ภูมิปัญญาท้องถิ่น
เมื่อต้องเผชิญกับความท้าทายทั้งเรื่องเศรษฐกิจ ผลผลิต และปัญหาตลาด หลายชุมชนสามารถก้าวข้ามด้วยพลังคนตัวเล็กที่ไม่หยุดเรียนรู้ “ผู้ใหญ่ลั่นทม โชติดิลก” ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มแปรรูปถนอมอาหาร อำเภอวังชิ้น จังหวัดแพร่ คือตัวแทนของผู้นำชุมชนหญิงที่ใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นแปรรูปเพิ่มคุณค่าปลานิล สร้างผลิตภัณฑ์ “ปลาส้มผู้ใหญ่ลั่นทม” ต่อยอดสู่ธุรกิจที่ยั่งยืน สร้างทั้งรายได้และความสุขให้คนในชุมชนอย่างแท้จริง ภายใต้การสนับสนุนของโครงการ “โรงเรียนผู้นำชุมชนประโยชน์สุข” ที่ช่วยเพิ่มความรู้ด้านการสร้างแบรนด์ และการตลาดออนไลน์ “ปลาส้มผู้ใหญ่ลั่นทม” ผลิตภัณฑ์ภูมิปัญญาท้องถิ่น โดดเด่นด้วยสูตรเฉพาะจากปลานิลเนื้อแน่น ขาวสะอาด และหมักด้วยข้าวสามชนิด ได้แก่ ข้าวหอมมะลิขาว มะลิแดง และข้าวเหนียว เพื่อให้รสชาตินุ่มกลมกล่อม มีจุดเริ่มต้นจากการรวมกลุ่มชาวบ้านพ่อแม่ที่ว่างเว้นจากการทำนามาผลิตและแปรรูปปลาส้ม โดยมี “ผู้ใหญ่ลั่นทม” เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงหลักในการพัฒนาเป็นผลิตคุณภาพได้มาตรฐาน และกำลังก้าวสู่มาตรฐานฮาลาล เดินหน้าแตกไลน์สินค้าใหม่ เช่น น้ำพริกปลาส้ม และนักเก็ตปลาส้ม พร้อมใช้การตลาดออนไลน์สร้างยอดขายเ
แนวโน้มการดูแลสุขภาพด้วยวิธีธรรมชาติกำลังขยายตัวอย่างรวดเร็วทั่วโลก และประเทศไทยเองก็อยู่ท่ามกลางกระแสนี้ด้วยความภาคภูมิใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “สมุนไพรไทย” ที่เคยเป็นเพียงทางเลือกในการรักษาโรคตามภูมิปัญญาพื้นบ้าน ในเวลานี้ได้กลายเป็นทรัพยากรชีวภาพที่มีคุณค่า และได้รับความสนใจในระดับสากลด้วยคุณสมบัติทางยา กลิ่นหอมเฉพาะตัว และสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพที่สามารถนำไปต่อยอดได้ทั้งในอุตสาหกรรมอาหารเสริม เครื่องสำอาง ไปจนถึงเวชสำอางและผลิตภัณฑ์สุขภาพ ในหลายพื้นที่ของประเทศสมุนไพรไทยไม่ได้หยุดอยู่แค่ในครัวเรือน แต่ได้กลายเป็น “พืชเศรษฐกิจทางเลือก” ที่สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรและชุมชนอย่างต่อเนื่อง ทั้งการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์พร้อมใช้ การปลูกเพื่อส่งออก และการพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์นวัตกรรมเพื่อสุขภาพ โดยมีการสนับสนุนจากภาครัฐและเอกชนทั้งด้านองค์ความรู้ การวิจัยและพัฒนา รวมถึงการสร้างแบรนด์เชิงพาณิชย์ ซึ่งทำให้สมุนไพรหลายชนิด เช่น ฟ้าทะลายโจร ขิง ขมิ้นชัน กระชายดำ และตะไคร้ กลายเป็นสินค้ามูลค่าสูงที่มีศักยภาพทั้งตลาดในและต่างประเทศ คุณวราพร อินต๊ะพันธุ์ เจ้าหน้าที่สหกรณ์การเกษตรสมุนไพรตำบลแม่มอก จำกัด ผู้ที่สั
ข้าวเม่าเป็นอาหารพื้นบ้านที่สะท้อนถึงวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของคนไทยที่มีมาอย่างยาวนาน อีกทั้งยังเป็นสัญลักษณ์ของภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ถูกถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น หนึ่งในแหล่งผลิตข้าวเม่าที่มีชื่อเสียงในประเทศไทยคือจังหวัดนครพนม ซึ่งข้าวเม่าของที่นี่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทั้งในด้านรสชาติ ความหอม และกระบวนการผลิตที่ยังคงรักษาความเป็นต้นตำรับและภูมิปัญญาท้องถิ่น ก่อนหน้านี้ ชาวบ้านในชุมชนหลายคนมีความคิดที่จะยุติการผลิตข้าวเม่า เนื่องจากกระบวนการผลิตที่ซับซ้อนและมีหลายขั้นตอน