ปาชายเลน
4 ธันวาคม 2563 บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ ส่งเสริมพนักงานให้ตระหนักรู้และรับผิดชอบดูแลสิ่งแวดล้อมรับวิถีปกติใหม่ (New Normal) สนับสนุนการมีส่วนในโครงการปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพ ลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืนของทุกคนบนโลก นายวุฒิชัย สิทธิปรีดานันท์ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ด้านความรับผิดชอบต่อสังคมและการพัฒนาอย่างยั่งยืน ซีพีเอฟ กล่าวว่า วิกฤติการณ์ด้านสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นหลายครั้งในปีนี้และสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 กระทบวิถีชีวิตของมนุษย์ในทุกมิติ ทั้งเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกิดการเปลี่ยนแปลงสู่วิถีปกติใหม่ (New Normal) และเป็นสัญญาณเตือนประชากรโลกต้องหันมาฟื้นฟูสมดุลธรรมชาติ เพื่อพลิกฟื้นสุขภาพที่ดีให้กับโลกของเรา อันจะส่งผลต่อการดำรงชีวิตในอนาคต ซึ่งในโอกาสวันสิ่งแวดล้อมไทย 4 ธันวาคม 2563 เป็นการกระตุ้นทุกภาคส่วน ให้ตระหนักถึงความสำคัญของสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ “วิกฤตการณ์สุดขั้วด้านสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง รวมถึงการละลายของน้ำแข็งขั้วโลกอย่างรวดเร็ว เป็นการส่งสัญญาณจาก
ชื่อวิทยาศาสตร์ Hydnophytum formicarum Jack. ชื่อสามัญ Ant plant ชื่อวงศ์ RUBIACEAE ชื่ออื่นๆ ปุ่มฟ้า หัวเสือ หัวร้อยรู (ปัตตานี-ทั่วไป) ปุ่มเป้า (ตราด) ดาลูบู-ตาลิมา (มลายู-ภาคใต้) ผมเป็นหนุ่มชั้นสูง เพราะชอบอยู่ตามคาคบไม้ใหญ่ในป่าชายทะเล ไม่ค่อยได้เจอะเจอผู้คนมากนัก เพราะฟังชื่อผมแล้วใครๆ ไม่อยากเข้าใกล้ มีแต่กลุ่มมดดำที่มาติดพันและอยู่ในโพรงตัวผมเป็นรังสร้างทางเดินเชื่อมต่อตามรูพรุน ใครมาเห็นจึงเรียกผมว่า “หัวร้อยรู” แต่แปลกที่ชาวสุราษฎร์ธานี เรียกผมว่า “กระเช้าผีมด” ผมเองเคยได้ยินแต่คำว่า “กระเช้าสีดา” คงจะสวยน่ารัก สำหรับผมที่มีมดเข้ามาอยู่อย่างมีความสุข ทำไม๊…กลายเป็น “ผีมด” ไปด้ายยย มีคำอธิบายสำหรับผม ว่าเป็นไม้พุ่มอิงอาศัย ชอบเกาะต้นไม้ในป่าดิบชื้นใกล้ฝั่งทะเล ลำต้นทรงกลม อวบน้ำ จุดเด่นที่เป็นกระเช้ารูพรุน ภายในเป็นโพรงมีช่องทะลุเชื่อมต่อเป็นที่อาศัยของมดดำ ส่วนที่เป็นรูพรุนนี้ใช้ทำยาได้ ขนาดโตเต็มที่เท่าลูกมะพร้าว สำหรับลำต้นจะสูงประมาณ 1-2 ฟุต ออกดอกเล็กๆ สีขาวตามซอกใบ เมื่อแตกกอ ก็แยกไปเพาะพันธุ์ได้ หรือเพาะเมล็ด ปลูกแขวนเป็นพันธุ์ไม้ป่าชายเลน ชีวิตผมออกจะเปลี่ยวเปล่า
