พืชผักสมุนไพร
“อีนูน” (Adenia viridiflora Craib.) หรือ ผักสาบ เป็นพืชผักในวงศ์เสาวรส หรือ กะทกรก ชื่อเรียกในท้องถิ่นต่างๆ ของไทย เช่น ภาคกลาง เรียก ผักอีนูน ผักอะนูน คนเมืองกาญจน์ เรียก นางนูน ทางภาคเหนือ อีสาน เรียก ผักสาบ เป็นไม้เถาเลื้อย อายุยืนหลายปี เป็นไม้ป่าที่ชาวบ้านป่า หรือพรานป่ารู้จักในชื่อ “เครือน้ำ” เนื่องจากผักอีนูน เป็นเถาไม้ที่ดูดอมน้ำไว้ในเถา ยามเดินป่า หากหาน้ำกินไม่ได้ มักตัดเถาอีนูนเพื่อให้มีน้ำหยดออกมาจากเถากินได้ ดังนั้นเพื่ออนุรักษ์พืชชนิดนี้ จึงไม่ควรตัดฟันให้เกิดแผลโดยไม่จำเป็น เพราะหากต้นอีนูน เกิดรอยแผลตัด น้ำที่สะสมไว้ในเถาจะไหลออกมาหมดจนเถาแห้งต้นตายได้ ลักษณะโดยทั่วไป ต้นอีนูน เป็นไม้เถาเล็กๆ ที่ให้ยอดใบที่อ่อนนุ่มเป็นอาหาร เถาใหญ่ให้ดอกผลเป็นอาหารเช่นกัน เถาเล็กสีเขียว ส่วนปลายยอดสีม่วงแดง เมื่อแก่จะเป็นสีน้ำตาล ผิวขรุขระเล็กน้อย เห็นเนื้อไม้ชัดเจน เถาใหญ่ส่วนโคนต้น บางเถาโตมากกว่า 3 เซนติเมตร มีมือเกาะที่แตกแขนงได้ ใบเป็นใบเดี่ยวออกเรียงสลับ ก้านใบสั้น แผ่นใบรูปหัวใจ ปลายใบแหลม ขอบใบเรียบ ใบสีเขียว เนื้อใบหนา เห็นเส้นใบชัดเจน โคนใบมีต่อมกลมติดอ
สองข้างทางในชนบท ชาวบ้านมักนิยมปลูกต้นไม้ที่โตไว ยิ่งหมู่บ้านไหนที่จะมีการเร่งรัดปรับภูมิทัศน์ เพื่อต้อนรับแขกผู้มาเยือน ใน 5-6 เดือนข้างหน้า จึงต้องเร่งหาต้นไม้ที่มีคุณสมบัติ โตไว งดงาม มีประโยชน์ ช่วยกันปลูกประดับตกแต่งเส้นทาง หน้าบ้าน ข้างศาลาริมทาง ริมคลอง หนองบึงน้ำ ยิ่งได้ต้นไม้ที่สามารถนำมาทำอาหาร รับรองเลี้ยงดูต้อนรับบอกเล่าแขกผู้มาเยือนได้ด้วยแล้ว วิเศษมากเลย ต้นไม้ที่เป็นได้ อย่างที่เอ่ยถึง คงไม่มีอะไรที่ดีต่อใจเกินไปกว่า “แคบ้าน” เป็นแน่แท้ ต้นไม้ที่เรียกว่า “แคบ้าน” มีเรียกชื่ออื่น ได้แก่ “ต้นดอกแค”, “แคขาว”, “แคแดง” หรือ “แคดอกแดง”, “แคดอกขาว” เป็นพืชพื้นเมืองของไทยและแถบอาเซียน พบเห็นในหลายประเทศแถบนี้ เช่น มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย เป็นพืชอาหารของทั้งคนและสัตว์ ปลูกขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด ปลูกง่าย โตเร็ว ไม่ค่อยมีปัญหา หรือเป็นเงื่อนไขกับสภาพแวดล้อม ไม่ว่าจะที่ชุ่มชื้นหรือแห้งแล้งก็เจริญเติบโตได้ดี แต่ถ้าที่ดิน น้ำ แร่ธาตุอุดมสมบูรณ์ก็จะสมบูรณ์ดีมากกว่าที่แร้นแค้น เป็นปกติธรรมชาติของสิ่งมีชีวิต มักพบต้นแคบ้านขึ้นตามป่าละเมาะ หัวไร่ปลายนา ริมถนนหนทาง มีหลายหมู่บ้านชุมชน
พนักงานบริษัทหนุ่มวัย 34 ปี ในพื้นที่บ้านสันขะเจ๊าะ หมู่ที่ 14 ตำบลท่าวังทอง อำเภอเมือง จังหวัดพะเยา ใช้เวลาว่างหลังเลิกงานประจำปลูกขึ้นฉ่ายลอยฟ้าไฮโดรโปนิกส์แบบน้ำไหล ซึ่งเป็นผักสมุนไพรที่มีกลิ่นหอม นิยมใช้ในการปรุงอาหารเพิ่มความหอมของน้ำซุป สร้างรายได้เสริมให้กับครอบครัว 8,000-10,000 บาท ต่อเดือน โดยผักที่ปลูกนั้นจะเน้นใช้สารชีวภาพ จนเป็นที่ต้องการของตลาด ขึ้นฉ่ายเป็นผักที่มีกลิ่นหอม นิยมนำมาทำน้ำซุป แกงจืด คุณพรชัย คำมี หนุ่มวัย 34 ปี อยู่บ้านสันขะเจ๊าะ หมู่ที่ 14 ตำบลท่าวังทอง อำเภอเมือง จังหวัดพะเยา นำผู้สื่อข่าวเข้าดูแปลงปลูกขึ้นฉ่ายลอยฟ้าไฮโดรโปนิกแบบน้ำไหลที่ปลูกไว้ในพื้นที่หน้าบ้านของตนเอง โดยเริ่มต้นขั้นตอนจากการซื้อเมล็ดพันธุ์ที่มีขายทั่วไปตามท้องตลาด นำมาเพาะเมล็ดพันธุ์ในที่ร่ม และอนุบาลผักจนถึงนำมาปลูกในขั้นตอนระบบน้ำไหลวนบนท่อพีวีซีกว่า 2,000 หลุม โดยทำการบริหารจัดการตามขั้นตอนการปลูกการบำรุงรักษา จนสามารถทำให้ขึ้นฉ่ายที่ปลูกไว้โตได้อย่างรวดเร็วและสวยงาม รวมทั้งเป็นที่ต้องการของตลาด แต่ละวันก็จะสามารถผลัดเปลี่ยนเก็บผลผลิตได้ทุกวันจนสามารถสร้างรายได้ให้เป็นอย่างดี มีพ่อค้า
