ปลูกพืชผัก
ต้นไม้ กับครอบครัวคนไทยเป็นของคู่กัน ตั้งแต่ไหนแต่ไรมาแล้ว รอบๆ บ้านหากมีที่ว่าง เวลากินอะไรอร่อย หากมีเมล็ดเจ้าของจะหว่านหรือโยนเมล็ดพืชออกนอกชาน เมื่อมีสภาพแวดล้อมเหมาะสม เมล็ดพืชจะงอกเป็นต้นใหม่ขึ้นมาให้เจ้าของเก็บมาใช้ประโยชน์ ต้นไม้ที่ขึ้นอยู่รอบบ้านในยุคเก่าก่อน สามารถบ่งบอกได้ว่าชุมชนนั้นตั้งมานานมากน้อยแค่ไหน เช่น ต้นมะพร้าว ที่ขึ้นสูงเลยหลังคาบ้านไปมากๆ เมื่อทางการจะเข้าไปทำนิติกรรมกับชุมชน ชาวบ้านก็อาจจะบอกว่าอยู่มานานแล้ว นานกว่ากฎหมายจะออกมาเสียอีก สำหรับชุมชนเมือง รูปแบบการปลูกต้นไม้เปลี่ยนไป แทนที่จะปลูกลงดิน ก็ใช้กระถาง วางตั้งตามตึกใหญ่ๆ สิ่งหนึ่งที่ไม่น่าจะเป็นไปได้คือ การปลูกพืชไม่ใช้ดิน งานปลูกพืชแบบนี้ ส่วนใหญ่ใช้กับการปลูกผักสลัด ที่ผ่านมา มีภูมิปัญญาสำหรับการปลูกต้นไม้รอบบ้านบอกไว้อย่างแยบยล วัตถุประสงค์ก็คงอยากให้คนสนใจปลูกพืชหลายๆ ชนิดไว้ เพื่อเกิดประโยชน์ในครอบครัว นอกจากที่คุ้นเคยกันมานานแล้ว ยังมีผู้แบ่งต้นไม้ที่ปลูกรอบบ้าน โดยแยกประเภทหรือกลุ่ม คือพืชผัก-สมุนไพร ไม้ผล และไม้ดอกไม้ประดับ พืชผัก-สมุนไพร มีให้เลือกมากมาย พืชผัก-สมุนไพร ใกล้บ้านคน สามารถปลูกได้ห
วิกฤตโลกรวน (Climate Change) ทำให้อากาศร้อนจัด ฤดูกาลแปรปรวน ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อพื้นที่เพาะปลูกพืชผัก ทำให้พืชผักเหี่ยวเฉา สังเคราะห์แสงลดลง ออกดอกและติดผลยาก ทำให้ปริมาณผลผลิตลดลง และคุณภาพผลผลิตไม่ดี ส่งผลกระทบต่อรายได้ของเกษตรกรโดยตรง คุณมิน – กฤตาภัค เกษมวิริยนนท์ วัย 36 ปี เกษตรกรรุ่นใหม่ ในพื้นที่หมู่ที่ 4 ตำบลทุ่งทอง อำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี ที่สั่งสมประสบการณ์ปลูกผักกว่า 10 ปี กล่าวว่า ปัจจุบันพืช 3 ชนิดที่สามารถปรับตัวสู้ภาวะโลกรวนได้ดีคือ ผักกาดขาว พริก และกุยช่ายดอก ซึ่งเป็นสินค้าขายดีเป็นที่ต้องการของตลาดตลอดทั้งปี พื้นที่ปลูก 10 ไร่ แบ่งพื้นที่เพาะปลูกพืชต่อเนื่อง ห่างกันรอบละ 15-20 วัน เพื่อให้มีผลผลิตป้อนเข้าสู่ตลาดต่อเนื่องทั้งปี สร้างรายได้ต่อเดือนไม่ต่ำกว่า 2 หมื่นบาท เรียกว่าสร้างรายได้ไม่แพ้อาชีพมนุษย์เงินเดือนเลยทีเดียว ผักกาดขาวปลี เป็นพืชทำเงินที่น่าปลูกเพราะเป็นพืชอายุสั้น ปลูกได้ทุกฤดูกาล ใช้ระยะเวลาปลูกดูแลไม่ถึง 2 เดือนก็เก็บผลผลิตออกขายได้ เก็บขายได้ 2 วิธี คือ เก็บแบบลุ้ยแชร์ ตั้งแต่ผักกาดยังห่อหัวไม่แน่น ในระยะ 30-
คุณลุงทองปาน พิมพานิช วัย 65 ปี และภรรยา คุณป้าเคี่ยม พิมพานิช อายุ 63 ปี ที่มีความทะมัดทะแมงแข็งแรงทำงานได้สบายๆ คุณลุงทองปาน เล่าว่า ยึดอาชีพทำนา ทำสวน มาจากบรรพบุรุษ เดิมอยู่บ้านบัวสว่าง ต่อมาเมื่อมีการมาตั้งหมู่บ้านที่นี่จึงออกมา เพราะว่ามีที่ดินอยู่ที่นี่ คุณลุงทองปาน มีลูก 6 คน ชาย 2 หญิง 4 คน แต่งงานมีครอบครัว ก็ยึดอาชีพทำนา ทำสวน เลี้ยงสัตว์ ส่วนแม่บ้านยามว่างก็หันมาทอผ้าใช้เอง ไม่ได้ซื้อหาเหมือนปัจจุบัน ผ้าส่วนใหญ่ที่ทอ ผ้าคราม ผ้าขาวม้า ผ้าห่ม ใช้เองในครอบครัว อินทผลัมกินผล ฐานะครอบครัวค่อนข้างลำบาก แม้จะมีที่ดินทำนา ทำสวน ทำไร่ ก็ตาม เพราะการทำการเกษตรนั้นส่วนใหญ่จะรอน้ำจากฝนที่ตกลงมา ไม่ได้พัฒนาเหมือนปัจจุบัน ลูกหลายคนถามว่า จะให้เรียนหนังสือแล้วไปรับราชการทำงานหรือไม่ จึงบอกไปว่า การเรียนหนังสือเป็นสิ่งที่ดี ทำให้เราฉลาด แต่เป็นส่วนประกอบของความสบายระดับหนึ่งเท่านั้น คิดว่าลูกๆ ทุกคน ประกอบอาชีพการเกษตรดีกว่า เพราะคนทุกคนบนโลกนี้จะต้องกินข้าว กินน้ำ แม้จะมีเงินก็ต้องกินขาดไม่ได้ จึงช่วยกันทำนา ทำสวน เรื่อยมา การเปลี่ยนแปลง เกิดขึ้น เมื่อ ปี 2540 คุณลุงทองปาน บอกว่า มีผู้นำ
