ปัญหาน้ำเค็มรุกพื้นที่การเกษตร
. ฤดูร้อนในปีนี้ จะเริ่มต้นตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ 259 ไปสิ้นสุดในช่วงกลางเดือนพฤษภาคม 2569 กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่า ประเทศไทยจะมีอุณหภูมิโดยเฉลี่ยสูงกว่าปีที่ผ่านมา โดยคนไทยจะเผชิญสภาพอากาศร้อนจัดที่สุดในรอบปี ในช่วงปลายเดือนมีนาคมถึงกลางเดือนเมษายน 2569 พื้นที่ภาคเหนืออาจเจอสภาพอากาศร้อนสูงถึง 42 – 43 องศาเซลเซียส ด้านปริมาณน้ำฝนโดยรวมในปีนี้ มีแนวโน้มลดลงกว่าปกติ 30-40% ดังนั้นพื้นที่แล้งซ้ำซากนอกเขตชลประทาน อาจมีปริมาณน้ำไม่เพียงพอต่อการอุปโภคบริโภคและการเกษตร จึงขอให้ประชาชนวางแผนการใช้น้ำอย่างประหยัดและเกิดประโยชน์สูงสุด . “น้ำเค็มรุกพื้นที่การเกษตร” เป็นปัญหาที่เกษตรกรในพื้นที่กรุงเทพมหานคร นนทบุรี ปทุมธานี ฉะเชิงเทรา สมุทรปราการ และนครปฐม มักเจอในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ – เมษายนของทุกปี น้ำเค็มจากทะเลจะรุกเข้าสู่แม่น้ำเป็นระยะทางไกลขึ้น ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการใช้น้ำด้านเกษตรกรรม เนื่องจากค่าความเค็มสูงกว่าค่ามาตรฐานที่พืชรับได้ สร้างความเสียหายให้กับพื้นที่สวนกล้วยไม้ สวนไม้ผลไม้ยืนต้น และพืชอื่นๆ หากใช้น้ำในคลองที่มีค่าความเค็มสูงไปรดต้นพืช จะเกิดค
เมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2566 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ มอบหมายให้ ดร.จันทรวิภา ธนะโสภณ ผู้ทรงคุณวุฒิ วช. พร้อมด้วยกลุ่มสารนิเทศและประชาสัมพันธ์ วช. นำคณะสื่อมวลชนเยี่ยมชมโครงการวิจัย เรื่อง “การพัฒนาเกษตรกรไทยสู่ smart farmer (กรณีศึกษาการพัฒนาเกษตรกรผู้ปลูกทุเรียนเพื่อการส่งออก)” โดยมี รศ.ดร.วรภัทร วชิรยากรณ์ สาขาวิชาเทคโนโลยีการเกษตร คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นผู้บริหารจัดการโครงการวิจัย และ คุณศิวนาถ เพ็ชรสุวรรณ พร้อมด้วย พ.ต.อ.ดำรงพงษ์ เพ็ชรสุวรรณ แห่ง สวนอลิษา และ นายเฉลิมศักดิ์ ผมพันธ์ นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการพิเศษ รักษาราชการแทนเกษตรอำเภอเมืองนนทบุรี ให้การต้อนรับ ณ สวนอลิษา อ.เมือง จ.นนทบุรี ดร.จันทรวิภา ธนะโสภณ ผู้ทรงคุณวุฒิ วช. กล่าวว่า การลงพื้นที่ในวันนี้ เป็นหนึ่งในโครงการท้าทายไทยที่ วช. สนับสนุนทุนวิจัย สวนทุเรียนอลิษา อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี เป็นสวนทุเรียนที่เก่าแก่ แต่มีปัญหาในเรื่องน้ำเค็ม ซึ่ง วช. ได้นำนวัตกรรมใหม
