พัฒนาเศรษฐกิจฐานราก
วันที่ 26 สิงหาคม 2566 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ มอบหมายให้ ผู้ทรงคุณวุฒิจาก วช. ประกอบด้วย นายประลอง ดำรงไทย นายสมบูรณ์ วงค์กาด รศ.ดร.บดินทร์ รัศมีเทศ นายธานินทร์ ผะเอม รศ.ดร.ยงยุทธ แฉล้มวงษ์ และ ดร.สุพจน์ อาวาส พร้อมด้วย นางสาวสุภาพรรณ โทขัน ผู้อำนวยการกลุ่มงานพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก วช. นำคณะสื่อมวลชน ลงพื้นที่จังหวัดยะลา เพื่อเยี่ยมชมผลสำเร็จของการดำเนินงาน โครงการวิจัย เรื่อง “การยกระดับและแปรรูปเห็ดหลินจือเป็นผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์สุขภาพส่งเสริมการท่องเที่ยวประสบการณ์สู่การสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ ของบ้านปิยะมิตร 1 และชุมชนเครือข่าย” ภายใต้โครงการส่งเสริมและสนับสนุนพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากสู่การใช้ประโยชน์ (RU) วช. ให้การสนับสนุนทุนวิจัยโดย รศ.ดร.นันทรัตน์ นามบุรี หัวหน้าโครงการวิจัย จาก มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา คณะทีมนักวิจัย ตัวแทนผู้นำชุมชน นายสิวพงษ์ พิทักษ์ทักษิณ นายสิทธรวิชกฤติฐร แซ่หลิว และผู้ดูแลสมุนไพรในพื้นถิ่น นางลี่เอ้อ แซ่หูว ให้การต้อนรับ ณ หมู่บ้า
เมื่อเร็วๆ นี้ ณ มหาวิทยาลัยบูรพา วิทยาเขตจันทบุรี คณะกรรมาธิการการวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิจัยและนวัตกรรม สภาผู้แทนราษฎร (กมธ.วิทย์ฯ) พร้อมด้วย คณะทำงานจาก สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) หน่วยบริหารและจัดการทุนวิจัยด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) ตลอดจนหน่วยงานราชการในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี ร่วมประชุมกับคณาจารย์จากมหาวิทยาลัยบูรพา มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก เพื่อติดตามความคืบหน้าโครงการ “การยกระดับคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของชุมชนจันทบุรีอย่างยั่งยืน” โดยมี ศาสตราจารย์กนก วงษ์ตระหง่าน รองประธานคณะกรรมาธิการการวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิจัยและนวัตกรรม สภาผู้แทนราษฎรเป็นประธานประชุมครั้งนี้ ศาสตราจารย์กนก วงษ์ตระหง่าน กล่าวว่า กมธ.วิทย์ฯ มีความตั้งใจที่จะเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี ให้ได้คนละ 1 หมื่นบาท ภายในระยะเวลา 6 เดือน ปัจจุบัน กระทรวง อว. โดย กมธ.วิทย์ฯ ร่วมกับ สกสว. บพท. วว. และมหาวิทยลัยในพื้นที่จังหวัดจันทบุรีทั้ง 3 มหาวิทยาลัยประกอบด้ว
53 ปี ธ.ก.ส. ชูนโยบาย Go Green เพื่อเกษตรยั่งยืน ผนึกกำลังกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ผลักดันการผลิตอาหารปลอดภัยและการทำเกษตรอินทรีย์แล้ว 4,837 ราย พื้นที่กว่า 22,000 ไร่ ควบคู่การยกระดับธนาคารต้นไม้สู่ชุมชนไม้มีค่าเพื่อเพิ่มพื้นที่ป่า และร่วมดำเนินกิจกรรมลดก๊าซเรือนกระจก หนุนสร้างธุรกิจชุมชน 928 ชุมชนภายในสิ้นปี เพื่อเป็นหัวขบวนในการสร้างอาชีพและรายได้ที่ยั่งยืน นำสินค้าเกษตรกว่า 1,700 รายการ เปิดจำหน่ายสู่ตลาดออนไลน์ A-Farm Mart พร้อมขับเคลื่อนแนวทางการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลผ่านโครงการประกันรายได้พืชเศรษฐกิจ และการช่วยเหลือเกษตรกรให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น นายอภิรมย์ สุขประเสริฐ ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) กล่าวว่า ในโอกาสครบรอบปีที่ 53 ธ.ก.ส. มุ่งสานต่อนโยบาย Go Green ซึ่งได้เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ต้นปีบัญชี 2562 โดยส่งเสริมการผลิตอาหารปลอดภัยและการทำเกษตรอินทรีย์ ตั้งแต่การปลูกสู่การแปรรูป และการจำหน่าย การเพิ่มช่องทางการตลาด รวมทั้ง ผลักดันให้สินค้าเกษตรได้รับมาตรฐานรับรอง เพื่อสร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภค โดยปัจจุบันมีเกษตรกรที่ผลิตเกษตรปลอดภัย (GAP
นายองอาจ ปัญญาชาติรักษ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และคณะ เยี่ยมชมการดำเนินงานของสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) ด้านการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก การขับเคลื่อนนวัตกรรมชุมชน ด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม พร้อมเยี่ยมชมศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมเกษตรสร้างสรรค์ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมหุ่นยนต์และเครื่องจักรกลอัตโนมัติ ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมผลิตภัณฑ์อาหารสุขภาพ โรงงานบริการนวัตกรรมอาหาร (FISP) โดยมี นาย สายันต์ ตันพานิช รองผู้ว่าการวิจัยและพัฒนาด้านอุตสาหกรรมชีวภาพ วว. และผู้บริหาร ให้การต้อนรับ ในวันที่ 20 สิงหาคม 2562 ณ วว. เทคโนธานี คลองห้า จังหวัดปทุมธานี
