ภัยธรรมชาติ
ที่ผ่านมาเกิด “ปรากฏการณ์ลานีญา” มาอย่างต่อเนื่อง มีผลกระทบต่อฝนในไทย โดยเฉพาะภาคใต้ ฤดูฝนมีแนวโน้มจะสั้นลง ฝนจะหายไปเร็ว ขณะเดียวกัน “ปรากฏการณ์เอลนีโญ” ก็รุนแรงขึ้น ทำให้ฝนฟ้าไม่ปกติ ทั้งน้ำท่วมหนัก และภัยแล้งรุนแรงขึ้น ไม่รู้ว่าจะไปยุติตรงไหน และจะมีผลต่อวิถีชีวิตของผู้คน ตลอดจนการผลิตอาหารของโลกอย่างไร อะไรกันนักหนา? เดี๋ยวลานีญา เดี๋ยวเอลนีโญ มันจะมาอีท่าไหนกัน? แล้วที่ว่าจะมีผลต่อการเพาะปลูกเลี้ยงสัตว์เพื่อผลิตอาหารป้อนโลก หรือพูดให้ตรงกว่านั้น มีผลต่อชาวไร่ชาวนาทั้งโลกนั้น จะมีผลอย่างไร? รุนแรงแค่ไหน? หรือจะต้องถึงล้มหายตายจากกันเสียสิ้นในคราวนี้? อธิบายกันแบบสั้นที่สุดคือ เอลนีโญ (El Niño) และลานีญา (La Niña) เป็นปรากฏการณ์สุดขั้วตรงข้ามของกระแสอากาศและกระแสน้ำในมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันออก กระแสลมเปลี่ยนทิศ กระแสน้ำในมหาสมุทรปรวนแปร มีผลต่อสภาวะอากาศของโลกเป็นวงกว้าง รวมทั้งแถบเอเชียเราด้วย นักวิทยาศาสตร์ยังไม่สามารถระบุสาเหตุหรือคาดการณ์เวลาได้แน่ชัด จากสถิติเรารู้เพียงว่า ทุกๆ 2 ถึง 7 ปี มักเกิดปรากฏการณ์เอลนีโญและลานีญาขึ้น โดยเอลนีโญมักเกิดขึ้นในช่วงปลายปี กินเวลาตั้งแต่ 2 เด
กรมการข้าว สั่งเจ้าหน้าที่ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวและศูนย์วิจัยข้าวทั่วประเทศ ลงพื้นที่เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำและดูแลชาวนาที่ได้รับผลกระทบจากพายุโนรู หลังกรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ไทยได้รับผลกระทบ 28 ก.ย.-1 ต.ค.นี้ นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว เปิดเผยถึงการเฝ้าระวังพายุโนรู ที่เคลื่อนตัวจากประเทศฟิลิปปินส์เข้าสู่ประเทศเวียดนามตอนกลาง ในวันที่ 28 กันยายน 2565 ว่า กรมอุตินิยมวิทยา คาดว่า จากอิทธิพลของพายุโนรู ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย มีกำลังแรงขึ้น ลักษณะดังกล่าวจะทำให้ประเทศไทยบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ มีฝนตกหนักหลายพื้นที่ และมีฝนตกหนักมากบางแห่ง กับมีลมแรงในช่วงวันที่ 28 กันยายน – 1 ตุลาคม 2565 นี้ ดังนั้น จึงขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม ที่จะต้องเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด อธิบดีกรมการข้าว เผยต่อว่า ใ
หลายตำบลในอำเภอปากคาด จังหวัดบึงกาฬ กลายเป็นพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซากที่สำนักงานเกษตรจังหวัดบึงกาฬเร่งหาวิธีแก้ไขปัญหาอย่างต่อเนื่อง โดยเข้าพื้นที่ศึกษาวิจัยในพืชที่สามารถปลูกเพื่อสร้างรายได้ในฤดูน้ำหลาก พบว่ามีพืชที่สามารถปลูกได้หลายชนิด แต่เพราะความเคยชินของเกษตรกรในพื้นที่ที่ประกอบอาชีพทำนา ทำให้การส่งเสริมเพื่อการเรียนรู้สำหรับเกษตรกรเป็นไปได้ไม่รวดเร็วนัก แต่สำหรับคุณนรินทร์ ศรีวรษา เกษตรกรที่ยึดอาชีพทำนามาตั้งแต่บรรพบุรุษ มีผืนนาตั้งอยู่บริเวณหมู่ 4 บ้านนาดงน้อย ตำบลนาดวง อำเภอปากคาด จังหวัดบึงกาฬ ซึ่งเป็นพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซากมาโดยตลอด กลับพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสเมื่อน้ำหลากเข้าท่วมผืนนา