ผักพื้นบ้านภาคใต้
เหรียง เป็นหนึ่งในผักยอดนิยมในวิถีชีวิตประจำวันของชาวใต้ เช่นเดียวกับ สะตอและเนียง ทั้งนี้ ต้นเหรียงโดยธรรมชาติ เป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่สูงประมาณ 30 เมตร ลักษณะคล้ายต้นสะตอ แต่พุ่มใบแน่นและเขียวทึบกว่า ดอกและผลเป็นผักเหมือนสะตอ ฝักยาวประมาณ 20-30 เซนติเมตร เมล็ดมี 15-20 ต่อฝัก ไม่นิยมกินสดเหมือนสะตอ แต่จะรอให้แห้งแก่คาฝัก เมล็ดในเมื่อแก่แล้วเป็นสีดำ ชอบขึ้นตามริมชายเขา ซึ่งมีอากาศชื้น มีอายุ 10 ปีขึ้นไปจึงจะให้ผลผลิต ตำบลปากหมาก อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี ชาวบ้านทั่วไปนิยมปลูกต้นเหรียงร่วมกับพืชอื่นๆ ในสวนสมรม ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงเมษายนของทุกปี คุณรัชฏาภรณ์ ศรีสวาท เกษตรกรในชุมชนแห่งนี้มักรับซื้อเมล็ดเหรียงประมาณ 1,500 กิโลกรัม เพื่อนำมาเพาะหน่อเหรียง สำหรับขายส่งแม่ค้าตลอดทั้งปีไม่ต่ำกว่า 20 กิโลกรัม ในราคากิโลกรัมละ 150 บาท วิธีการเพาะหน่อเหรียง เริ่มจากใช้กรรไกรตัดเล็บนำตัดที่เมล็ดเหรียง ที่ปลายทางด้านที่มีสีน้ำตาลและเป็นรอยบุ๋มลงไป หลังจากนั้นนำมาแช่น้ำสะอาดทิ้งไว้ 20-24 ชั่วโมง แล้วนำมาล้างเมือกที่ติดอยู่กับเมล็ดให้หมดโดยใช้มือถูเมล็ดไปมาในน้ำประมาณ 2 ครั้ง เมื่อเมล็ดสะอาดดีแล
ผักลิ้นห่าน จัดเป็นผักพื้นเมืองที่หายากอีกชนิดหนึ่ง คนเก่าแก่ในบางพื้นที่เรียกว่า ผักหลักไก่ สำหรับคนจังหวัดภูเก็ต และจังหวัดพังงา มักจะพูดออกสำเนียงเป็น ผักลิ้นหาน (ซึ่งน่าจะมีมาแต่โบราณนานแล้ว) ความอร่อยของผักลิ้นห่านนั้นจะมีความกรอบและอร่อย ปัจจุบัน ในจังหวัดภูเก็ตได้มีผู้ปลูกผักลิ้นห่านเป็นการค้านับได้ก็มีจำนวนหลายๆ ราย สำหรับชื่อ ผักลิ้นห่าน อาจจะไม่ค่อยคุ้นหูสำหรับคนสมัยใหม่นัก แต่ก็จะเป็นที่รู้จักของชาวภูเก็ตตั้งแต่รุ่นเก่าก่อนซะมากกว่า…ปัจจุบันเริ่มหากินได้ยาก หรือบางพื้นที่อาจจะสูญพันธุ์ไปแล้วโดยสิ้นเชิง ส่วนที่ยังคงหลงเหลืออยู่บ้างตามบ้านเรือน ที่มีการเพาะพันธุ์ไว้สำหรับปรุงประกอบอาหาร และหากมีมากก็จะแบ่งกินหรือแบ่งขายกันบ้าง มารู้จัก ผักลิ้นห่าน ผักลิ้นห่าน คือ ชื่อที่ชาวบ้านเรียกผักพื้นบ้านชนิดหนึ่ง เป็นพืชล้มลุก ลำต้นสั้นๆ และมีไหลทอดเลื้อยไปตามพื้นดิน มักแตกกอเป็นช่วงๆ ขอบใบหยักเล็กน้อย ใบยาวรีคล้ายลิ้นห่าน ปลายใบแหลม ใบยาวประมาณ 7-10 เซนติเมตร ใน 1 ต้น มีใบประมาณ 7-15 ใบ สีเขียวเข้ม ถ้าแสงแดดจ้าใบจะออกเหลือง หากไม่สังเกตหรือไม่รู้จักก็อาจจะทำให้เข้าใจว่า เป็นต้นหญ้