อีกทั้งยังขาดเครื่องจักรในการช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต ส่งผลให้การทำข้าวเม่ามีความเหน็ดเหนื่อยและใช้เวลานาน อย่างไรก็ตาม หลังจากที่ได้พัฒนาและนำเครื่องจักร เช่น เครื่องตำข้าวและเครื่องเป่าแกลบ เข้ามาช่วยในการผลิต ก็ทำให้กระบวนการผลิตข้าวเม่าง่ายขึ้นและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น นางสาวเจตสุดา ชินบูรณ์ ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนข้าวเม่าหวานบ้านนาล้อม กล่าวว่า จุดเริ่มต้นของวิสาหกิจชุมชนข้าวเม่าหวานบ้านนาล้อมเกิดขึ้นจากการจัดตั้งกลุ่มในปี 2561 โดยในอดีต ชุมชนมีการผลิตข้าวเม่ากันเองเป็นรายบุคคล แต่การดำเนินการในลักษณะนี้ทำให้การขอ
“ศุภมาส” ใช้ Lifelong Learning เป็นฐานร่วมพัฒนาสินค้าและภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่ตลาดโลก เปิดโครงการ New Generation Trader : NGT รุ่นที่ 3 วางเป้าเสริมแกร่งนักรบเพื่อการส่งออก ด้วยหลักสูตรที่ออกแบบเฉพาะ พร้อมโชว์ผลสำเร็จรุ่น 1 และ 2 พัฒนา 126 ทีม 294 คน ฟันยอดขายและร่วมลงทุนกว่า 20 ล้าน เมื่อวันที่ 22 ม.ค. นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการพัฒนาผู้ประกอบการสมรรถนะสูงเพื่อพัฒนาสินค้าและภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่ตลาดโลก (New Generation Trader : NGT) รุ่นที่ 3 และกิจกรรมการสร้างเครือข่ายพัฒนาผู้ประกอบการสมรรถนะสูเพื่อพัฒนาสินค้าและภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่ตลาดโลก ประกอบด้วยการเสวนาแนวทางพัฒนาผู้ประกอบการ ศักยภาพและความพร้อมของสินค้าไทยในเวทีโลก พร้อมแสดงนิทรรศการผลิตภัณฑ์จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยี่สุรนารี และผู้ประกอบการ NGT รุ่นที่ 1 และรุ่นที่ 2 โดยมี ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวง อว. นางสาวสุณีย์ เลิศเพียรธรรม หัวหน้าผู้ราชการกระทรวง อว. รักษาราชการแทนรองปลัดกระทรวง อว. และผู้บริหารกระทรวง อว.เข้าร่วม ที่ห้องแถลงข่าว
มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี มีแนวคิดดำเนินการวิจัยและบริการวิชาการในพื้นที่เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาของชุมชนเกษตรกร ตามปณิธานในการดำเนินงานของมหาวิทยาลัยคือ “เรียนรู้เพื่อรับใช้สังคม” ที่ผ่านมา มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี ได้พัฒนาผลงานวิจัยและงานบริการวิชาการให้ครอบคลุมห่วงโซ่เศรษฐกิจของสินค้าเกษตรหลากหลายชนิด เช่น “ตาลโตนด” ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจหลักของชุมชนท้องถิ่น เริ่มตั้งแต่กระบวนการผลิต แปรรูปและการตลาด ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ โดยได้รับสนับสนุนทุนวิจัย จาก สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) เพื่อนำองค์ความรู้จากผลงานวิจัยไปถ่ายทอดแก่เกษตรกรผู้ปลูกและแปรรูปตาลโตนด ในจังหวัดเพชรบุรี เพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันและพัฒนาคุณภาพสินค้าของเกษตรกรอย่างยั่งยืน เพชรบุรี แหล่งภูมิปัญญา “ตาลโตนด” ดร.ศิริวรรณ แดงฉ่ำ และคณะ นักวิชาการของมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรีได้ดำเนินวิจัยเรื่อง “การศึกษาภูมิปัญญาท้องถิ่นตาลโตนด” พบว่า ต้นตาลเป็นพืชที่เป็นวิถีชีวิตและเป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดเพชรบุรี ต้นตาลมีคุณค่าตั้งแต่รากจนถึงยอด ชาวเพชรบุรีจึงเรียนรู้และสืบทอดการใช้ประโยชน์จากตาลโตนดจนเกิดเป็นภูมิปัญญาที่ซึมซับวิ
สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้จังหวัดนครพนม (สกร.จังหวัดนครพนม) มีหน้าที่จัดส่งเสริมและสนับสนุนการเรียนรู้ 3 รูปแบบ คือ การเรียนรู้ตลอดชีวิต การเรียนรู้เพื่อการพัฒนาตนเอง และการเรียนรู้เพื่อคุณวุฒิตามระดับ ตาม พ.ร.บ.ส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. 2566 โดยมีการบริหารและการจัดการศึกษาแบบบูรณาการที่มีประสิทธิภาพร่วมกับภาคีเครือข่าย เพื่อให้ผู้เรียนรับโอกาสทางการศึกษาและการเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างทั่วถึงและเสมอภาค ตลอดจนพัฒนาผู้เรียนให้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงในโลกยุคใหม่ ขณะเดียวกัน ได้มอบหมายให้สถานศึกษาในสังกัด มุ่งบริหารและการจัดการศึกษาให้สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดนครพนม ในฐานะ “เมืองน่าอยู่ ประตูเศรษฐกิจสู่อาเซียนและจีนตอนใต้ตะวันออก” โดยมุ่งเน้นการพัฒนาคุณภาพทางการท่องเที่ยวและบริการเพื่อเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ส่งเสริมการท่องเที่ยว ประเพณี ศาสนาประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ธรรมชาติ และการท่องเที่ยวชุมชน OTOP นวัตวิถีสู่การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน สอดคล้องกับการท่องเที่ยววิถีใหม่ New Normal และ BCG Tourism สกร.อำเภอนาหว้า ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้อำเภอนาหว้า (สกร.อ
นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า ในแต่ละปีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะจัดให้มีการประกวดผลงานของเกษตรกร สถาบันเกษตรกร สหกรณ์ดีเด่น และปราชญ์เกษตรของแผ่นดิน ตั้งแต่ระดับจังหวัดจนถึงระดับชาติ เพื่อยกย่องเชิดชูเกียรติเกษตรกร สถาบันเกษตรกร และสหกรณ์ที่มีผลงานดีเด่น ควรแก่การเป็นแบบอย่างให้กับเกษตรกร สถาบันเกษตรกร และสหกรณ์รายอื่นได้พัฒนาอาชีพและการทำงานตาม โดยเกษตรกร ผู้แทนสถาบันเกษตรกร ผู้แทนสหกรณ์ดีเด่นแห่งชาติ และปราชญ์เกษตรของแผ่นดิน จะเข้ารับพระราชทานโล่รางวัลในงานพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง ทุกปี สำหรับปี พ.ศ. 2566 จะตรงกับวันพุธที่ 17 พฤษภาคม 2566 กรมส่งเสริมการเกษตรจึงขอแสดงความยินดีเกษตรกร สถาบันเกษตรกร สหกรณ์ดีเด่นแห่งชาติ และปราชญ์เกษตรของแผ่นดิน ประจำปี พ.ศ. 2566 ทุกท่าน ทั้งนี้กรมส่งเสริมการเกษตรได้รับมอบหมายให้ดำเนินการคัดเลือก จำนวน 8 สาขา ซึ่งมีผลงานดีเด่น ดังนี้ นายจักรินทร์ โพธิ์พรม เกษตรดีเด่นสาขาอาชีพทำสวน ประจำปี พ.ศ. 2566 จังหวัดอุดรธานี เปลี่ยนจากอาชีพรับจ้างในกรุงเทพ มาทำสวนกล้วยหอมทอง โดยใช้เทคโนโลยี จนได้ผลผลิ
วันที่ 1 ธันวาคม 2565 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ลงพื้นที่เยี่ยมชมผลสำเร็จโครงการวิจัยฯ โดย ดร. วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ได้มอบหมายให้ กองส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัยและนวัตกรรม และกลุ่มสารนิเทศและประชาสัมพันธ์ นำคณะผู้ทรงคุณวุฒิ วช. ซึ่งมี พลเอก วินัฐ อินทรสุวรรณ เป็นหัวหน้าทีม พร้อมด้วยสื่อมวลชน ลงพื้นที่ติดตามผลสำเร็จ “โครงการยกระดับอาชีพการนวดแผนไทยและสปาจากภูมิปัญญาท้องถิ่นเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวบนฐานวิถีชีวิตใหม่ (New Normal) เส้นทางแม่น้ำนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม” โดยมี อาจารย์ ดร. วิรัตน์ ปิ่นแก้ว อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม ผศ.