พลังงานทดแทน
เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา นายมนต์สิทธิ์ ไพศาลธนวัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี พร้อมด้วยนายอำเภอขลุง ตัวแทนจากส่วนราชการ และกลุ่มรัฐวิสาหกิจด้านการเกษตร ได้ลงพื้นที่ไปยัง “สวนจันทร์เรือง สมาร์ทฟาร์ม” ตำบลตรอกนอง อำเภอขลุง จังหวัดจันทบุรี เพื่อเยี่ยมชมการดำเนินงานจัดการของเสียทางการเกษตรและนวัตกรรมการกลั่นน้ำมันจากขยะพลาสติก โดยมี นายณัฐวุฒิ จันทร์เรือง ประธานวิสาหกิจชุมชนจันทร์เรืองเกษตรยั่งยืน เป็นผู้บรรยายและนำชมโมเดลการจัดการขยะที่เรียกว่า “4B Smart Waste Smart Farm” ซึ่งเป็นการนำวัสดุเหลือใช้มาแปรรูปเป็นพลังงาน 4 รูปแบบ ได้แก่ การนำเปลือกผลไม้มาทำถ่านชีวภาพ (Biochar) การนำซังข้าวโพดและกิ่งไม้มาทำเชื้อเพลิงชีวมวล (Biomass) การแปรรูปของเสียอินทรีย์เป็นก๊าซชีวภาพ (Biogas) และการแปลงขยะพลาสติกเป็นพลังงานทางเลือกหรือไบโอดีเซล (Biodiesel) นายมนต์สิทธิ์ เปิดเผยว่า การลงพื้นที่ในครั้งนี้มุ่งเน้นการศึกษาขั้นตอนและกระบวนการกลั่นน้ำมันจากขยะพลาสติก เพื่อสร้างการรับรู้และเป็นแหล่งเรียนรู้ให้กับส่วนราชการรวมถึงประชาชนที่สนใจ ท่ามกลางสถานการณ์ราคาน้ำมันโลกที่มีความผันผวน โดยเฉพาะผลก
กรมส่งเสริมสหกรณ์เตรียมหารือชุมนุมสหกรณ์ชาวสวนปาล์มฯ และเครือข่าย หามาตรการรองรับหากเกิดราคาปาล์มผันผวน หลังพาณิชย์งดส่งออกน้ำมันปาล์มดิบเป็นเวลา 1 ปี มีผลตั้งแต่ 7 เม.ย. 69 เป็นต้นไป หลังคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการที่มี นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์เป็นประธาน มีมติเมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2569 ว่าด้วยจากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางส่งผลให้ราคาน้ำมันปิโตรเลียมในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ภาคพลังงานมีแนวโน้มปรับเพิ่มการผสมไบโอดีเซลในน้ำมันดีเซลหมุนเร็วมากขึ้น ส่งผลให้ความต้องการใช้น้ำมันปาล์มดิบหรือซีพีโอภายในประเทศมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น จึงกำหนดมาตรการควบคุมการส่งออกไปนอกราชอาณาจักรเพื่อการบริหารจัดการปริมาณน้ำมันปาล์มดิบให้สอดคล้องกับสถานการณ์และเกิดความสมดุลในทุกภาคส่วน ทั้งด้านการบริโภค อุตสาหกรรมและพลังงานให้มีปริมาณเพียงพอต่อความต้องการใช้ภายในประเทศ อาศัยอำนาตตามความในมาตรา 9(2) และมาตรา 25(3) และ (4) แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 โดยประกาศฉบับนี้ให้ใช้บังคับในทุกท้องที่ทั่วราชอาณาจักรเป็นระยะเวลา 1 ปี เว
ในภาวะสงครามตะวันออกกลางที่ส่อแววยืดเยื้อจนกระทบต่อทุกภาคส่วน “เทคโนโลยีชาวบ้าน” ขอเป็นอีกหนึ่งกระบอกเสียงเคียงข้างพี่น้องเกษตรกรไทย เพื่อร่วมกันหาทางรอดท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจ เมื่อเร็วๆ นี้ได้มีโอกาสพูดคุยกับ คุณณัฐ-ณัฐวุฒิ จันทร์เรือง บุคคลต้นแบบที่เตรียมพร้อมรับมือกับทุกวิกฤตได้อย่างยอดเยี่ยม โดยคุณณัฐได้ฉายภาพผลกระทบโดยตรงที่เกษตรกรต้องเผชิญว่า เมื่อราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้น ต้นทุนการผลิตแทบทุกขั้นตอนก็ขยับตัวตามทันที ตั้งแต่การใช้เครื่องจักรกลในแปลง การแปรรูป ไปจนถึงการขนส่ง นอกจากน้ำมันที่เป็นหัวใจหลักแล้ว