ผ้าทอมือ
วช. ร่วมกับเครือข่ายวิจัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ นำงานวิจัยและนวัตกรรมยกระดับศักยภาพกลุ่มวิสาหกิจชุมชน ต่อยอดเป็นศูนย์วิจัยชุมชนเมืองหัตถกรรมโลกแห่งผ้าไหมมัดหมี่ จ.ขอนแก่น และศูนย์วิจัยชุมชนเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์อีสาน จ.ร้อยเอ็ด วันศุกร์ที่ 14 กุมภาพันธ์ 2563 ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ร่วมกับรศ.ดร.ไชยณรงค์ นาวานุเคราะห์ รองประธานเครือข่ายวิจัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มอบป้ายสัญลักษณ์ “ศูนย์วิจัยชุม” แก่กลุ่มวิสาหกิจและชุมชนที่นำงานวิจัยและนวัตกรรมที่ วช. ให้การสนับสนุน ยกระดับประสิทธิภาพการผลิตและผลิตภัณฑ์ ซึ่งพร้อมเป็นศูนย์เรียนรู้ให้แก่ประชาชนในพื้นที่ โดยมอบให้แก่ “ศูนย์วิจัยชุมชนเมืองหัตถกรรมโลกแห่งผ้าไหมมัดหมี่ จ.ขอนแก่น” และ “ศูนย์วิจัยชุมชนเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์อีสาน จ.ร้อยเอ็ด” “ศูนย์วิจัยชุมชนเมืองหัตถกรรมโลกแห่งผ้าไหมมัดหมี่ บ้านหนองบัวน้อย อ.พล จ.ขอนแก่น” ได้นำองค์ความรู้จากงานวิจัยและนวัตกรรมยกระดับผ้าไหมมัดหมี่ ให้มีอัตลักษณ์ด้วยการผสานภูมิปัญญาท้องถิ่นให้เกิดลายผ้าไหมที่สื่อถึงวัฒนธรรมชาวอีสาน
ฝ้าย (Cotton) คือ เส้นใยเก่าแก่ชนิดหนึ่งซึ่งใช้ในการทอผ้ามาแต่สมัยโบราณ โดยหลักฐานทางโบราณคดีที่บ่งบอกให้รู้ว่ามีการปลูกฝ้ายและปั่นฝ้ายเป็นเส้นด้ายมานานแล้ว คือการขุดพบฝ้ายในซากปรักหักพังอายุประมาณ 3,000 ปีก่อนคริสตกาล ที่แหล่งโบราณคดีโมฮันโจ ดาโร (Mohenjo daro) บริเวณแหล่งอารยธรรมลุ่มน้ำสินธุในเขตประเทศปากีสถานปัจจุบัน ใยฝ้ายได้มาจากส่วนที่ห่อหุ้มเมล็ดของต้นฝ้าย หรือที่เรียกว่า ปุยฝ้าย ซึ่งมีลักษณะเป็นเส้นเล็กๆ ฝ้ายมีคุณสมบัติเนื้อนุ่ม โปร่งสบาย ระบายความร้อนได้ดี เนื่องจากฝ้ายมีช่องระหว่างเส้นใย จึงเหมาะกับสภาพอากาศในฤดูร้อน และเมื่อเปียกจะตากแห้งได้เร็ว การใช้ฝ้ายมาใช้งานทำได้โดยนำฝ้ายมาปั่นเป็นเส้นด้าย แล้วนำมาทอเป็นผืนผ้า ท่านที่เคารพครับ!!! ปัจจุบันประเทศไทยมีการปลูกฝ้ายน้อยมาก แต่ที่บ้านดินทรายอ่อน หมู่ที่ 6 ตำบลหัวนา อำเภอเมืองหนองบัวลำภู จังหวัดหนองบัวลำภู ได้มีเกษตรกรรวมตัวกันเป็นกลุ่มและปลูกฝ้าย แล้วนำเส้นใยจากดอกฝ้ายมาถักทอเป็นผ้าฝ้ายรูปแบบต่างๆ ย้อมด้วยสีธรรมชาติ แล้วแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์หลากหลายชนิด จนได้รับความสนใจจากลูกค้าทั่วประเทศ สร้างงาน สร้างอาชีพ ทำรายได้เข้าหมู่บ้า
