มหาวิทยาลัยทักษิณ วิทยาเขตพัทลุง
“ข้าวสังข์หยด” เป็นข้าวพันธุ์พื้นเมืองที่มีชื่อเสียงของจังหวัดพัทลุงที่ปลูกกันมาไม่น้อยกว่า 100 ปี ข้าวพันธุ์นี้ได้พัฒนาปรับปรุงพันธุ์ให้บริสุทธิ์ โดยนักปรับปรุงพันธุ์ข้าวแห่งศูนย์วิจัยข้าวพัทลุง ข้าวเจ้าเมื่อหุงสุกในรูปแบบข้าวกล้องหรือข้าวซ้อมมือ มีกลิ่นหอมอ่อนๆ รสชาติอร่อย ข้าวสังข์หยดนับเป็นความภาคภูมิใจของชาวนาเมืองพัทลุง เพราะเป็นข้าวพันธุ์แรกของไทยและของโลก ได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (Geographical Indication : GI) จากกรมทรัพย์สินทางปัญญา วันที่ 23 มิถุนายน 2549 การปลูกข้าวสังข์หยด ข้าวสังข์หยดพัทลุงผลิตจากแหล่งปลูกธรรมชาติ ที่ได้ชื่อว่า “อู่ข้าว” ของภาคใต้ เป็นแผ่นดินที่ราบระหว่างทิวเขาบรรทัดกับทะเลสาบสงขลา-พัทลุง ที่อุดมสมบูรณ์ เป็นแหล่งกำเนิดผลผลิตทางการเกษตรหลากหลายชนิด ชาวนาพัทลุงปลูกข้าวสังข์หยดในฤดูนาปี เดือนสิงหาคม-กันยายน เก็บเกี่ยวผลผลิตช่วงเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ ของปีถัดไป การปลูกข้าวสังข์หยด ครอบคลุม 11 อำเภอ เนื้อที่เพาะปลูกรวม 19,655 ไร่ ผลผลิตรวม 7,976 ตันต่อปี ให้ผลผลิตเฉลี่ย 402 กิโลกรัมต่อไร่ โดยแหล่งปลูกสำคัญ ได้แก่ อำเภอควนขนุน อำเภอปากพะยูน
“ควายน้ำ” เป็นสัตว์ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ชุ่มน้ำทะเลน้อย ตั้งอยู่ส่วนบนสุดของของทะเลสาบสงขลาซึ่งเป็นทะเลแบบลากูนทำหน้าที่ในการเชื่อมลุ่มน้ำปากพนังเเละลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาเข้าด้วยกัน ซึ่งถือได้ว่าเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระหว่างประเทศ (Ramsar Site) แห่งเดียวของไทย โดยในพื้นที่นี้มีภูมิปัญญาที่สืบทอดมากว่า 200 ปี คือ “วิถีการเลี้ยงควายปลัก” ซึ่งมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว มีระบบการเลี้ยงแบบปล่อยให้ควายหากินอย่างอิสระในบริเวณพื้นที่ชุ่มน้ำ ถือเป็นการทำหน้าที่ในระบบนิเวศ ทั้งการสร้างทางน้ำ ระบบนิเวศทุ่งหญ้า ควบคุมปริมาณพืชน้ำ และช่วยกระจายเมล็ดพันธุ์เพื่อเร่งการฟื้นตัวของป่าพรุ ซึ่งถือว่าเป็นแหล่งเก็บน้ำและแหล่งดูดซับคาร์บอนที่สำคัญของโลก นอกจากนี้ “ควายน้ำ” ยังได้ขึ้นทะเบียนว่าเป็น “มรดกโลกทางการเกษตร” อีกด้วย นายพรประเสริฐ เกื้อคราม รองประธานเกษตรกรกลุ่มควายน้ำทะเลน้อย จังหวัดพัทลุง เปิดเผยว่า “…ทำอาชีพเลี้ยงควายมา 14 ปี แล้ว ซึ่งแต่เดิมในพื้นที่นี้มีการทำเกษตรกรรม เป็นทุ่งนา ควายส่วนใหญ่ก็เลี้ยงเพื่อทำการเกษตร แต่เมื่อสภาพพื้นที่เปลี่ยนไป ทำให้ชุมชนไม่สามารถทำการเกษตรได้ และเปลี่ยนวิถีอา
