พัฒนาชุมชน
กรมการพัฒนาชุมชน แถลงข่าวเตรียมจัดงาน “วันพัฒนาชุมชน ประจำปี 2569” หรือ CD DAY 2026 ระหว่างวันที่ 9–11 กันยายนนี้ ภายใต้แนวคิด “CDD NEXT 2026 : Passion – Innovation – Sustainability : มุ่งมั่น สร้างสรรค์ ยั่งยืน” รวมผลสำเร็จงานพัฒนาชุมชนจากทั่วประเทศ เชิดชูคนทำงาน เปิดพื้นที่เรียนรู้ นวัตกรรมและเศรษฐกิจฐานราก พร้อมส่งต่อสู่ทิศทางการทำงานปี 2570 ภายใต้ “From Policy to Practice : นโยบายชัด ขับเคลื่อนจริง เห็นผลในพื้นที่” วันนี้ (4 กันยายน 2569) ณ ห้องสัมมนา 3003 กรมการพัฒนาชุมชน นายวรงค์ แสงเมือง รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน แถลงข่าวความพร้อมการจัดงาน “วันพัฒนาชุมชน ประจำปี 2569 ครั้งที่ 15 (15th Community Development DAY 2026)” ระหว่างวันที่ 9–11 กันยายน 2569 ณ อาคารรัฐประศาสนภักดี (อาคาร B) ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ แจ้งวัฒนะ เพื่อเผยแพร่ผลสำเร็จของงานพัฒนาชุมชนต่อสาธารณชน พร้อมยกย่องเชิดชูเกียรติผู้นำ กลุ่ม องค์กร เครือข่ายชุมชน และบุคลากรที่มีผลงานดีเด่น รวมทั้งนำเสนอทิศทางการพัฒนาสำหรับปีงบประมาณ 2570 นายวรงค์ แสงเมือง เปิดเผยว่า งานปีนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “CDD NEXT 2026 : Passion –
การพัฒนาประเทศไม่ได้เกิดขึ้นจากการสร้างสิ่งใหม่เพียงอย่างเดียว แต่อาจเริ่มจากการมองเห็นคุณค่าของสิ่งที่มีอยู่แล้วในชุมชน ไม่ว่าจะเป็นผืนดิน น้ำ ป่า ผลผลิต ภูมิปัญญา หรือแม้แต่คนรุ่นใหม่ที่กำลังมองหาโอกาสในการกลับบ้านเกิด เมื่อสิ่งเหล่านี้ถูกนำมาเชื่อมโยงกันอย่างเหมาะสม ก็สามารถกลายเป็นทั้งอาชีพ รายได้ และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้ นี่คืออีกมุมหนึ่งของการทำงานของสำนักงาน กปร. ตลอด 45 ปีที่ผ่านมา คุณสุพร ตรีนรินทร์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (กปร.) ผู้ที่จะพาไปทำความเข้าใจว่า จากจุดเริ่มต้นของการเป็นหน่วยงานกลาง ในการประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ วันนี้สำนักงาน กปร. กำลังมองไกลไปถึงการสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชนสามารถเดินหน้าต่อได้ด้วยตัวเองอย่างยั่งยืน พัฒนาชุมชนต้องเข้าใจพื้นที่ ต้องสมดุล “สร้างโอกาส-รักษาทรัพยากร” คุณสุพร กล่าวว่า สำนักงาน กปร. ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 9 กันยายน 2524 เพื่อเข้ามาทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จากเดิมที่แต่ละหน่วยงานอาจเข้าไปดำเนินงานตามภารกิจของตัวเอง จึงมีความจ
“สำนักงานกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี” ลงพื้นที่ติดตามผลดำเนินงานกลุ่มอาชีพสมาชิกกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี จังหวัดน่าน เป็นตัวอย่างสะท้อนให้เห็นถึงพลังและความสามารถของผู้หญิง ลั่นพร้อมเดินหน้าขับเคลื่อนภารกิจ เป็นแหล่งทุนให้กับสมาชิกกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี เพื่อเสริมสร้างบทบาทสตรี พัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและคุณภาพชีวิต เผยปัจจุบันมีสมาชิกกองทุนกว่า 12 ล้านคน องค์กรสตรีกว่า 15,000 องค์กร สร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้แก่กลุ่มสตรี กว่า 26,000 โครงการ เป็นเงิน 3.1 พันล้านบาท ส่งเสริมบทบาทและพัฒนาศักยภาพสตรีและเครือข่าย กว่า 5,000 โครงการ เป็นเงิน 339 ล้านบาท นายปรีชา กิตติสัตยกุล ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี เปิดเผยว่า แม้สังคมไทยจะให้ความสาคัญกับบทบาทสตรีในด้านต่าง ๆ ทั้งการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม รวมถึงมีการยอมรับในความเท่าเทียมกันระหว่างชาย-หญิงมากขึ้น แต่ปัจจุบันยังคงมีสตรีถูกเลือกปฏิบัติและขาดความเสมอภาคอยู่มาก รัฐบาลจึงมีนโยบาย จัดตั้ง “กองทุนพัฒนาบทบาทสตรี” เพื่อส่งเสริมศักยภาพและบทบาทของสตรีในทุกด้าน รวมทั้งมุ่งลดผลกระทบจาก ปัญหาสตรีที่ถูกกระทาความรุนแรงในครอบครัวหรือขาดโอกาสในสังคม โดยมี
ผศ.ดร.สุทธิพร ธเนศสกุลวัฒนา ผอ.สถาบันพัฒนาเศรษฐกิจพลังงานและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย (มร.ชร.) กล่าวถึงการดำเนินโครงการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและชุมชนเข้มแข็งในพื้นที่ชุมชนต้นน้ำพุทธอุทยานดอยอินทรีย์ ตำบลดอยฮาง อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย ซึ่ง มร.ชร. ร่วมกับวัดดอยอินทรีย์จัดทำขึ้น เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากชุมชนเข้มแข็ง โดยการฟื้นฟูป่าต้นน้ำเพื่อคุณภาพชีวิตของชุมชนและสิ่งแวดล้อม ว่าโครงการดังกล่าวเป็นการพัฒนาพื้นที่ป่าของจังหวัดเชียงราย ที่เป็นแหล่งน้ำกก ทั้งเป็นต้นน้ำของแม่น้ำโขงตอนเหนือ และแม่น้ำลาว ให้เป็นแม่น้ำสายหลักที่มีน้ำอยู่ตลอดปี มร.ชร. เป็นมหาวิทยาลัยเพื่อพัฒนาท้องถิ่น และจากการสำรวจพบว่าต้นน้ำกำลังถูกทำลายไปมากกว่า 10 ขุนเขา จาก 20 ขุนเขา ปริมาณน้ำลดลงทุกวัน จึงเป็นโอกาสดีที่นักวิชาการ มร.ชร. ได้เข้าร่วมกับวัดดอยอินทรีย์อนุรักษ์สิ่งแวดล้อมพื้นที่ป่าให้เป็นต้นน้ำต่อไป “โครงการนี้เริ่มจากมหาวิทยาลัยเสนอโครงการผ่าน ผศ.ดร.ไพโรจน์ ด้วงนคร รองอธิการบดี แล้วนำเสนอจังหวัดเชียงราย ทางจังหวัดเห็นว่าเป็นโครงการที่ดีจึงเสนอไปยังรัฐบาล ซึ่งเห็นชอบว่าเป็นโครงการที่ดีมีประโยชน์ตรงกับ