เพื่อขานรับนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจในภูมิภาคของรัฐบาล ด้วยการใช้การท่องเที่ยวมาเป็นตัวขับเคลื่อนหลัก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้กำหนดทำเส้นทางสายกิน อาหารถิ่นในตำนาน (Gastronomy Tourism) กำหนดไว้ 10 เส้นทาง กระจายไปทั่วภูมิภาค และ ปี 2561 เริ่มสำรวจ เส้นทางนำร่องใน 5 ภูมิภาค คือ ตราด (ภาคตะวันออก) ตาก (ภาคเหนือ) สุรินทร์ (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) สตูล (ภาคใต้) และ ลพบุรี (ภาคกลาง) เมื่อกลางเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา คุณคมกริช ด้วงเงิน ผู้อำนวยการกองส่งเสริมการบริการท่องเที่ยว ฝ่ายส่งเสริมสินค้าการท่องเที่ยวการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้นำคณะสื่อมวลชนตระเวณชิมอาหารถิ่นในตำนาน (Gastronomy Tourism) และสัมผัสประสบการณ์แหล่งท่องเที่ยวชุมชนที่จังหวัดตราด กระแส Food Tourism มาแรง อาหารถิ่นในตำนาน จุดขายนักท่องเที่ยว คุณคมกริช ด้วงเงิน ผู้อำนวยการกองส่งเสริมการบริการท่องเที่ยว ฝ่ายส่งเสริมสินค้าการท่องเที่ยว กล่าวว่า ปัจจุบันกระแสการท่องเที่ยวเชิงอาหาร Food Tourism มีแนวโน้มสูงขึ้น ปี 2560 นักท่องเที่ยวมีค่าใช้จ่ายอาหาร เครื่องดื่ม สูงถึง 1 ใน 3 ของค่าใช้จ่ายรวม จังหวัดตราดเป็นเมืองท่
เมื่อวันที่ 30 มีนาคม พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการป่าในเมืองบ้านห้วยทรัพย์ “โครงการป่าในเมือง สวนป่าประชารัฐ เพื่อความสุขของคนไทย” ที่ ต.ลีเล็ด อ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี พล.อ.สุรศักดิ์ กล่าวว่า โครงการป่าในเมืองเป็นโครงการตามนโยบายรัฐ ซึ่ง ทส. ได้นำมาทำตามแผน ร่วมกับกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง(ทช.) องค์การบริกหารส่วนท้องถิ่น และประชาชน ในการทำพื้นที่ป่าในเมืองบ้านห้วยทรัพย์ ให้เป็นพื้นที่สำหรับประชาชนและคนทั่วไปได้เข้ามาใช้ประโยชน์ ถือเป็นการมอบความสุขแก่ประชาชน ขณะนี้มีป่าทั้งหมด 98 ป่า เป็นป่าทางบก 78 ป่า และป่าชายเลน 20 ป่า ในอนาคตคาดว่าอาจมีป่าเพิ่มขึ้น และอาจมีการปรับปรุงพัฒนาเพื่อให้สามารถเข้าไปใช้ประโยชน์ได้โดยตรง เดิมอาจจะเป็นสถานที่ราชการเช่น อุทยาน ทำให้ประชาชนไม่กล้าที่จะเข้าไปใช้ประโยชน์ เพราะกลัวผิดกฎหมาย การเปิดป่าจึงทำให้ทุกคนสามารถเข้าไปใช้ประโยชน์ได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าประชาชนจะได้รับความสุขร่วมกัน นายจตุพร บุรุษพัฒน์ อธิบดี ทช. เผยว่า ทช. ได้วางแผนดำเนินงานเพื่อส
บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ ส่งเสริมชุมชนในพื้นที่ให้มีส่วนร่วมอนุรักษ์ ฟื้นฟู และดูแลป่าชายเลนอย่างยั่งยืน ตอกย้ำความมุ่งมั่นดำเนินโครงการ “ซีพีเอฟ ปลูก ปัน ป้อง ป่าชายเลน” เพิ่มพื้นที่สีเขียว ล่าสุดร่วมกับคณะกรรมการชุมชนอนุรักษ์ป่าชายเลน ต.บางหญ้าแพรก จ.สมุทรสาคร และชุมชนในพื้นที่ เปิดสถานีส่งเสริมอาชีพชุมชน เพื่อสร้างอาชีพและรายได้เสริม สามารถนำรายได้ไปใช้ในการดูแลป่าชายเลนและเป็นต้นแบบให้ชุมชนอื่น นายสุรินทร์ ระหงษ์ ประธานคณะกรรมการชุมชนอนุรักษ์ป่าชายเลน ตำบลบางหญ้าแพรก จ.