มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ
เมื่อเอ่ยถึงสินค้าเด่นของอำเภอบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ หลายคนนึกถึงแต่ปลาสลิดบางบ่อ ความจริงแล้วยังมีพืชสมุนไพรทำเงินอีกชนิดที่เกษตรกรนิยมปลูกแบบอินทรีย์ ไร้สารเคมี บนคันบ่อปลา นั่นก็คือ “ข่าบางบ่อ” ปลูกข่าครั้งเดียวเก็บขายได้หลายปี ในอดีต เกษตรกรปลูกข่าเป็นอาชีพเสริมในพื้นที่ตำบลบางเพรียง อำเภอบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ เนื่องจากข่าบางบอมีรสชาติและกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว เป็นวัตถุดิบสำคัญในอุตสาหกรรมอาหารและยา จึงเป็นสินค้าขายดี ทำให้เกษตรกรมีรายได้หมุนเวียนตลอดทั้งปี ทุกวันนี้เกษตรกรจึงหันมาปลูกข่าเป็นอาชีพหลัก โดยจะใช้หัวหรือเหง้าที่อยู่ใต้ดินในการเพาะปลูก ลงทุนปลูกครั้งเดียวสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้นานหลายปี ข่าเป็นพืชที่ทนทานต่อสภาพแวดล้อม ปลูกดูแลง่าย สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ทั้งปี ม.หัวเฉียววิจัยประโยชน์ของ “ข่า” เนื่องจากข่าเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญในจังหวัดสมุทรปราการ เพื่อยกระดับเศรษฐกิจฐานรากด้วยงานวิจัย พัฒนาคุณภาพชีวิตและสร้างรายได้ให้กับท้องถิ่น มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติได้ศึกษาความหลากหลายของชนิดและการใช้ประโยชน์ของข่าในจังหว
มารู้จัก “วิสาหกิจชุมชนบ้านสีเขียว ณ บางด้วน” อ.เมือง จ.สมุทรปราการ ซึ่งเป็นศูนย์เรียนรู้การทำเกษตรชุมชนเมืองอัจฉริยะ ที่เปลี่ยนพื้นที่ว่างใต้ทางด่วน สู่พื้นที่เกษตรกรรมที่ใช้เทคโนโลยี นวัตกรรม ภายใต้แนวคิด ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้ ยกระดับสู่สินค้าเกษตรมูลค่าสูง สร้างเสริมความมั่นคงด้านอาหารและเพิ่มรายได้สู่ชุมชนคนเมือง จุดเริ่มต้นชุมชนสีเขียว ปี 2552 พี่อัมพร น่วมศิริ และ พี่แจ๊ส (คุณสมคิด น่วมศิริ) สองพี่น้องมีความสนใจปลูกผัก ต่อมาได้รับการสนับสนุนโต๊ะปลูกผักไฮโดรโปนิกส์พร้อมอุปกรณ์จำนวน 2 ชุด จากอำเภอเมืองสมุทรปราการและได้หาความรู้เพิ่มเติมจนได้ผลผลิตที่มีคุณภาพจำหน่ายในชุมชนสร้างรายได้ให้กับครอบครัว หลังจากนั้นมีการรวมกลุ่มเกษตรกรในท้องถิ่นขยายแปลงเพาะปลูกเป็น 15 แปลง และพัฒนากระบวนการผลิตจบได้รับมาตรฐาน GAP ในปี 2559 ได้ก่อตั้ง “วิสาหกิจชุมชนกลุ่มบ้านสีเขียว ณ บางด้วน” อย่างเป็นทางการ ในปี 2563 ผลกระทบของ COVID-19 และสภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ ส่งผลกระทบต่อการจำหน่ายผลผลิตของทางกลุ่ม ขณะเดียวกันสมาชิกกลุ่มตระหนักถึงความสำคัญของการสร้างพื้นที่ความมั่นคงด้านอาหาร จึงมีแน
ทำไม “มะม่วงน้ำดอกไม้ ” ของสมุทรปราการถึงอร่อยนัก? เนื่องจาก มะม่วงน้ำดอกไม้สมุทรปราการ ปลูกในแหล่งดินดีน้ำดี เป็นมะม่วงสายพันธุ์ดี และที่สำคัญเกิดจากฝีมือการดูแลเอาใจใส่ของเกษตรกรผู้ปลูกมะม่วงนั่นเอง ด้วยสภาพภูมิศาสตร์ของจังหวัดสมุทรปราการเป็นพื้นที่ราบ มีแม่น้ำลำคลองหลายสายไหลผ่านออกอ่าวไทย ทำให้เกิดตะกอนสะสมแร่ธาตุที่เป็นประโยชน์ต่อการปลูกพืช ประกอบกับอิทธิพลของน้ำขึ้นน้ำลงที่ทำให้เกิดระบบนิเวศ 3 น้ำ คือ น้ำจืด น้ำเค็ม น้ำกร่อย ดินมีความอุดมสมบูรณ์มาก ส่งผลให้ค่าความหวานของมะม่วงน้ำดอกไม้ที่ปลูกในแถบนี้สูงถึง 18-23 องศาบริกซ์! เมื่อเทียบกับมะม่วงน้ำดอกไม้ที่ปลูกในพื้นที่อื่น มีความหวานอยู่ที่ 17-18 องศาบริกซ์เท่านั้น เมื่อปี พ.ศ.2522 มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ได้นำมะม่วงน้ำดอกไม้เป็นผลไม้อัตลักษณ์พื้นถิ่นของจังหวัดสมุทรปราการ ไปปรับปรุงพันธุ์แล้วตั้งชื่อว่า มะม่วงน้ำดอกไม้เบอร์ 4 ซึ่งให้ผลผลิตเพิ่มขึ้นและเป็นมะม่วงทวายที่ออกผลผลิตได้นอกฤดูกาล ขยายพันธุ์ออกมาให้เกษตรกรของจังหวัดสมุทรปราการนำมาปลูก ปรากฎว่ามีรสชาติที่หอมละมุน ไม่หวานแหลม เนื้อละเอียด ไม่มีเสี้ยน เม