ราคาปัจจัยการผลิตอย่างปุ๋ยและยาก็ได้รับผลกระทบเป็นลูกโซ่ ทำให้เกษตรกรต้องแบกรับภาระต้นทุนที่สูงขึ้นอย่างเลี่ยงไม่ได้ วิกฤตครั้งนี้จึงเป็นโจทย์ใหญ่ที่คนทำเกษตรต้องปรับตัวเพื่อความอยู่รอดอย่างยั่งยืน “อย่างตัวผมเองจะเน้นการพึ่งพาตนเองให้ได้มากที่สุด ตั้งแต่การดำรงชีพ การกิน การอยู่ การผลิต ปัจจัยการผลิต อะไรที่เราทำเองได้เราก็ทำ อย่างเช่น ปุ๋ย เมื่อก่อนเราจะซื้อปุ๋ยคอก ปุ๋ยขี้วัวมาเตรียมทำสวนในรอบถัดไป ตอนนี้เราหันมาปลูกหญ้าเพื่อนำมาทำปุ๋ยอินทรีย์แทนปุ๋ยคอก รวมถึงเรื่องพลั
กรุงเทพฯ 16 มีนาคม 2569 – 3 สมาคมโรงงานน้ำตาลทราย หรือ TSMC เสนอแนะรัฐบาลยกระดับพลังงานทดแทนจากภาคเกษตรเป็นวาระแห่งชาติ หนุนรับมือความผันผวนของตลาดพลังงานโลกและลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาพลังงานนำเข้าที่สูงถึงร้อยละ 60–70 พร้อมชูโมเดลเศรษฐกิจสีเขียว ผลักดันน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20 เป็นเชื้อเพลิงหลักของประเทศ ซึ่งจะช่วยลดการนำเข้าน้ำมันดิบได้เพิ่มขึ้น 2.9 ล้านลิตรต่อวัน หรือเกือบ 1,058 ล้านลิตรต่อปี ควบคู่กับการขยายการผลิตไฟฟ้าชีวมวลจากใบอ้อยและวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร ให้เต็มศักยภาพ 650 เมกะวัตต์ (MW) เพื่อทดแทนก๊าซธรรมชาติ ชี้แนวทางดังกล่าวจะช่วยดึงเม็ดเงินนับหมื่นล้านบาทกลับสู่ระบบเศรษฐกิจ เพิ่มความมั่นคงด้านรายได้ให้ชาวไร่อ้อยกว่า 420,000 ครัวเรือน ลดปัญหาการเผาในที่โล่งซึ่งเป็นต้นตอของฝุ่น PM 2.5 และหนุนเป้าหมาย Net Zero ของประเทศไทยในระยะยาว ดร.สมชาย หาญหิรัญ ประธานคณะกรรมการประสานงาน 3 สมาคมโรงงานน้ำตาลทราย เปิดเผยว่า ประเทศไทยยังคงพึ่งพาการนำเข้าพลังงานจากต่างประเทศในสัดส่วนสูง โดยมีการนำเข้าพลังงานทั้งในรูปแบบน้ำมันดิบที่ต้องนำเข้าเพื่อแปรรูปเป็นน้ำมันสำเร็จรูปในภาคขนส่งและอุตสาหกรรม
ปัญหาขยะอาหาร (Food Waste) เป็นปัญหาที่ทั่วโลกกำลังจับตามองเพราะในปี 2562 พบว่าทั่วโลกมีปริมาณอาหารขยะมากกว่า 931 ล้านตัน จากการรายงานของ Food Waste Index Report 2021 โดยโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาติ (UNEP) ซึ่งนอกจากจะเป็นการทิ้งอาหารให้สูญเปล่าแล้วยังเป็นต้นเหตุของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากถึง 8% ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั่วโลก เมื่อมองกลับมาที่ประเทศไทย จากรายงานสถานการณ์มลพิษของประเทศไทยปี 2565 โดยกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) พบว่าในปี 2565 มีขยะอาหารสูงถึง 9.68 ล้านตัน โดยคิดเป็นสัดส่วนของขยะอาหารในขยะมูลฝอยชุมชนสูงถึง 38% ซึ่งขยะอาหารส่วนมากจะเป็นเปลือกผลไม้และส่วนที่รับประทานไม่ได้ การจัดการขยะอาหารเพื่อนำกลับมาใช้ประโยชน์ให้ได้อีกครั้งจึงเป็นหนทางสำคัญในการแก้ปัญหา เพียงแต่วิธีการนี้ก็ยังไม่ถูกใช้อย่างจริงจัง “การจัดการขยะอาหารโดยทั่วไป คือ การนำไปทำอาหารสัตว์ หมักทำปุ๋ย ทำน้ำหมักก่อนที่จะนำส่วนที่ไม่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ต่อได้ไปฝังกลบ ซึ่งกระบวนการนี้มีต้นทุนพอสมควร โดยเฉพาะค่าขนส่งที่ค่อนข้างสูง ทำให้มีผู้นำขยะอาหารไปใช้ประโยชน์ต่อค่อนข้างน้อย ทางทีมวิจัยจึงมองหาทางเลือกในการจัดการ
บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ โชว์ความก้าวหน้ากระบวนการผลิตอาหารที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เดินหน้าเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียนตลอดห่วงโซ่ผลิตอาหาร การันตีรับ 3 รางวัล Thailand Energy Award 2023 รางวัลดีเด่น ด้านพลังงานทดแทน ของกระทรวงพลังงาน จาก “โครงการก๊าซชีวภาพจากมูลไก่สู่พลังงานทดแทน” ของฟาร์มคอมเพล็กซ์ไก่ไข่จะนะ จ.สงขลา และฟาร์มคอมเพล็กซ์ไก่ไข่วังทอง จ.พิษณุโลก และ “โครงการพลังงานสะอาดจากระบบบำบัดน้ำเสีย” ของโรงงานแปรรูปเนื้อไก่ จ.นครราชสีมา ตอกย้ำความมุ่งมั่นผลิตอาหารคุณภาพ มีคุณค่าโภชนาการ ช่วยลดการสูญเสียจากกระบวนการผลิตและนำกลับมาใช้ประโยชน์ ตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม โดยมีนายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน เป็นประธานในพิธีมอบรางวัล Thailand Energy Award 2023 สุดยอดพลังงานไทยระดับสากล ณ โรงแรมรามาการ์เด้นส์ กรุงเทพ นายสมคิด วรรณลุกขี ผู้อำนวยการใหญ่ ธุรกิจไก่ไข่ ซีพีเอฟ กล่าวว่า บริษัทฯ มุ่งมั่นนำเทคโนโลยีทันสมัยและสร้างสรรค์นวัตกรรมในการผลิตอาหารปลอดภัย มีการบริหารจัดการทรัพยากรได้อย่างคุ้มค่าตลอดห่วงโซ่การผลิต รวม
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) นำโดย นายวิษณุ ปั้นพันธุ์ นักวิจัยอาวุโส ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมพลังงานสะอาดและสิ่งแวดล้อม พร้อมคณะนักวิจัย ให้การต้อนรับ คณะครูและนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4-6 จำนวน 42 คน จากโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ ซึ่งเป็นสถานศึกษาที่จัดการเรียนการสอนสำหรับผู้มีความสามารถพิเศษทางด้านคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ ในโอกาสมาศึกษาดูงาน ศูนย์การเรียนรู้โรงงานต้นแบบผลิตแอลกอฮอล์ไร้น้ำแห่งแรกของประเทศไทย วว. เพื่อพัฒนาการเรียนรู้นอกห้องเรียน บ่มเพาะและหล่อหลอมคุณลักษณะของนักเรียนให้เป็นผู้มีความรอบรู้ในด้านวิชาการ เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2566 ณ วว.บางเขน ศูนย์การเรียนรู้โรงงานต้นแบบผลิตแอลกอฮอล์ไร้น้ำแห่งแรกของประเทศไทย วว. คือ ความสำเร็จเป็นรูปธรรมและเป็นต้นแบบที่สำคัญ ในการนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากตามนโยบาย BCG ช่วยลดการขาดดุลการค้าและเพิ่มขีดความสามารถในการพึ่งตนเองทางเทคโนโลยีของประเทศ โดยเมื่อ พ.ศ. 2524 กระทรวงการคลังอนุมัติให้ วว. ดำเนินการก่อสร้างโรงงานต้นแบบเพ
วันอังคารที่ 22 สิงหาคม 2566 เวลา 10.00 น. ณ ห้องประชุมพะยูน อาคารจุฬาภรณ์ กรมประมง กรุงเทพฯ กรมประมง โดย นายเฉลิมชัย สุวรรณรักษ์ อธิบดีกรมประมง และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค โดย นายสมปอง ดำรงอ่องตระกูล รองผู้ว่าการธุรกิจและการตลาด การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ร่วมลงนามในสัญญาให้บริการ “โครงการจัดการพลังงานไฟฟ้าจากระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่ติดตั้งบนหลังคา (Solar Rooftop)” มุ่งเน้นการจัดการพลังงานด้วยระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานในภาพรวมของประเทศ นายเฉลิมชัย สุวรรณรักษ์ อธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า