มทร.อีสาน
ประชุมวิชาการระดับนานาชาติทางด้านฟิสิกส์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของไทย Siam Physics Congress 2026 (SPC2026) กำลังจะเริ่มขึ้นในวันที่ 20-22 พฤษภาคม 2569 ณ ริมชายหาดหัวหิน โดยสมาคมฟิสิกส์ไทย สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) และ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน ร่วมเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม เพื่อผลักดันนวัตกรรมและเทคโนโลยีอนาคต และเป็นเวทีสร้างเครือข่ายให้คนรุ่นใหม่ได้เห็นความสำคัญของวิทยาศาสตร์ในการแก้ปัญหาความท้าทายของโลกในปัจจุบันและอนาคต นครราชสีมา – สมาคมฟิสิกส์ไทย สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน ร่วมเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมวิชาการฟิสิกส์ระดับชาติและนานาชาติ ครั้งที่ 21 หรือ Siam Physics Congress 2026 (SPC2026) ระหว่างวันที่ 20 – 22 พฤษภาคม 2569 ณ โรงแรมดุสิตธานี หัวหิน จังหวัดเพชรบุรี ภายใต้แนวคิด “ผสานพลังฟิสิกส์ สร้างสรรค์นวัตกรรม สู่ความยั่งยืน” (Empowering Physics for Creativity and Sustainability) เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของฟิสิกส์ในการตอบโจทย์ความท้าทายของโลกยุคใหม่ ดร.พินิจ กิจขุนทด ประธ
นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว พร้อมด้วย รองศาสตราจารย์ ดร. โฆษิต ศรีภูธร อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน ได้ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ (MOU) ระหว่างกรมการข้าว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน (มทร.อีสาน) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อร่วมกันพัฒนาเครือข่ายความร่วมมือด้านวิชาการระหว่าง กรมการข้าว และ มทร.อีสาน ในการศึกษา ค้นคว้า วิจัยรวมถึงการพัฒนากระบวนการผลิต การแปรรูป และการตลาดผลิตภัณฑ์จากข้าว ยกระดับรายได้เกษตรกรเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากของประเทศโดยรวม โดยมี นางสาวนนทิชา วรรณสว่าง รองอธิบดีกรมการข้าว นางสาวกุลศิริ กลั่นนุรักษ์ ผู้อำนวยการกองวิจัยและพัฒนาข้าว รองศาสตราจารย์ ดร. บัณฑิต กฤตาคม รองอธิการบดีฝ่ายวิจัย พัฒนานวัตกรรมและบริการวิชาการ และ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.บุญญาพร ดวงสา ผู้อำนวยการสถาบันชุณหะวัณเพื่อการพัฒนาธุรกิจเอสเอ็มอีอย่างยั่งยืน ร่วมเป็นสักขีพยาน อธิบดีกรมการข้าว เปิดเผยว่า การลงนามบันทึกข้อตกลง MOU ร่วมกับ มทร.อีสาน ในครั้งนี้ จะเป็นการร่วมมือทางวิชาการในครอบคลุมตั้งแต่ด้านกระบวนการผลิต การปลูก การแป
เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2565 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ร่วมกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน (มทร.อีสาน) และมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (มอ.) นำ “นวัตกรรมระบบ software smart bed ควบคุมเตียงพลิกตะแคงและเบาะเจลยางพาราป้องกันแผลกดทับ Doctor N Medigel” ส่งมอบนวัตกรรมพร้อมสาธิตการใช้งานระบบ software smart bed และเตียงพลิกตะแคง ณ โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ โดยมี ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ, ผศ.คำรณ พิทักษ์ ผู้อำนวยการอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคใต้, รศ.ดร.บัณฑิต กฤตาคม รองอธิการบดีฝ่ายวิจัย พัฒนานวัตกรรม และบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน, ผศ. พญ.นลินี โกวิทวนาวงษ์ และ รศ.ศักดิ์ระวี ระวีกุล ร่วมกันส่งมอบนวัตกรรม และมี ผศ.นพ.กิตติพงศ์ เรียบร้อย ผู้อำนวยการ รพ.สงขลานครินทร์ เป็นผู้รับมอบฯ ณ อาคารโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการ วช. กล่าวว่า วช. ได้สนับสนุนทุนวิจัยและนวัตกรรมที่ช่วยแก้ปัญหาการระบาดของโรคโควิด-19 ตามสถานการณ์ของโรคที่เกิดขึ้นตั้งแต่ระยะแรกของการระบาดจนถึงปัจจุบัน และในวันน