ดร. ประพนธ์ เล็กสุมา หัวหน้าโครงการวิจัย อาจารย์ประจำสาขาวิชาการท่องเที่ยวและการโรงแรม คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ แห่ง มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม พร้อมด้วยคณะทีมนักวิจัย ให้การต้อนรับ ซึ่งการลงพื้นที่ในครั้งนี้เพื่อการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวในชุมชนบนเส้นทางแม่น้ำนครชัยศรี จังหวัดนครปฐมให้เป็นที่รู้จัก และนำไปสู่การกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดใกล้เคียงเกิดการ
ปัจจัยสำคัญในการผลิตภาคการเกษตรนอกจากต้นทุนจากพันธุ์พืชและการบำรุงรักษาในแปลงเกษตรแล้ว ยังมีต้นทุนเกี่ยวกับค่าปุ๋ย ทำให้เกษตรกรนำภูมิปัญญาท้องถิ่นและองค์ความรู้ด้านชีวภาพในการสะสมอินทรีย์อาหารพืชจากซากพืชซากสัตว์ อย่างวิสาหกิจชุมชนแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรศรีสะเกษเกื้อกูล ได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ที่มีการคิดค้นนวัตกรรมเกษตรสร้างสรรค์น้ำหมักชีวภาพอาหารพืชสูตรเข้มข้นเพื่อเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรและยังช่วยลดทุนในกระบวนการผลิต ซึ่งขณะนี้มีการขยายผลต่อยอดสร้างเครือข่ายของกลุ่มเกษตรกรแบบครบวงจรเชื่อมโยงกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดร. วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า วช.เป็นองค์กรของรัฐที่สำคัญในการขับเคลื่อนให้การสนับสนุนงานวิจัย สิ่งประดิษฐ์คิดค้นหรือนวัตกรรมต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน และสามารถถ่ายทอดเป็นองค์ความรู้สนับสนุนในภาคการผลิตต่างๆ รวมถึงการส่งเสริมพัฒนาคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อม ด้วยสภาพภูมิประเทศของไทยที่เหมาะแก่การประกอบอาชีพทางการเกษตรตามลักษณะทางกายภาพ และภูมิอากาศในแต่ละภูมิภา
วช.หนุนทีมวิจัย สจล.ถ่ายทอดกระบวนการผลิตไอน้ำสมุนไพร ต่อยอดองค์ความรู้กับภูมิปัญญาท้องถิ่น ช่วยเกษตรกรลดต้นทุนในการป้องกันกำจัดแมลงศัตรูพืช ชี้เป็นเทคโนโลยีการเกษตรแบบปลอดภัย สร้างอาชีพ เพิ่มรายได้ ช่วยให้ชุมชนเข้มแข็งอย่างยั่งยืน ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดยสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) สนับสนุนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียงด้วยการสร้างความเข้มแข็งของชุมชนโดยใช้องค์ความรู้จากงานวิจัยและนวัตกรรมควบคู่ไปกับการประยุกต์ใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นและต่อยอดให้เกิดการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน โดย วช. ได้ให้ทุนอุดหนุนการทำกิจกรรมส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัยและนวัตกรรม โครงการการยกระดับศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ภายใต้โครงการจัดการความรู้การวิจัยเพื่อการใช้ประโยชน์ ประจำปี 2564 (การพัฒนาชุมชนพึ่งตนเองตามแนวทางพระราชดำริ) ให้กับ “โครงการการควบคุมแมลงศัตรูพืชอย่างปลอดภัย ด้วยไอน้ำสมุนไพร: ชุมชนพึ่งตนเอง ตำบลหนองโรง อำเภอพนมทวน จังหวัดกาญจนบุรี” ซึ่งมี “ดร.จรงค์ศักดิ์ พุมนวน” จากสถาบันเทคโนโลยีพร