กรมประมงมีนโยบายในการจัดการการใช้พลังงานให้มีประสิทธิภาพตามมาตรการอนุรักษ์พลังงานด้วยการนำพลังงานทดแทนไปใช้ประโยชน์ในรูปแบบต่างๆ โดยเฉพาะการผลิตกระแสไฟฟ้า เนื่องจากเป็นพลังงานธรรมชาติที่สามารถนำมาใช้ทดแทนพลังงานแบบเดิมได้อย่างไม่จำกัดและสามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ กรมประมงจึงร่วมกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคดำเนินงาน “โครงการจัดการพลังงานไฟฟ้าจากระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่ติดตั้งบนหลังคา (Solar Rooftop)” ซึ่งมีระยะเวลาในการดำเนินโครงการ 20 ปี และมีวั
กลุ่มเกษตรกรฯ นครสวรรค์ ต่อยอดพลังงานทดแทน ปลูกข้าวและพืชผักปลอดภัย แปรรูปสมุนไพรสร้างรายได้ ทุกวันนี้ ไม่ว่าจะประกอบอาชีพอะไรอยู่ที่ไหน ล้วนแล้วแต่ต้องคำนึงถึงความยั่งยืน โดยเฉพาะอาชีพด้านการเกษตร เพราะเป็นหนึ่งในอาชีพสำคัญที่หล่อเลี้ยงประชากรโลก จึงนับเป็นเรื่องน่ายินดีที่กลุ่มเกษตรกรหัวก้าวหน้า แห่งตำบลปางสวรรค์ อำเภอชุมตาบง จังหวัดนครสวรรค์ มีการประยุกต์นำเทคโนโลยีมาลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต แปรรูปเพื่อสร้างมูลค่า และที่สำคัญเทคโนโลยีที่ว่านั้นยังเป็นเทคโนโลยีที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอีกด้วย “นครสวรรค์” หรือที่คนนิยมเรียกกันว่า “ปากน้ำโพ” อันเกิดจากภูมิศาสตร์สำคัญ เป็นจุดที่แม่น้ำปิงกับแม่น้ำน่านไหลมาบรรจบก่อนจะกลายเป็น “แม่น้ำเจ้าพระยา” แม่น้ำสายหลักที่หล่อเลี้ยงวิถีเกษตรของภาคกลาง เกษตรกรชาวนครสวรรค์อยู่ร่วมกับสายน้ำและผืนแผ่นดินอุดมสมบูรณ์มาช้านาน สั่งสมประสบการณ์จนเกิดเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่น แต่ในขณะเดียวกัน ก็เปิดรับเทคโนโลยีและวิธีการจัดการใหม่ๆ ที่สอดคล้องกับยุคสมัย เพื่อให้เกิดความยั่งยืนต่อชุมชน ตัวอย่างสำคัญเกิดขึ้นที่ ตำบลปางสวรรค์ อำเภอชุมตาบง จังหวัดนครสวรรค์ มีการรวมกลุ่มเกษ
ในงานประกาศผล “โครงการออกแบบนวัตกรรมสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า” รอบชิงชนะเลิศ จัดโดย โคเวสโตร ร่วมกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เมื่อเดือนธันวาคม 2564 ที่ผ่านมา ปรากฏว่าทีมนักศึกษาจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) คว้ามาได้ทั้ง 3 รางวัลหลัก คุณพิชิต พงษ์ประเสริฐ หัวหน้ากลุ่มพัฒนาธุรกิจใหม่-การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย กล่าวว่า จากแนวคิดของโจทย์การประกวด Innovation Design Contest ปีนี้คือการออกแบบสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าที่เน้นการใช้พลังงานหมุนเวียนอย่างยั่งยืน (Recharge to a Fully Circular Way) สอดคล้องกับ กฟผ. ที่กำหนดให้มีการจัดสร้างสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าต้นแบบ ภายในปี 2565 “แม้ว่า สถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า จะเป็นเรื่องไกลตัว แต่ผลงานของทีมนักศึกษา มจธ. ทั้ง 3 ทีม สามารถตอบโจทย์ที่เรากำหนดได้เป็นอย่างดี ทั้งด้านการออกแบบที่เน้นการใช้นวัตกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และด้านพลังงานหมุนเวียน เช่น ผู้ชนะเลิศมีจุดเด่นด้านการออกแบบอาคาร mini station ที่น่าสนใจ สามารถสร้างและใช้งานได้จริง ขณะที่ทีมรองชนะเลิศอันดับ 1 โดดเด่นด้านนวัตกรรม ส่วนทีมรองชนะเลิศอันดับส