“เมี่ยง” ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พุทธศักราช 2525 ให้ความหมายไว้ว่า เมี่ยง เป็นภาษาถิ่น-พายัพ เป็นคำนาม ของกินที่ใช้ใบไม้ห่อกิน มีหลายชนิด เรียกชื่อต่างๆ กัน เช่น คำเมี่ยง เมี่ยงลาว สำหรับเมี่ยงสมุนไพรตามแบบฉบับการกินไทเลยนิยมกินเป็นอาหารว่างกินเล่น เมี่ยง หรือเมี่ยงโค้น เป็นอาหารว่างกินเล่นที่มีมาตั้งแต่โบร่ำโบราณสืบทอดต่อกันมาจากรุ่นสู่รุ่นตามกาลเวลาที่ผ่านมา แต่การกินเมี่ยงตามแบบฉบับของ “ไทเลย” ก็ยังคงมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ถูกถ่ายทอดมาจากดั้งเดิมแต่ก่อนเก่า นิยมกินกับเครื่องเคียงและน้ำเมี่ยง ซึ่งการกินเมี่ยงหรือการแต่งเครื่องเมี่ยงเป็นอะไรที่ยุ่งยากอย่างมาก ถ้าคนไม่ชอบ ไม่มีความละเอียดอ่อนในการคัดสรรวัตถุดิบมากพอคงเป็นอันไม่ต้องกินกันเลยก็ว่าได้ เพราะต้องกินกับเครื่องเคียงมากมายหลายอย่าง ส่วนใหญ่จะเป็นพืชผักนานาพันธุ์สมุนไพรพื้นบ้านที่หาได้ตามรั้วราวแถวบ้านเราเอง การแต่งเมี่ยง หรือเครื่องเคียง การแต่งเมี่ยง หรือเครื่องเคียงจะประกอบด้วย พริกสด ข่า กระเทียม หอมแดง ตะไคร้ ถั่วฝักยาว มะพร้าว มะเขือ มะเขือเครือ (มะเขือเทศพื้นเมือง) มะนาว ทุกอย่างที่กล่าวมาต้องหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ และท
สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 3 จังหวัดระยอง สนองนโยบายกรมส่งเสริมการเกษตร ในโครงการ “บ้านพอเพียง เลี้ยงชีวิตสู้โควิด-19” ผลิตพันธุ์พืชดีแจกจ่ายเกษตรกรเพื่อลดต้นทุนการดำรงชีพในยามวิกฤติช่วงระบาดของเชื้อโควิด-19 พร้อมแจกเมล็ดพันธุ์พืชดีเพื่อเพาะปลูกรุ่นต่อไปได้อย่างเพียงพอและต่อเนื่อง นายทวี มาสขาว รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวระหว่างตรวจเยี่ยมศูนย์บริการการพัฒนาปลวกแดงตามพระราชดำริ จังหวัดระยอง ต่อการดำเนินงานใน โครงการบ้านพอเพียง เลี้ยงชีวิตสู้โควิด-19 ว่า เพื่อเป็นการบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ในประเทศ กรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จึงได้จัดทำโครงการบ้านพอเพียง เลี้ยงชีวิตสู้โควิด-19 ขึ้น เพื่อดูแลช่วยเหลือและสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกร ตลอดถึงสร้างความเข้มแข็งของภาคการเกษตร ทำให้เกษตรกรอยู่ดีมีสุขอย่างยั่งยืน ที่สำคัญเพื่อให้เกษตรกรและผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการโควิด-19 ได้มีพืชอาหารบริโภค สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ด้วยการพึ่งพาตนเอง ลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือน มีความมั่นคงทางอาหาร เพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกรและชุมชน ตลอดจนแก้ปั