ถึงตอนนี้คงไม่ต้องบอกแล้วว่าชื่อเสียงความโด่งดังของผ้าไหมไทยเลื่องลือไปไกลแค่ไหนแล้ว เพราะความประณีตสวยสดงดงามอันมาจากคุณภาพเนื้อผ้าที่ผสมผสานกับลวดลายอันวิจิตรบรรจง อันเป็นเอกลักษณ์ที่ชาติอื่นยากที่จะเลียนแบบ จึงเป็นเสน่ห์ให้ผ้าไหมไทยเป็นที่หลงใหลของชาวต่างประเทศหลายชาติ “ชัยภูมิ” เป็นอีกหนึ่งจังหวัดที่มีความโดดเด่นด้านผ้าไหม โดยเฉพาะผ้าไหมลายหมี่คั่นขอนารี เป็นลายผ้ามัดหมี่เอกลักษณ์ของจังหวัดชัยภูมิ เกิดจากการนำหมี่คั่นลายโบราณ มารวมกับ ลายมัดหมี่ขอนารี นับเป็นภูมิปัญญาเก่าแก่ที่ต้องอนุรักษ์ไว้ให้เป็นสมบัติของชาวชัยภูมิ คุณกิ่งดาว ประจำเมือง อยู่บ้านเลขที่ 25 หมู่ที่ 5 ตำบลสามสวน อำเภอบ้านแท่น จังหวัดชัยภูมิ ประธานกลุ่ม “ปลูกหม่อนเลี้ยงไหม บ้านเหมือดแอ่” เล่าว่า การทอผ้าเป็นงานฝีมือดั้งเดิมของชาวบ้านที่ทอผ้าไว้ใช้ในชีวิตประจำวันอยู่แล้ว ขณะเดียวกัน ต้นหม่อนก็เป็นพืชที่เติบโตในหมู่บ้านมาช้านานแล้วเช่นกัน จึงเกรงว่าภูมิปัญญานี้กำลังจะหายไป ดังนั้น คนหนุ่ม-สาว จึงช่วยกันอนุรักษ์ไว้ พร้อมไปกับเชิญผู้เฒ่าผู้แก่ที่มีความสามารถมาถ่ายทอดองค์ความรู้เรื่องกระบวนการทอผ้าพื้นเมืองให้แก่ผู้สนใจส
บ้านห้วยต้ม เป็นหมู่บ้านในเขตการปกครองของตำบลนาทราย อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน ปัจจุบันบ้านห้วยต้มเป็นที่อยู่อาศัยของชนเผ่าปาเก่อญอ (กระเหรี่ยง) ชนเผ่าปาเก่อญอในชุมชนส่วนใหญ่นั้นจะประกอบอาชีพทางการเกษตรแบบเชิงเดี่ยว แต่ไม่นิยมการเลี้ยงสัตว์ เพราะประชากรส่วนใหญ่จะไม่บริโภคเนื้อสัตว์ นอกจากอาชีพเกษตร ชนเผ่าปาเก่อญอมีอาชีพเสริมคือการทอผ้าฝ้าย การทำเครื่องเงิน การขุดศิลาแลง และ การจักสานไม้ไผ่ โดยมีหน่วยงานที่รับผิดชอบดูและคอยให้การสนับสนุนและให้ความช่วยเหลือพร้อมกับช่วยส่งเสริมอาชีพให้กับคนในชุมชน คือ ศูนย์ส่งเสริมการเกษตรที่สูงจังหวัดลำพูน ศูนย์ส่งเสริมเกษตรที่สูงจังหวัดลำพูน เป็นหน่วยงานรัฐ สังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีหน้าที่รับผิดชอบวิจัย และทดสอบปลูกพืชที่มีความเหมาะสมกับสภาพพื้นที่เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรพร้อมกับถ่ายทอดความรู้โดยการส่งเสริมอาชีพตลอดจนคอยเป็นที่ปรึกษาให้คำแนะนำและเป็นพี่เลี้ยงให้กับเกษตรกร คุณพินิจ เชาว์ตระกูลเทียน อดีตหัวหน้าศูนย์ส่งเสริมการเกษตรที่สูงจังหวัดลำพูน เล่าว่า ชนเผ่าปาเก่อญอเป็นชุมชนที่มีฐานะทางเศรษฐกิจค่อนข้างยากจน สภาพความเป็นอยู่จะอยู่กันเป็นครอบครัวใหญ่
