้ำหยดในการปลูก เพราะควบคุมดูแลง่ายสามารถใส่ปุ๋ยและสารชีวภัณฑ์ในการป้องกันกำจัดเชื้อราซึ่งเป็นปัญหาหลักของเมล่อน โดยผสมไตรโคเดอร์มาพร้อมกับน้ำได้เลย ที่แ
สภาพอากาศที่ร้อนและแห้งแล้งมาเป็นเวลายาวนานส่งผลกระทบต่อพืชผักของเกษตรทั่วประเทศอย่างหนัก แม้จะอยู่ในสถานการณ์ฝนทิ้งช่วง ฝนตกน้อย ชาวบ้านเกษตรกรจำต้องรับมือแล้วปรับวิธีทำเกษตรกรรมให้เหมาะสมและสอดคล้องกับความจริงที่เกิดขึ้น อย่างที่นครสวรรค์ คุณทรงเดช หรือ ลุงเกรียง และ คุณพรทิพย์ เหล่าจั่น หรือ ป้าทิพย์ บ้านเลขที่ 4 หมู่ที่ 4 ตำบลเก้าเลี้ยว อำเภอเก้าเลี้ยว จังหวัดนครสวรรค์ สามี-ภรรยาเลือกปลูกพืชอายุสั้นที่ใช้น้ำน้อย สามารถเก็บเกี่ยวขายได้เร็ว ปรับแนวทางการให้น้ำแบบประหยัดและมีประสิทธิภาพสูงสุด เอาใจใส่เข้มงวดกับการใส่ปุ๋ยยาฮอร์โมนทำให้พืชผักสวนครัวที่ปลูกไว้มีความสมบูรณ์ส่งขายตลาดได้ราคาดีมาก ผักสวนครัวที่ปลูกเป็นหลัก ได้แก่ แตงร้านกับมะเขือเปราะ ปลูกตลอดทั้งปี มีพื้นที่ปลูกแตงร้านจำนวน 2 ไร่ มะเขือเปราะ 1 ไร่ โดยผักสวนครัวทั้งสองชนิดจะปลูกสลับพื้นที่ ทั้งยังมีพื้นที่ปลูกพืชผักสวนครัวอยู่หลายแปลง จึงสลับปลูกไป-มาได้ตลอดทั้งปี แล้วยังเสริมด้วยถั่วฝักยาว พริก และพืชสวนครัวอื่น นอกจากนั้น ยังปลูกมะลิตัดดอกขายเป็นรายได้อีกด้วย เหตุผลที่ป้าทิพย์เลือกแตงร้านเพราะปลูกไม่ยุ่งยาก ใช้พลาสติกคลุ
วันพุธที่ 7 กันยายน 2563 นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เดินทางไปเป็นประธานเปิดการประชุมแนวคิดการขับเคลื่อนไทยไปด้วยกันระดับพื้นที่จังหวัดขอนแก่น พร้อมมอบนโยบายการทำงาน โดยมี ดร. สมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น กล่าวรายงานภาพรวมของจังหวัดขอนแก่น พร้อมด้วย นายอาชว์ชัยชาญ เลี้ยงประยูร รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ ผู้อำนวยการกองเมล็ดพันธุ์ข้าว นายโอวาท ยิ่งลาภ ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมการผลิตข้าว ผู้อำนวยการศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวในพื้นที่ หัวหน้าส่วนราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายอำเภอ และเกษตรอำเภอ ร่วมรับฟังการบรรยายสรุปและประเด็นปัญหาในพื้นที่ พร้อมมอบนโยบายในการปฏิบัติราชการ ณ ห้องประชุมแก่นเมือง ศาลากลางจังหวัดขอนแก่น อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น ว่า ตามที่ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนไทยไปด้วยกัน โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน มีหน้าที่กำกับ ติดตาม เร่งรัด ช่วยเหลือเยียวยา และขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาระดับพื้นที่โดยเริ่มจากปัญหาที่เป็นความเดือดร้อนเร่งด่วน เพื่อให้เกิด
ปี 2563 เป็นอีกปีที่ประเทศไทยประสบปัญหาภัยแล้งรุนแรง เนื่องจากฤดูฝน 2562 ที่ผ่านมา มีฝนตกน้อยมาก ทำให้ปริมาณน้ำที่กักเก็บเอาไว้ในเขื่อนหรืออ่างเก็บน้ำ ที่เรียกว่า “น้ำต้นทุน” สำหรับใช้เพื่อการอุปโภคบริโภคและภาคการเกษตรมีปริมาณต่ำกว่าความต้องการใช้จริง จังหวัดลพบุรีเองแม้มีอู่น้ำ คือ เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ซึ่งเป็นเขื่อนขนาดใหญ่ ตั้งอยู่ในพื้นที่อำเภอพัฒนานิคม แต่จังหวัดลพบุรีก็ประสบความขาดแคลนน้ำจากวิกฤตภัยแล้งเช่นเดียวกับพื้นที่อื่นๆ พืชเศรษฐกิจจังหวัดลพบุรี คุณธีระศักดิ์ ขุมเงิน เกษตรจังหวัดลพบุรี กล่าวว่า จังหวัดลพบุรี มีพื้นที่ทั้งหมด 4.06 ล้านไร่ เป็นพื้นที่เกษตรกรรม 2.87 ล้านไร่ (70% ของพื้นที่ทั้งหมด) โดยมีพื้นที่ศักยภาพในการปลูกข้าวทั้งหมด 9 แสนไร่ ในปีการผลิต 2562/63 สำหรับ ข้าวนาปรัง ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2562-มีนาคม 2563 มีพื้นที่ปลูกกว่า 52,955 ไร่ ในพื้นที่ 9 อำเภอ แบ่งเป็นข้าวนาปรังนอกเขตชลประทาน 2,660 ไร่ ข้าวนาปรังในเขตชลประทาน 50,295 ไร่ ซึ่งมีกำหนดเก็บเกี่ยวในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2563-ต้นเดือนมีนาคม 2563 ประมาณ 28,000 ไร่ สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ เนื่องจากข้าวได้อา
