พืชผักล้มลุก
บัวบกเป็นพืชผักล้มลุกที่ปลูกง่าย มีชีวิตยืนยาวหลายฤดูกาล ชอบขึ้นในพื้นที่ที่มีแสงแดดรำไรและมีความชื้นแฉะ เช่น ตามขอบคันนา ริมสระ ริมคลองน้ำ โดยเถาบัวบกจะเลื้อยไปตามผิวดิน เรียกว่า ไหล สามารถใช้นำไปปักชำ ขยายพันธุ์ปลูกต่ออายุได้ไปหลายฤดู บัวบักสามารถแพร่พันธุ์ได้ตลอดปี เจริญเติบโตได้เร็วมาก มักพบแพร่หลายในช่วงฤดูฝน ในช่วงฤดูแล้งจะปรับตัวให้ใบเล็กลง ก้านสั้นลง แต่มีความแข็งแกร่ง ออกใบยอดเป็นกระจุกที่ข้อ ซึ่งก็ลำต้นจริงของพืชชนิดนี้ เป็นทั้งจุดกำเนิดไหล ใบ ราก ดอก ทุกส่วนของบัวบกมีคุณประโยชน์แก่มนุษย์เราทั้งสิ้น บัวบก เป็นยาเย็น รสขมเฝื่อน เนื่องจาก บัวบกเป็นยาเย็นจัด หากกินมากอาจทำให้ท้องอืดท้องร่วง หัวใจสั่น ปวดหัว หรือวิงเวียนศีรษะได้ เคล็ดการกินบัวบกอย่างง่ายๆ และได้ผลดี คือเอาบัวบกทั้งต้น ทั้งราก มาจิ้มน้ำพริกกิน วันละหนึ่งกำมือ เพียงเท่านี้ก็ช่วยเพิ่มเม็ดเลือดขาวในร่างกาย เพิ่มภูมิต้านทานโรคภัยไข้เจ็บได้อีกโขแล้ว ส่วนวิธีปรุงบัวบกนั้น มี 2 วิธี คือ คั้นน้ำบัวสด เป็นวิธีทำน้ำบัวบกเป็นเครื่องดื่ม คือ นำบัวบกสดมา 1 กำมือ ตำให้แหลกละเอียด แล้วเติมน้ำ 1 แก้ว คนให้เข้ากัน กรองกากออก
พืชผักล้มลุกในธรรมชาติหลายชนิด ฝังรากฝังหัวไว้ใต้ดินตลอดฤดูแล้งอันยาวนาน เมื่อฝนแรกๆ ของปีเริ่มมาเยือน พวกมันแตกกิ่งก้านใบดอกสะพรึบพรั่ง นับเป็นฤดูกาลแห่งโอชาหารโดยแท้ ตั้งแต่ดอกกระเจียว ต้นบุก อีลอก กระชาย และโดยเฉพาะ เปราะหอม (Sand ginger) เปราะหอมมีชื่อเรียกอื่นๆ อีกหลายชื่อ อย่างเช่น แว่นอูด ว่านอูด ตูบหมูบ ว่านตีนดิน ว่านนกยูง หัวเปราะที่อยู่ใต้ดินก็เป็นทั้งพืชสมุนไพรและพืชอาหาร มีสรรพคุณช่วยขับลมในลำไส้ แก้ท้องอืดท้องเฟ้อ หัวเปราะแห้งนั้นถ้าฝานเป็นแว่น ตากแห้ง จะเก็บได้นาน ใช้ในพริกแกงที่ต้องการกลิ่นหอมซ่าลึกๆ โดยใส่ตำรวมไปในครกเพียงเล็กน้อย เปราะจะไปคุมให้กลิ่นพริกแกงครกนั้นเนียน ไม่กระโดดไปทางใดทางหนึ่งเกินไป คล้ายๆ เวลาที่คนครัวบางคนใส่หัวกระชาย หัวไพล หรือขิงแห้งแบบสกุลพริกแกงภาคตะวันออก แถบเมืองจันทบุรี ระยอง แต่ถ้าใส่มากไปหน่อย คนที่ไม่คุ้นกลิ่นอาจรู้สึก “ปร่า” ซึ่งอันว่าพริกแกงครกไหนจะปร่าหรือไม่ปร่านี้ ผมคิดว่าขึ้นกับรสนิยมแต่ละคน มากกว่าจะมีกฎเกณฑ์วัดได้ตายตัวแน่นอน ตัวอย่างก็เช่น สูตรพริกแกงของ “ปลาดุกแกงป่า” ในตำราแม่ครัวหัวป่าก์ (พ.ศ. 2452) ท่านผู้เขียน คือ ท่านผู้หญิ