สมุทรสาคร เปิดเผยว่า ชุมชนบางหญ้าแพรกได้จัดตั้งสถานีส่งเสริมอาชีพชุมชนอนุรักษ์ป่าชายเลน ต.บางหญ้าแพรก เมื่อ 2 ปีที่แล้ว เพื่อสร้างอาชีพและรายได้เสริมให้แก่ชุมชน และนำรายได้ส่วนหนึ่งไปใช้ในการดูแลป่าชายเลนอย่างยั่งยืน โดยกิจกรรมต่างๆ ประกอบด้วย การทำถ่านไบโอชาร์ ทำผลิตภัณฑ์จากถ่านไบโอชาร์ เนื่องจากคุณสมบัติในการดูดซับกลิ่นได้ดี การทำปุ๋ยชีวภาพ ปลูกผักปลอดสารพิษ นำพืชป่าชายเลนมาแปรรูปทำเป็นอาหาร อาทิ ใบโกงกางทอด น้ำลำแพน ฯลฯ ซึ่งล้วนเป็นผลสืบเนื่องจากความอุดมสมบูรณ์ของป่าชายเลนที่เอื้อต่อการ
หนึ่งในข่าวเล็กๆ ที่อาจไม่เป็นที่รับรู้กันมากนักแต่มีนัยอันยิ่งใหญ่ เพราะสะท้อนถึงความสำเร็จในการทำงานอย่างต่อเนื่องยาวนานมากกว่า 20 ปีขององค์กรพัฒนาชุมชนของไทยก็คือการที่ “กลุ่มอนุรักษ์บ้านบางลา” ได้รับรางวัลอีเควเตอร์ประจำปี 2560 จากโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ(ยูเอ็นดีพี) ซึ่งจัดขึ้นที่สำนักงานใหญ่สหประชาชาติ ณ นครนิวยอร์ก เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา ในห้วงเวลาเดียวกับที่มีการประชุมสมัชชาสหประชาชาติสมัยสามัญ ครั้งที่ 72 รางวัลอีเควเตอร์ เป็นรางวัลภายใต้โครงการข้อริเริ่มอีเควเตอร์ของยูเอ็นดีพีที่มีขึ้น 2 ปีครั้ง เพื่อเป็นรางวัลให้กับความพยายามของชุมชนที่มีความโดดเด่นในการลดความยากจนผ่านการอนุรักษ์และการพัฒนาที่ยั่งยืนด้วยการใช้ประโยชน์จากความหลากหลายทางชีวภาพโดยเฉพาะในพื้นที่เขตร้อน ด้วยตระหนักว่าความสำเร็จของท้องถิ่นเป็นรากฐานของการเคลื่อนไหวในระดับโลกที่มีส่วนช่วยสนับสนุนการบรรลุเป้าหมายแห่งการพัฒนาที่ยั่งยืน(เอสดีจีส์) ของสหประชาชาติ เพื่อให้เวทีระหว่างประเทศตระหนักถึงความพยายามของท้องถิ่นรวมถึงชนพื้นเมืองที่ได้พยายามทำงานเพื่อให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยผู้ได้รับรางวัลในปีนี้ 15 ร
วันที่ 9 สิงหาคม นายโสภณ ทองดี รองอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง(ทช.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) พร้อมชุดปฏิบัติการพิเศษฉลามขาว นำโดย นายรัชชัย พรพา หัวหน้าชุดปฏิบัติการฉลามขาว ทหารจากกองทัพภาคที่ 4 เจ้าหน้าที่ปกครองในพื้นที่ เปิดยุทธการทวงคืนผืนป่าชายเลน ยึดแผ่นดินคืนจากนายทุน จ.กระบี่ โดยจุดแรก เข้าตรวจสอบท้องที่บ้านคลองแรด หมู่ที่ 7 ต.คลองขนาน อ.เหนือคลอง ซึ่งเป็นพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าแหลมกรวด และป่าคลองบางผึ้ง และป่าชายเลนตามมติคณะรัฐมนตรี(ครม.) ซึ่งต้องเดินทางทางเรือ เนื่องจากพื้นที่ ที่ถูกบุกรุกเป็นเกาะ อยู่กลางแม่น้ำ และป่าชายเลน พื้นที่ประมาณ 80 ไร่ พบ มีการทำประโยชน์ โดยบุกรุกปลูกปาล์ม สลับกับสวนยาง อายุตั้งแต่ 1-10 ปี กระจายเต็มพื้นที่ นอกจากนี้ยังพบ ขนำที่อาศัยชั่วคราว และมีร่องรอยการทำประโยชน์ โดยสวนยางมีการกรีดตัดยาง คาอยู่ นายโสภณ จึงสั่งให้เจ้าหน้าที่ ตรวจวัดพิกัด จีพีเอส พื้นที่ที่มีการบุกรุก พบว่า มีจำนวน 62 ไร่เศษ นอกจากนี้ ยังพบร่องรอยการขยายพำนที่เพื่อทำประโยชน์ โดยมีการปลูกปาล์มน้ำมันขนาดเล็ก จึงได้แจ้งความดำเนินคดี กับ พ.ต.ท. บรรจบ สงณรงค์
