ฝ่าวิกฤต COVID-19
จากการทำงานด้านการส่งเสริมให้ประชาชนได้ตระหนักถึงการมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ปูม้า วันนี้ชาวประมงในชุมชนเกาะสุกร ตำบลเกาะสุกร อำเภอปะเหลียน จังหวัดตรัง มีความอุดมสมบูรณ์ด้านทรัพยากรธรรมชาติ ที่เอื้อต่อการส่งเสริมรายได้ด้านการประมง ซึ่งเป็นรายได้หลักของชุมชนเกาะสุกร โครงธนาคารปูม้า มทร.ศรีวิชัย เลขที่ 179 หมู่ที่ 3 ตำบลไม้ฝาด อำเภอสิเกา จังหวัดตรัง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย วิทยาเขตตรัง ได้รับทุนอุดหนุนการทำกิจกรรมส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัยและนวัตกรรม จากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ได้บริการวิชาการในการแปรรูปผลิตภัณฑ์ โดย สาขาเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำและผลิตภัณฑ์ประมง คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการประมง จัดการฝึกอบรมแปรรูปผลิตภัณฑ์จากปูม้าเป็นสินค้าใหม่ “นักเก็ตปูม้า & ข้าวเกรียบปูม้า” เป็น (โครงการระยะที่ 3) เพื่อการต่อยอดการทำธนาคารปูม้าตามแนวทาง BCG Economy Model โดยการมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ปูม้า ทำให้มีทรัพยากรที่อุดมสมบูรณ์ สร้างมูลค่าเพิ่ม สร้างรายได้ สร้างอาชีพเสริมให้กับ ชุมชนเกาะสุกรได้เป็นอย่างดี โดยก่อนหน้านี้ (4-5 ก.ย. 2563) ได้จัดฝึกอบรมผลิภัณฑ์แปรรูปมาจากปูม้า “หอ
นายปิยะ สมัครพงศ์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 3 จังหวัดระยอง (สสก.3 จ.ระยอง) เปิดเผยว่า สำนักงานฯ ร่วมกับ สำนักงานเกษตรจังหวัดจันทบุรี จัด “โครงการรถเร่ผลไม้ไทยน่าช้อปภาคตะวันออก” ผลไม้มีคุณภาพ มาตรฐาน ปลอดภัย ครั้งที่ 3 ขึ้น ณ องค์การบริหารส่วนจังหวัดจันทบุรี อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี ทั้งนี้ เพื่อกระจายผลไม้ผ่านระบบรถเร่ โดยเฉพาะช่วงผลผลิตผลไม้กระจุกตัว จะทำให้กระจายได้เร็วขึ้นสามารถเพิ่มราคาให้เกษตรกรมีรายได้มากขึ้น ในครั้งนี้มีรถเร่เข้าร่วม จำนวน 15 คัน มีผลไม้ ได้แก่ ทุเรียน ลองกอง เงาะ มังคุด และสับปะรด “ภาคตะวันออก เป็นแหล่งผลิตผลไม้ที่สำคัญของประเทศไทย ในปี 2564 ไม้ผลที่สำคัญ 4 ชนิด คือ ทุเรียน มังคุด เงาะ และลองกอง จาก 3 จังหวัด คือจังหวัดจันทบุรี ตราด และระยอง มีผลผลิตรวมทั้งสิ้น 900,126 ตัน ดังนั้น กลไกหนึ่งในการกระจายออกสู่ตลาดภายในประเทศ คือ รถเร่ผลไม้ ที่สามารถทำได้อย่างรวดเร็วและทั่วถึง” นายปิยะ สมัครพงศ์ กล่าว ทางด้าน นางสาวปัทมา นามวงษ์ เกษตรจังหวัดจันทบุรี เปิดเผยว่า จังหวัดจันทบุรีมีผลไม้หลักๆ 4 ชนิดประกอบด้วย ทุเรียน มังคุด เงาะ และลองกอง โดยทุเร
SME D Bank จับมือกับ ซีพี ออลล์ หนุนเอสเอ็มอีเพิ่มรายได้ ลดผลกระทบโควิด-19 จัดโครงการ “เพิ่มช่องทางจำหน่ายสินค้า SME” เปิดโอกาสนำสินค้าขายผ่านร้านเซเว่น อีเลฟเว่น และช่องทางต่างๆ ของซีพี ออลล์ ทั้งออฟไลน์ และออนไลน์ เปิดรับสมัครเข้าคัดเลือกผ่านออนไลน์ ตั้งแต่วันที่ 26 เมษายน-31 พฤษภาคม 2564 นี้ นางสาวนารถนารี รัฐปัตย์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank เปิดเผยว่า จากสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยอย่างรุนแรง ธนาคารในฐานะสถาบันการเงินของรัฐเพื่อเอสเอ็มอีไทย จึงร่วมมือกับบริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) จัดโครงการ “เพิ่มช่องทางจำหน่ายสินค้า SME” สร้างโอกาสให้กับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่เป็นลูกค้า SME D Bank ทั้งกลุ่มบุคคลธรรมดา และนิติบุคคล เข้าคัดเลือกนำสินค้าจำหน่ายผ่านช่องทางตลาดต่าง ๆ ของซีพี ออลล์ ทั้งออฟไลน์และออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นร้านเซเว่นอีเลฟเว่น (7-11) ทั่วประเทศ , All Online , ทเวนตี้โฟร์ ช้อปปิ้ง และร้านยา เอ็กซ์ต้า พลัส ทั้งนี้ เปิดรับกลุ่มสินค้าหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นสินค้าอุปโภคบร