วันที่ 26 ตุลาคม 2565 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เปิดเวที “NRCT Talk” โชว์ผลงานวิจัยที่ วช. ให้การสนับสนุนและผลักดันงานวิจัยและนวัตกรรมไปสู่การใช้ประโยชน์ได้อย่างเป็นรูปธรรม ในงาน“วันคล้ายวันสถาปนา วช. ครบรอบ 63 ปี” โดย ดร. วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติได้มอบหมายให้ นายเอนก บำรุงกิจ รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธานเปิดกิจกรรมฯ ณ ศูนย์ข้อมูลสารสนเทศกลางด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ นายเอนก บำรุงกิจ รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า กิจกรรมบนเวที “NRCT Talk” ที่จัดขึ้นเพื่อเผยแพร่ผลการดำเนินงานการของ วช. ในการสนับสนุนและผลักดันงานวิจัยและนวัตกรรมไปสู่การใช้ประโยชน์ได้อย่างเป็นรูปธรรม และส่งเสริมความรู้ ความเข้าใจ ด้านการวิจัยและนวัตกรรม ให้แก่ประชาชนทั่วไป รวมถึงการประชาสัมพันธ์และจัดแสดงผลงานวิจัยและนวัตกรรมที่โดดเด่นของ วช. เพื่อสร้างความตระหนัก และการรับรู้ต่อภาครัฐและเอกชน โดยมีเนื้อหาที่น่าสนใจต่างๆ ดังนี้ ผลงานวิจัยเรื่อง “ความทนทานทางชีวภาพแล
วันที่ 21 ตุลาคม 2565 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ลงพื้นที่เยี่ยมชมโครงการวิจัยฯ โดย ดร. วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ได้มอบหมายให้ นายธีรวัฒน์ บุญสม ผู้อำนวยการกองส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัย นำ นายสมบูรณ์ วงศ์กาด ผู้ทรงคุณวุฒิ วช. พร้อมด้วยสื่อมวลชนจากส่วนกลาง และสื่อมวลชนจากท้องถิ่น ลงพื้นที่ติดตามผลการดำเนินงานโครงการการถ่ายทอดเทคโนโลยีการแปรรูปข้าวสังข์หยดสู่ผลิตภัณฑ์มูลค่าสูงตามมาตรฐานชุมชน โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร. สมัคร แก้วสุกแสง รักษาการแทนรองอธิการบดี ฝ่ายวิจัยและนวัตกรรม ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ถาวร จันทโชติ รักษาการแทนรองอธิการบดี ฝ่ายยุทธศาสตร์และประกันคุณภาพ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ เสริมศักดิ์ ขุนพล รักษาการแทนผู้ช่วยอธิการบดี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. วิไลลักษณ์ กล่อมพงษ์ รักษาการคณะบดีคณะอุตสาหกรรมเกษตรและชีวภาพ ดร. บัณฑิต ทองสงฆ์ รักษาการแทนผู้อํานวยการสถาบันปฏิบัติการชุมชนเพื่อการศึกษาแบบบูรณาการ และอาจารย์ ดร. รพี พงษ์พานิช อาจารย์ประจำคณะศิลปศาสตร์และวิทยาการจัดการ ม. สงขลานครินทร์ วิทยาเขตสุ
สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) สนับสนุนทุนวิจัยโครงการ เรื่อง “การผลิตเครื่องดื่มฟังก์ชันนอลชนิดผงสำเร็จรูปจากสารสกัดข้าวกล้องสังข์หยดอินทรีย์สำหรับผู้สูงวัยและวัยทำงาน เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก” ให้แก่ ดร.พรวิชัย เต็มบุตร อาจารย์ประจำหลักสูตรเทคโนโลยีเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร คณะอุตสาหกรรมเกษตรและชีวภาพ แห่งมหาวิทยาลัยทักษิณ วิทยาเขตพัทลุง เพื่อเพิ่มมูลค่าข้าวกล้องสังข์หยดหักท่อนที่ผ่านมาตรฐานอินทรีย์และ GI ที่เหลือจากการส่งออกที่ไม่มีผู้รับซื้อมาแปรรูปเป็นเครื่องดื่มฟังก์ชันเพื่อสุขภาพ วันที่ 21 มีนาคม 2565 ดร.พรวิชัย เต็มบุตร ในฐานะ หัวหน้าโครงการ “การผลิตเครื่องดื่มฟังก์ชันนอลชนิดผงสำเร็จรูปจากสารสกัดข้าวกล้องสังข์หยดอินทรีย์สำหรับผู้สูงวัยและวัยทำงาน เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก” กล่าวว่า ทีมนักวิจัยได้นำองค์ความรู้และนวัตกรรมการเพิ่มมูลค่าจากข้าวกล้องสังข์หยดพัทลุงหักท่อนที่มีจำนวนมากจากผ่านกระบวนการสีข้าวเพื่อเพิ่มมูลค่าของข้าวหักข้าวท่อนที่มีมูลค่าต่ำ โดยการนำมาสู่กระบวนการผลิตเครื่องดื่มฟังก์ชันนอลชนิดผงสำเร็