ไม่สามารถปลูกข้าวได้ตามปกติ จากพื้นที่เดิมทั้งหมดกว่า 70 ไร่ เมื่อถูกจัดสรรให้กับพี่น้องแล้ว คุณนรินทร์ เหลือพื้นที่ทำนาราว 7 ไร่ และยังคงยึดอาชีพทำนาสร้างรายได้หลักให้กับครอบครัว แต่นับตั้งแต่ปี 2530 คุณนรินทร์ บอกอย่างยอมรับสภาพดินฟ้าอากาศที่เกิดขึ้นในทุกปีว่า ข้าวถูกน้ำท่วมทุกปี ในการทำนาทุก 3-4 ปี จะได้กำไรจากการปลูกข้าวเพียงครั้งเดียว สำนักงานเกษตรจังหวัดบึงกาฬ ให้ข้อมูลในการศึกษาพืชที่เหมาะสมสำหรับ
นายวิวัฒน์ ศัลยกำธร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้าการป้องกันและบรรเทาผลกระทบจากภัยธรรมชาติที่เกิดจากการชะล้างพังทลายของดินและดินถล่ม ณ อำเภอนบพิตำ จังหวัดนครศรีธรรมราช พร้อมทั้งเตรียมบูรณาการทำงานร่วมกับกระทรวงต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อวางแผนป้องกันและบรรเทาผลกระทบจากภัยธรรมชาติที่เกิดจากการชะล้างพังทลายของดิน โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อประชาชน
ปีนี้ถือเป็นปีทองของทุเรียนไทย เพราะขายผลผลิตได้ราคาสูงกว่าทุกปี สร้างแรงจูงใจให้คนไทยหันมาสนใจปลูกทุเรียนกันมากขึ้น แต่การทำสวนทุเรียนให้ประสบความสำเร็จ ไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องอาศัยการเรียนรู้และเข้าใจธรรมชาติของต้นทุเรียนเพื่อให้ได้ผลผลิตคุณภาพดีป้อนตลาดในอนาคต ในฉบับนี้ จะพาไปเรียนรู้เคล็ดลับการผลิตทุเรียนนอกฤดู ของ “ คุณสุเนตร สุทธิสถิตย์ ” (โทร.089-936-1214)ตั้งอยู่พื้นที่บ้านจำรุง หมู่ 7 ตำบลเนินฆ้อ อำเภอแถลง จังหวัดระยอง เกษตรกรต้นแบบที่มีประสบการณ์ปลูกทุเรียนมากว่า 20 ปี มีพื้นที่ปลูกทุเรียน 600 ต้น จำนวน 4 แปลง กระจายอยู่ในพื้นที่ตำบลกองดิน ตำบลบ้านนา ตำบลเนินฆ้อ อำเภอแถลง และตำบลน้ำเป็น อำเภอเขาชะเมา สวนทุเรียนเนื้อที่กว่า 30 ไร่แห่งนี้ตั้งอยู่ในพื้นที่ตำบลเนินฆ้อ ปลูกทุเรียนพันธุ์หมอนทองกว่า 200 ต้น เป็นต้นทุเรียนอายุ 30 ปี จำนวน 100 ต้น อายุ 11 ปีจำนวน 30 ต้น อายุ 7 ปี จำนวน 50 ต้น อายุ 6 ปีจำนวน 15 ต้นและอายุ 3 ปีจำนวน 5 ต้น สำนักงานเกษตรอำเภอแถลง ยกย่องให้สวนแห่งนี้ เป็นแปลงสาธิตการผลิตทุเรียนนอกฤดูของอำเภอแถลง คุณสุเนตรเป็นเก
วันที่ 16 มีนาคม 2561 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ จ.นครพนม ผลกระทบจากพายุฝนฤดูร้อนที่พัดถล่มตั้งแต่ช่วง 2 วัน เมื่อวันที่ 15 มีนาคมที่ผ่านมา ไม่เพียงส่งผลกระทบต่อบ้านเรือนของชาวบ้านเท่านั้นที่ได้รับความเสียหาย โดยจากการสำรวจพบว่ามีบ้านเรือนของชาวบ้านในพื้นที่ ต.นาคู่ อ.นาแก ได้รับความเสียหายจำนวนกว่า 80 หลังคาเรือน ส่วน ต.พิมาน อ.นาแก ได้รับความเสียหายกว่า 10 หลังคาเรือน และมีบ้านเรือนในพื้นที่ ต.นาหนาด อ.ธาตุพนม เสียหายอีก 20 หลังคาเรือน รวมเสียหายครั้งนี้กว่า 100 หลัง มีเสียหายหนักกว่า 20 หลังคาเรือน ส่วนเกษตรกรในพื้นที่ ต.นาคู่ อ.นาแก จ.นครพนม ได้รับความเดือดร้อนหนัก เนื่องจากพายุได้พัดถล่มสวนพริกที่ปลูกเก็บผลผลิตเมล็ดส่งออกขายต่างประเทศ มีราคาแพง กิโลกรัมละกว่า 800 บาท ซึ่งหลังพายุพัดถล่มทำให้ได้รับความเสียหาย ต้นพริกโค่น และผลิตผลเน่าเสีย เบื้องต้นจากการสำรวจได้รับความเสียหาย กว่า 2 ไร่ จำนวนมากกว่า 10,000 ต้น มูลค่าความเสียหายกว่า 1 แสนบาท ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบให้การช่วยเหลือของเจ้าหน้าที่ ขณะเดียวกัน ด้าน พล.ต.สมชาย ครรภาฉาย ผบ.มทบ.210 นครพนม พร้อมด้วย พ.อ.ชวลิต พบจันอัด ผู้บัง
