ปลูกสะระแหน่
ครั้นจะไม่พูดถึงเสียเลย ก็คงจะเป็นของที่มันคาอก คาใจไปนานเชียวหละ พืชผักที่เป็นยาสมุนไพรไทย มีเยอะแยะมากมาย จนเวลานี้แยกไม่ออกบอกไม่ถูกตามไม่ทัน ว่าอันไหนของไทยบ้านเรา อันไหนเอาเข้ามาจากถิ่นอื่น ผักหลายชนิดเคยพบเห็น เคยกินมาตั้งแต่เด็กๆ จนปลายคนแล้ว ยังค้างคาใจอยู่ว่า เป็นผักของไทยเราหรือของต่างชาติ เราต้องยอมรับกันว่า “ไม่แน่ใจ” เพราะไม่แน่ใจว่า คนบ้านเราเขารู้จักกันมาตั้งแต่เมื่อใด 50 ปี 100 ปี 200 ปี หรือนานมามากกว่านั้น ไม่รู้หละครับ พืชผักชนิดไหนเคยรู้จักกันมานาน ก็ถือว่าเป็นผักที่มีต้นกำเนิดในบ้านเรา ยกเว้นจะมีใครแอบไปจดลิขสิทธิ์หรือขึ้นทะเบียนเป็นพืชของบ้านเขาเองแล้ว ก็แล้วไป ที่ผ่านมามีเยอะเลย “สะระแหน่” (Pepper Mint) เป็นพืชชนิดหนึ่งที่มีหลายชื่อเรียกหลายสายพันธุ์ แต่ก็รวมกันอยู่ในวงศ์ (Family) หรือตระกูลเดียวกัน คือ LAMIACEAE ในสกุล (Genus) Melissa คนไทยในแต่ละภาค เรียกต่างกันบ้าง แต่ชื่อว่า “สะระแหน่” คล้ายเป็นชื่อกลางที่รู้จักกันทั่วไป เช่น ทางเหนือเรียก หอมด่วน, หอมเดือน อีสานเรียก ขะแหยะ, ขะแยะ ใต้เรียก สะแหน่, บักเงาะ อีกหลายที่เรียก แมงลักน้ำ, สะระแหน่ต้น, ต้นน้ำมันหม่อ
นครราชสีมา เกษตรกรไอเดียเจ๋ง ปลูกสะระแหน่ใต้ต้นทุเรียน ไม่ต้องลงทุน ดูแลไม่ยาก ออร์เดอร์ไม่ขาด ขายได้กิโล 50 บาท วันละ 10 กิโล จุนเจือครอบครัวสบาย ที่สวนทุเรียน หลังบ้าน นางสมนึก พาลครบุรี เกษตรกรวัย 67 ปี บ้านโนนมะขามป้อม ตำบลแชะ อำเภอครบุรี จังหวัดนครราชสีมา แม้ว่าทุเรียนที่ปลูกไว้ บนเนื้อที่ 2 งาน จำนวน 8 ต้น ในปีนี้จะให้ผลผลิตไม่ดีนัก ก่อนหน้านี้ต้องเจอกับสภาพอากาศที่ร้อนและแล้งจัด ทำให้ดอกทุเรียนและทุเรียนที่กำลังติดลูก ช่วงแรก ร่วงหล่นเสียหายไปเกือบหมด แต่ว่ายังพอมีรายได้มาจุนเจือครอบครัวทุกวัน เพราะสามารถเก็บใบสะระแหน่ที่ปลูกเอาไว้ใต้โคนต้นทุเรียนไปส่งขายให้กับพ่อค้าแม่ค้าตามตลาดทั่วไป นางสมนึก บอกว่า ใช้พื้นที่หลังบ้านที่มีเกือบ 2 งาน มาทดลองปลูกทุเรียนเอาไว้ เพื่อให้พอมีกินในครอบครัว และขายเป็นรายได้เสริม แต่ด้วยระยะเวลาที่ต้องรอทุเรียนโต เห็นว่า พื้นที่ระหว่างต้นทุเรียนว่างเปล่า จึงหาพืชอื่นมาปลูกเสริม เพราะการปลูกทุเรียนต้องใช้น้ำและดูแลใส่ปุ๋ยเป็นประจำอยู่แล้ว จึงทดลองปลูกพืชผักหลายอย่าง แต่จะเน้นไปทางพืชผักสวนครัว เพราะสามารถเก็บขายได้รายวัน สุดท้ายก็มาหยุดที่การปลูกสะระแห