เมื่อวันที่ 24 มกราคม 2565 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมกับ บริษัท บางจาก จำกัด (มหาชน) บริษัท บีบีจีโอ จำกัด (มหาชน) และ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในการขับเคลื่อน “นวัตกรรมสีเขียว เพื่อการผลิต SAF สู่การพัฒนาน้ำมันเครื่องบินคาร์บอนต่ำ จากฐานงานวิจัย” ณ ห้องใบไม้ ชั้น 8 อาคาร เอ็ม ทาวเวอร์ สำนักงานใหญ่ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กรุงเทพฯ Sustainable Aviation Fuel (SAF) เชื้อเพลิงอากาศยานชีวภาพแบบยั่งยืนจากเอทานอลสู่การพัฒนาน้ำมันเครื่องบินคาร์บอนต่ำ จากฐานงานวิจัย เป็นการพัฒนานวัตกรรมเพื่อนำไปใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์น้ำมันเครื่องบินคาร์บอนต่ำ สำหรับการขนส่งและการเดินทางทางอากาศ ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและภาวะโลกร้อน ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนประเทศไทยด้วยโมเดลเศรษฐกิจ BCG (Bio-Circular-Green Economy) โดยมี นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่กลุ่มบริษัทบางจาก นายกิตติพงศ์ ลิ่มสุวรรณโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใ
ผศ.ดร. วิโรจน์ ลิ้มไขแสง อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน (มทร.อีสาน) เปิดเผยว่า สภามหาวิทยาลัยฯ โดย ดร. สุรเกียรติ เสถียรไทย มีนโยบายให้มทร.อีสานสนองนโยบายของรัฐบาลในการผลิตและพัฒนาคนขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศภายใต้ไทยแลนด์ 4.0 ทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยให้ร่วมขับเคลื่อนใน 3 คลัสเตอร์หลักที่เป็นศักยภาพของมหาวิทยาลัย ได้แก่ โลจิสติกส์และท่องเที่ยว เกษตรและเทคโนโลยี อาหารและสุขภาพ โดยในส่วนของคลัสเตอร์โลจิสติกส์และท่องเที่ยวจะเน้นผลิตและพัฒนาคนด้านระบบราง และด้านการบินเพื่อรองรับการระบบคมนาคมของประเทศที่จะเชื่อมไปยังภูมิภาคอินโดจีนและประเทศในอาเซียน โดยเฉพาะระบบรถไฟความเร็วสูงโดยร่วมกับมหาวิทยาลัยในจีนจัดตั้งวิทยาลัยระบบรางเพื่อผลิตและพัฒนาบุคลากรด้านระบบราง เบื้องต้นได้ส่งอาจารย์ไปอบรมที่ประเทศจีน รุ่นแรกฝึกจบกลับมาแล้วประมาณ 80 คน โดยจีนได้สนับสนุนงบประมาณในการพัฒนาอาจารย์และเครื่องไม้เครื่องมือการเรียนการสอนด้วย ผศ.ดร. วิโรจน์ กล่าวว่า หลักสูตรด้านระบบรางจะเปิดสอนในปี 2562 ในระดับ ปวส.จากนั้นจะขยายไปสู่ระดับปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญาเอก ทางด้านวิศวะเกี่ยวกับระบบรา
ที่ผ่านมาสินค้าเกษตรอินทรีย์มักถูกนำไปวางขายตามตลาดนัดและปะปนกับสินค้าเกษตรประเภทอื่น อย่างตามโรงพยาบาล หน่วยงานราชการ เนื่องจากผู้บริโภคต่างรู้กันดีว่าสถานที่เหล่านั้นจะมีอาหารที่ปลอดภัยขาย ในประเทศไทยมีการจัดตลาดเกษตรอินทรีย์ที่มีรูปแบบอย่างถูกต้อง เป็นที่รับรอง จำนวน 3 แห่ง โดยตลาดเขียว สุรินทร์ นับเป็น 1 ใน 3 ตลาดเกษตรอินทรีย์ที่ได้รับความสนใจทางภาคอีสาน ส่วนที่เหลือคือ กาดนัดเกษตรอินทรีย์ ที่ตลาดเจเจ เชียงใหม่ และตลาดเขียว ยโสธร ได้รับความสนใจเช่นเดียวกัน ล่าสุด…จังหวัดสุรินทร์ มีตลาดเกษตรอินทรีย์แห่งใหม่ที่กำลังได้รับความสนใจและความนิยมอย่างมาก ในชื่อ “ตลาดกรีน ม.” เป็นตลาดเกษตรอินทรีย์ที่จัดรูปแบบได้อย่างสมบูรณ์ โดยมีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสุรินทร์ รับผิดชอบ ภายใต้วิสัยทัศน์ที่ว่าวิทยาเขตสุรินทร์ เป็นผู้นำจัดการศึกษาและบริการเป็นเลิศด้านเกษตรอินทรีย์ พร้อมกับวางเป้าหมายให้สถาบัน เป็น GREEN-U ในคอนเซ็ปต์ “ราชมงคลสุรินทร์ ก้าวสู่มหาวิทยาลัยสีเขียว” ผศ. อนุรัตน์ ลิ่มสกุล รองอธิการบดี กล่าวว่า สถาบันแห่งนี้มี 2 คณะหลัก ได้แก่ คณะเกษตรศาสตร์และเทคโนโลยี กับคณะ
