ปัญหาการเกษตร
สศก.เผยอันดับความมั่นคงอาหารของไทยดีขึ้น แต่ยังเสี่ยง เหตุรายได้กระจุกตัว คนส่วนใหญ่เข้าถึงอาหารดีๆ ยาก แถมถูกบริษัทใหญ่-ข้ามชาติผูกขาดกลไกตลาด แนะรัฐออก กม.คุ้มครองที่ดินเกษตร หนุนทำเกษตรที่หลากหลาย นายภูมิศักดิ์ ราศรี ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการเศรษฐกิจการเกษตร สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า สถาบันอิโคโนมิสต์ อินเทลลิเจนซ์ ยูนิต (อีไอยู) ในประเทศได้จัดอันดับดัชนีความมั่นคงทางอาหารโลก (จีเอฟเอสไอ) ปี 2559 ซึ่งไทยมีคะแนนรวมอยู่ที่ 59.5 คะแนนสูงขึ้นจากปี 2558 โดยอยู่ในอันดับที่ 51 ของโลก จาก 113 ประเทศทั่วโลก โดยสหรัฐอเมริกาครองอันดับ 1 รองลงมาคือ ไอร์แลนด์ สิงคโปร์ เป็นต้น แต่หากคิดเฉพาะกลุ่มอาเซียน 9 ประเทศ (ไม่รวมบรูไน) ไทยอยู่อันดับ 3 รองจากสิงคโปร์และมาเลเซีย นายภูมิศักดิ์ กล่าวว่า แม้ว่าวิกฤตอาหารของโลกจะไม่ส่งผลกระทบต่อไทย เนื่องจากไทยผลิตอาหารเพียงพอบริโภคและยังสามารถส่งออกไปจำหน่ายต่างประเทศได้ต่อเนื่อง แต่ไทยก็ยังมีความเสี่ยงหลายด้านที่อาจจะกระทบต่อความมั่นคงทางอาหาร โดยเฉพาะการกระจายรายได้ที่กระจุกตัวอยู่ที่คนส่วนน้อยของประเทศ การเข้าถึงอาหารที่ดีมีประโยชน์ของคนส่ว
นับเป็นข่าวดีสำหรับพี่น้องเกษตรกรชาวไร่ หลังจากคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) มีมติให้ออกประกาศมาตรการดูแลสินค้าเกษตร 3 ชนิด คือ ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ มันสำปะหลังเส้น และปาล์มน้ำมัน โดยออกประกาศกำหนดให้ผู้ประกอบการรับซื้อ หรือพ่อค้าคนกลางข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จำนวนตั้งแต่ 50 ตันขึ้นไป ผู้ประกอบการรับซื้อมันเส้นตั้งแต่ 15 ตันขึ้นไป หรือคิดเป็นหัวมันสด 45 ตัน ต้องแจ้งปริมาณ สถานที่เก็บ และราคา ต่อเจ้าพนักงาน กกร. จากเดิมที่กำหนดให้เฉพาะผู้ประกอบการโกดังและโรงงานอาหารสัตว์ที่ครอบครองข้าวโพดตั้งแต่ 50 ตันขึ้นไปเท่านั้น ที่ต้องแจ้งข้อมูลดังกล่าว การเพิ่มเติมในส่วนของผู้รับซื้อด้วยจะทำให้สามารถตรวจสอบติดตามดูแลผู้ที่อยู่ในระบบการซื้อขายตามบัญชีที่เกิดขึ้นได้ตลอดห่วงโซ่ ส่วนปาล์มน้ำมันกำหนดให้โรงงานรับซื้อทะลายปาล์มสดที่มีเปอร์เซ็นต์น้ำมัน 18% ขึ้นไป เรื่องนี้เป็นผลมาจากที่ผ่านมามีเกษตรกรจำนวนไม่น้อยที่ร้องเรียนไปถึงกรมการค้าภายใน ว่าไม่ได้รับราคาที่เหมาะสมตามที่รัฐกำหนด เช่น ปัญหาที่เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ถูกกดราคาจากพ่อค้าคนกลาง ที่ตั้งราคารับซื้อผลผลิตไว้ต่ำมาก ส่วนใหญ่ใ
