ปะการังฟอกขาว
ฟาเบียง คอสติเยอร์ นักสำรวจใต้น้ำและนักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมระดับแนวหน้าของโลก ผู้ก่อตั้ง “ศูนย์เพื่อการเรียนรู้มหาสมุทรฟาเบียงคอสติเยอร์” ยืนยันว่า “เกรท แบร์ริเออร์ รีฟ” แนวปะการังใหญ่ที่สุดในโลก นอกชายฝั่งตอนเหนือของประเทศออสเตรเลีย และถือเป็นสิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ตกอยู่ในระยะสุดท้ายของชีวิตแล้วอย่างแท้จริง หลังจากเกิดอาการ “ฟอกขาว” ขึ้นเป็นระยะๆ และสภาพฟอกขาวขนานใหญ่ในเวลานี้ทำให้แนวปะการังอยู่ในสภาพที่เกินที่จะเยียวยาแล้ว อาการปะการังฟอกขาวเกิดขึ้นเมื่ออุณหภูมิของน้ำในมหาสมุทร เพิ่มสูงขึ้นมากถึงระดับที่แนวปะการังไม่สามารถมีชีวิตอยู่ได้ นักวิทยาศาสตร์ระบุว่า ภาวะโลกร้อนเป็นตัวการสำคัญที่ก่อให้เกิดปัญหาดังกล่าวนี้ขึ้น และทำนายเรื่องนี้เอาไว้ก่อนหน้านี้แล้ว เพียงแต่ไม่คิดว่าสภาพจะรุนแรงและเลวร้ายลงอย่างรวดเร็วถึงขนาดนี้ โดยเชื่อกันในเวลานั้นว่า เกรท แบร์ริเออร์ รีฟ น่าจะอยู่รอดต่อไปได้อีกราว 30 ปี คอสติเยอร์ เตือนว่า การที่ภาวะโลกร้อนส่งผลถึงขั้นทำลายการอยู่รอดของแนวปะการังได้ นับว่าเป็นเครื่องสะท้อนเป็นอย่างดีว่าสิ่งต่างๆที่หลงเหลืออยู่บนโลกนี้อาจล้ม
วันที่ 18 พฤษภาคม นายทิฆัมพร ว่องธวัชชัย ผู้ช่วยนักวิจัยศูนย์ปฏิบัติการอุทยานแห่งชาติทางทะเล ที่ 3 จ.ตรัง เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ศูนย์ปฏิบัติการอุทยานแห่งชาติทางทะเลที่ 3 จังหวัดตรัง ได้ร่วมกับอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา หมู่เกาะพีพี จังหวัดกระบี่ ลงพื้นที่ทางทะเลอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี สำรวจปะการัง ในบริเวณ อ่าวปิเละ อ่าวโละซามะ เกาะยูง ด้านทิศตะวันออก อ่าวลิง เกาะไผ่ เกาะไก่ หมู่เกาะพีพี ต.อ่าวนาง อ.เมืองกระบี่ จาการสำรวจพบว่าเกิดปรากฏการณ์ ปะการังฟอกขาวเป็นวงกว้างกระจายอยู่ ทั่วทุกพื้นที่ โดยชนิดปะการังที่ฟอกขาว ที่พบประกอบด้วย ปะการังเขากวาง ปะการังวงแหวน ปะการังช่องเหลี่ยม ปะการังดอกเห็ด ปะการังดอกกะหล่ำ และปะการังโขด โดยปะการังเกิดการฟอกขาวมากที่บริเวณเกาะไก่ ประมาณร้อยละ 80 สาเหตุเกิดจาก อุณหภูมิของน้ำทะเลเพิ่มสูงขึ้น อยู่ที่ 31-35 องศา จากปกติจะอยู่ที่ 28-30 องศา สิ่งที่น่าเป็นห่วง ได้แก่ ปะการังโขด ที่พบว่ามีการฟอกขาวเกิดขึ้น ขณะที่เมื่อปี 2553 เกิดปรากฏการณ์ปะการังฟอกขาวครั้งรุนแรง แต่ปะการังชนิดนี้ ไม่มีการฟอกขาวแต่อย่างใด และไม่เคยมีบันทึกการฟอกขาวในปะการั