รัฐบาลสหรัฐระบุว่า ปี 2560 ที่ผ่านมา เป็นปีที่มีมูลค่าความเสียหายอันเนื่องมาจากภัยธรรมชาติ ทั้งไฟไหม้ ภัยหนาว น้ำท่วม และพายุเฮอริเคน สูงที่สุดในประวัติศาสตร์ของสหรัฐ คิดเป็นมูลค่าถึง 306,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 10,098,000 ล้านบาท รายงานข่าวระบุว่า ภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นในปี 2560 ราว 16 ครั้ง สร้างความเสียหายถึง 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐหรือมากกว่า และทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 362 คน แต่ตัวเลขความเสียหายที่แท้จริงน่าจะเพิ่มสูงขึ้นอีกหลังการประเมินความเสียหายในเปอร์โตริโกแล้วเสร็จ มูลค่าความเสียหายในปี 2560 แซงหน้าปี 2559 ที่เคยครองตำแหน่งเดิมด้วยมูลค่าความเสียหายรวม 215,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยความเสียหายหลักๆ มาจากเฮอริเคนหลายลูกที่พัดถล่มทำให้ปี 2560 ครองสถิติความเสียหายที่เกิดจากเฮอริเคนที่สูงที่สุดในประวัติศาตร์สหรัฐ โดยเฮอริเคนฮาร์วีย์ครองอันดับ 1 ที่ 125,000 ล้านดอลลาร์ แต่ก็ยังน้อยกว่าเฮอริเคนแคทรีนาที่พัดถล่มเมื่อปี 2548 ขณะที่ไฟป่าและภัยหนาวก็สร้างความเสียหายอย่างหนักเช่นกัน ปีที่ผ่านมายังถือเป็นปีที่อากาศในสหรัฐร้อนที่สุดเป็นลำดับ 3 ตามหลังปี 2555 และ 2559 ค่าเฉลี่ยนอุณห
นายสมชาย ชาญณรงค์กุล อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การเกิดอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้หลายจังหวัด ทำให้มีพื้นที่การเกษตรได้รับผลกระทบจากภาวะน้ำท่วมนับแสนไร่ ขณะนี้ได้สั่งการให้สำนักงานเกษตรจังหวัดออกติดตามสถานการณ์และสำรวจพื้นที่การเกษตรที่ได้รับความเสียหายแล้ว ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ไม้ผล ไม้ยืนต้น ยางพารา และปาล์มน้ำมัน ขณะเดียวกันกรมส่งเสริมการเกษตรได้วางมาตรการให้ความช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยพิบัติด้านพืชไว้ 3 แนวทาง คือ 1. การให้ความช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยพิบัติตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการ เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ.2556 2. มาตรการช่วยเหลือเยียวยาเกษตรกรผู้ประสบอุทกภัย ปี 2559/60 กรณีได้รับผลกระทบ และ 3. โครงการประกันภัยข้าวนาปี 2556/60 โดยมาตรการแรก การช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยพิบัติตามระเบียบกระทรวงการคลังฯ มีหลักเกณฑ์การให้ความช่วยเหลือ คือ จะต้องเป็นเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกรกับกรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไว้ก่อนเกิดภัย และช่วยเหลือเกษตรกรตามจำนวนพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายจริง ทั้งนี้ไม่เกิน 30 ไร่ อัตร