ผลิตไม่ทัน – ปัจจุบันปลาดุกร้าทะเลน้อยพัทลุง ถือเป็นผลิตภัณฑ์สินค้าโอท็อปที่ได้รับความนิยมจากผู้บริโภค เนื่องจากมีรสชาติอร่อยและราคาไม่แพง หากได้รับการขึ้นทะเบียนสินค้า GI ความต้องการในตลาดจะเพิ่มสูงขึ้นจนผลิตไม่ทัน พาณิชย์จังหวัดพัทลุงเผย “ผลิตภัณฑ์ปลาดุกร้าทะเลน้อยพัทลุง” จ่อขึ้นทะเบียนสินค้า GI ก.ค. 2562 นี้ ชี้ผลิตจากปลาดุกอุยธรรมชาติในเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย อ.ควนขนุน ล่าสุด “วิสาหกิจชุมชนบ้านชุมพล” เล็งขยายลงทุนโรงเรือนเพิ่ม เหตุปีที่ผ่านมายอดขายพุ่งกว่า 80% เนื้อหอมผลิตไม่พอขาย “บิ๊กซี” จองวางขายบนห้าง นางสายช่อ อังศุพานิช พาณิชย์จังหวัดพัทลุง เปิดเผยภายหลังเป็นประธานในการเปิดอบรมหลักสูตรการสร้างมาตรฐานสินค้าปลาแปรรูปชุมชนทะเลน้อย ซึ่งจังหวัดพัทลุง สำนักงานพาณิชย์จังหวัดพัทลุง ได้จัดขึ้นเมื่อเร็ว ๆ นี้ว่า ในเดือนกรกฎาคม 2562 คาดว่าผลิตภัณฑ์ปลาดุกร้าทะเลน้อยพัทลุงจะได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI ) หลังจากที่ทางสำนักงานพาณิชย์จังหวัดพัทลุงร่วมกับวิทยาลัยภูมิปัญญาชุมชน มหาวิทยาลัยทักษิณ โดยได้รับงบประมาณส่งเสริมจากกรมทรัพย์สินทางปัญญา ได้ดำเนินการขับเคลื่อ
ว่าที่ร.ต.ดร. พลกฤษณ์ คล้ายวิตภัทร อาจารย์คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ วิทยาเขตพัทลุง เปิดเผยถึงกิจกรรมฝึกอบรมถ่ายทอดความรู้ในการวิเคราะห์แนวโน้มราคายางพาราและเทคโนโลยีการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากยางพารา ให้แก่ผู้ประกอบการรายย่อย กลุ่มวิสาหกิจชุมชนและสหกรณ์ ตามโครงการโรงงานต้นแบบเพื่อแปรรูปผลิตภัณฑ์ยางพาราส่งออกแทนการส่งยางดิบ และศูนย์ข้อมูลเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนและวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมด้านยางพารา ซึ่ง ม.ทักษิณจัดตั้งขึ้น ว่า โครงการและศูนย์ดังกล่าวเกิดขึ้นตามความจำเป็นเร่งด่วนตามนโยบายรัฐบาลที่ต้องการเพิ่มการใช้ยางพาราในประเทศ เนื่องจากปัจจุบันประเทศไทยมีการใช้ยางพาราในประเทศเพียง 14 เปอร์เซ็นต์ จากจำนวนยางพาราที่ผลิตได้ ทั้งนี้ ด้วยปัจจัยต่างๆ อาทิ ขาดการวิจัยและพัฒนายางที่สร้างมูลค่าเพิ่ม ขาดบุคลากรและหน่วยงานด้านยางพาราที่มีความรู้ ความสามารถด้านผลิตภัณฑ์ยาง วิสาหกิจขนาดกลาง ขนาดย่อมยังไม่สามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากด้วยยางพารา ซึ่งการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการวิสาหกิจฯ แปรรูปผลิตภัณฑ์ยางพาราเป็นแนวทางหนึ่งที่สามารถช่วยเพิ่มปริมาณการใช้ยางพาราภายในประเทศได้ “รัฐบาลจึงได้สนั