หน่วยงานรัฐยก “ซีพีเอฟ โมเดล” ปลูกป่าชายเลน ต.บางหญ้าแพรก จ.สมุทรสาคร เป็นต้นแบบในการส่งเสริมชาวบ้านและชุมชน ให้ร่วมมือกันปกป้องและรักษาสิ่งแวดล้อม สอดรับนโยบายทางการเร่งฟื้นฟูพื้นที่ป่าทั่วประเทศ สนับสนุนชุมชนมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์อย่างยั่งยืน พ.อ.เกรียงชัย สุวรรณทัต รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน จ.สมุทรสาคร กล่าวว่า ผลสำเร็จจากการที่บริษัทเอกชนอย่าง บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ เข้ามาดำเนินการปลูกป่าชายเลนในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร ใน 1 ตำบล คือ ที่ตำบลบางหญ้าแพรก ซึ่งเห็นผลเป็นรูปธรรม คือ พื้นที่ป่าชายเลนที่สมบูรณ์เพิ่มขึ้น ชุมชนในพื้นที่มีส่วนร่วมในการดูแลและอนุรักษ์ป่า อัตราการรอดของต้นไม้ที่ปลูกมีอัตรารอดถึง 70 % ทางกอ.รมน. จึงเห็นควรใช้ความสำเร็จของซีพีเอฟเป็นต้นแบบในการขยายพื้นที่ปลูกป่ากับอีก 7 ตำบลที่ติดชายฝั่งทะเลคือ ตำบลพันท้ายนรสิงห์ โคกขาม บางกระเจ้า บ้านบ่อ บางโทรัด กาหลง นาโคก “กอ.รมน. จ.สมุทรสาคร เห็นว่า ซีพีเอฟ โมเดล ปลูกป่าชายเลนได้ผลเป็นรูปธรรม ซึ่ง ทางกอ.รมน.ส่วนกลาง ให้คำชมว่าอัตราการรอดของต้นไม้สูงและใช้เวลาไม่นาน จึงจะใช้โมเดลนี้กับพื
กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ร่วมเครือข่ายประชาชน ปลูกป่าชายเลนในนาเกลือที่ยึดคืนมา ครั้งแรกในประเทศไทย พร้อมตั้ง ‘ธนาคารปู’ หนุนปลูกป่าในที่ดินกรรมสิทธิ์ ทำรายได้ 144 ล้าน ต่อปี นางสาวสุทธิลักษณ์ ระวิวรรณ อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เปิดเผยว่า ทช. ร่วมกับเครือข่ายภาพภาคประชาชน จังหวัดเพชรบุรี ปลูกป่าชายเลนในพื้นที่ยึดคืนบริเวณเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าปากทะเล อำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี ซึ่งมีสภาพเป็นนาเกลือ จำนวน 255 ไร่ นับว่าเป็นการท้าทายความสามารถงานด้านวิชาการเป็นอย่างยิ่ง เพราะเป็นการปลูกป่าชายเลนในพื้นที่นาเกลือเป็นครั้งแรกในประเทศไทย นอกจากนี้ ทช. ยังสนับสนุนให้มีการเพิ่มพื้นที่ป่าของภาคเอกชนที่ชุมชนยี่สาร อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม ซึ่งเป็นอีกหนึ่งพื้นที่ที่มีปัญหาป่าชายเลน ทั้งถูกบุกรุกทำลายสร้างความเสื่อมโทรมในพื้นที่ เนื่องจากการนำทรัพยากรป่าชายเลนมาใช้มากจนเกินขีดความสามารถที่ธรรมชาติจะผลิตขึ้นทดแทนได้ ทำให้เกิดผลกระทบรุนแรงต่อระบบนิเวศป่าชายเลนโดยตรง และระบบนิเวศประเภทอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องบริเวณชายฝั่ง อธิบดี ทช. กล