นพ.ปฐม สวรรค์ปัญญาเลิศ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์บริการ (วศ.) เปิดเผยว่า ด้วยวิกฤตการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้มีผู้ป่วยและเสียชีวิตจำนวนมาก และหนึ่งในมาตรการป้องกันการแพร่ระบาด คือ การตั้งจุดคัดกรองเพื่อตรวจหาผู้ติดเชื้อโควิด-19 โดยเบื้องต้นสังเกตจากผู้ป่วยที่มีอุณหภูมิในร่างกายสูงเกิน 37.5 องศา และปัจจุบันจุดคัดกรองทั่วไปจะนิยมใช้เครื่องวัดอุณหภูมิชนิดไม่สัมผัส (อินฟาเรด) หรือ Non-Contact Thermometer :IRT เป็นจำนวนมากเพื่อความสะดวกรวดเร็วและปลอดภัย แต่อาจมีความผิดพลาดของผลการวัดจากเครื่องวัดดังกล่าว และส่งผลต่อการวินิจฉัยโรคที่ผิดพลาดได้ หากเครื่องวัดอุณหภูมิไม่มีประสิทธิภาพและขาดความน่าเชื่อถือ ดังนั้น กรมวิทยาศาสตร์บริการ (วศ.) ตระหนักถึงปัญหาดังกล่าว จึงได้พัฒนาออกแบบ ชุดสมาร์ทคิท หรือชุดถ่ายโอนมาตรฐาน (transfer standard) เพื่อใช้ตรวจสอบความถูกต้องของเครื่องวัดอุณหภูมิชนิดไม่สัมผัส เพื่อช่วยให้ผู้ใช้มีความมั่นใจว่าผลการวัดนั้นถูกต้องและน่าเชื่อถือ เป็นการเสริมประสิทธิภาพให้จุดคัดกรองตรวจหาผู้ติดเชื้อโควิด-19 ได้ดียิ่งขึ้น ทั้งนี้ นายวันชัย ชินชูศักดิ์ นักวิทยาศาสตร์ ชำนาญการพิเศษ ก
นายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ชวนคนไทยหันมาอุดหนุนงานศิลปหัตถกรรมไทยจากฝีมือชาวบ้านและชุมชนผู้ผลิตงานหัตถกรรม หรืองานคราฟต์ เพื่อมอบเป็นของขวัญ ของที่ระลึก แก่บุคคลสำคัญ ช่วยเหลือชาวบ้านและชุมชนให้มีรายได้จุนเจือครอบครัว และช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากภายในประเทศ ในยามที่ประเทศไทยกำลังประสบปัญหาโควิด-19 ร่วมสนับสนุนงานหัตถกรรมไทยผ่าน SACICT Shop ชั้น 1 ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 08.00-17.00 น. หรือ SACICT Shop Mobile Application สอบถามเพิ่มเติมโทร. 1289
เครือเบทาโกร นำโดย นายวสิษฐ แต้ไพสิฐพงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ และคณะผู้บริหาร เดินหน้าส่งมอบวัตถุดิบอาหารสดแช่แข็งกว่า 30,000 กิโลกรัม ผ่านโครงการ BETAGRO #recover19 #เราจะผ่านวิกฤตนี้ไปด้วยกัน ให้แก่ 25 โรงพยาบาลทั่วประเทศ เพื่อแบ่งเบาภาระ และเป็นกำลังใจให้แพทย์ พยาบาล และบุคลากรด้านการแพทย์ ให้มีอาหารที่มีคุณภาพ ปลอดภัย รับประทาน ร่วมก้าวผ่านวิกฤต COVID-19 นี้ไปด้วยกัน โดยมีตัวแทนจากโรงพยาบาลเป็นผู้รับมอบ เมื่อ เร็ว ๆ นี้ รายชื่อ 25 โรงพยาบาล ดังนี้ ภาคเหนือ (4 โรงพยาบาล) ได้แก่ โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ (โรงพยาบาลสวนดอก), โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์, โรงพยาบาลเกาะคา ลำปาง และโรงพยาบาลพุทธชินราช พิษณุโลก ภาคกลาง (12 โรงพยาบาล) ได้แก่ โรงพยาบาลราชวิถี, สถาบันบำราศนราดูร, ศูนย์การแพทย์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี นครนายก, โรงพยาบาลรามาธิบดีจักรีนฤบดินทร์, โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ปทุมธานี, โรงพยาบาลมหา วชิราลงกรณธัญบุรี ปทุมธานี, โรงพยาบาลสมุทรปราการ, โรงพยาบาลนครปฐม, โรงพยาบาลพระพุทธบาท สระบุรี, โรงพยาบาลสมเด็จพระนารายณ์ ลพบุ