ฉลอง 50 ปีความสัมพันธ์ไทย-จีน สถาบันวิทยาการผู้นำไทย–จีน มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ มอบระบบพลังงานแสงอาทิตย์ให้โรงเรียนสอนภาษาจีนในพื้นที่ห่างไกลบนยอดดอย 21 แห่งใน จ.เชียงใหม่ และ จ.เชียงราย ผ่านพลังการระดมทุนของศิษย์หลักสูตรวิทยาการผู้นำไทย-จีน รุ่นที่ 1-7 เพื่อส่งต่อ “แสงแห่งความหวัง” สร้างโอกาสในการเรียนรู้ และวางรากฐานสู่อนาคตที่ยั่งยืน นายอรัญ เอี่ยมสุรีย์ ประธานกรรมการบริหาร สถาบันวิทยาการผู้นำไทย-จีน มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ เปิดเผยว่า วทจ. ได้จัดพิธีส่งมอบระบบพลังงานแสงอาทิตย์ให้กับโรงเรียนสอนภาษาจีนในพื้นที่ห่างไกลบนยอดดอยของจังหวัดเชียงใหม่และเชียงราย จำนวน 21 แห่ง ภายใต้โครงการ “50 ปีที่สว่างไสว ความสัมพันธ์ไทย–จีน เหนือยอดดอย” เป็นความร่วมมือจากศิษย์เก่าและศิษย์ปัจจุบันหลักสูตรวิทยาการผู้นำไทย–จีน รุ่นที่ 1-7 ที่รวมพลังกันระดมทุนเพื่อติดตั้ง “ระบบพลังงานแสงอาทิตย์” ให้กับโรงเรียนต่าง ๆ เพื่อฉลอง 5 ทศวรรษแห่งมิตรภาพไทย–จีนอย่างยั่งยืน โดยในงานมีตัวแทนผู้อำนวยการโรงเรียนและนักเรียนจากโรงเรียนทั้ง 21แห่ง เข้าร่วมรับมอบอย่างเป็นทางการ พ
“ปลาสลิดบางบ่อ” นับเป็นสัตว์น้ำจืดที่สำคัญของการพัฒนาตามยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดสมุทรปราการ ขณะเดียวกัน ปลาสลิดก็เป็นสัตว์น้ำที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจเป็นอันดับ 4 ของประเทศไทย รองจากปลานิล ปลาดุก และปลาตะเพียน (กรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์, 2558) มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ ได้พัฒนางานวิจัยเกี่ยวกับปลาสลิด เพื่อส่งเสริมอาชีพการเลี้ยงปลาสลิด ให้มีความเข้มแข็ง สามารถเพิ่มมูลค่าของห่วงโซ่เศรษฐกิจปลาสลิดบางบ่อ ทั้งด้านต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ อาจารย์เกษม พลายแก้ว และคณะ ทีมนักวิจัยของมหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ ได้ศึกษาพบว่า ปัจจุบันมีผู้เลี้ยงปลาสลิดจำนวน 618 ราย ในพื้นที่อำเภอบางบ่อ อำเภอเมือง และอำเภอบางพลี คิดเป็นเนื้อที่เลี้ยงรวม 15,215.50 ไร่ มีกำลังการผลิตต่อปีทั้งหมด 3,451,677 กิโลกรัม โดยเฉพาะพื้นที่ตำบลคลองด่าน มีเกษตรกรผู้เลี้ยงปลาสลิดจำนวน 190 ราย คิดเป็นเนื้อที่การเลี้ยงทั้งสิ้น 4,643 ไร่ มีกำลังการผลิตต่อปี 782,180 กิโลกรัม แต่ในปัจจุบันความเจริญทางเศรษฐกิจ ทำให้เกิดการขยายตัวของโรงงานอุตสาหกรรม หมู่บ้านจัดสรร ส่งผลให้เกิดการใช้พื้นที่มากขึ้น ส่งผลกระทบต่อกา
ปลาสลิดแดดเดียว จัดเป็นผลิตภัณฑ์อาหารที่อาศัยภูมิปัญญาท้องถิ่น รสชาติอร่อย ทำให้มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักดีในชื่อ “ปลาสลิดบางบ่อ” จังหวัดสมุทรปราการ ปลาสลิดแดดเดียวบางบ่อมีคุณภาพและรสชาติอร่อยที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะ แตกต่างจากที่อื่น “ปลาสลิดแห้งรสดี” จึงกลายเป็นหนึ่งในคำขวัญของจังหวัดสมุทรปราการ เนื่องจากจังหวัดสมุทรปราการ เป็นเขตเมืองอุตสาหกรรม การเติบโตของภาคอุตสาหกรรมในช่วงที่ผ่านมาได้รุกขยายเข้าสู่พื้นที่ภาคเกษตรอย่างต่อเนื่อง ทำให้พื้นที่การเลี้ยงปลาสลิดลดลง ปริมาณการเลี้ยงปลาสลิดน้อยลง ขนาดปลาสลิดก็เล็กลงเช่นกัน ทำให้เกษตรกรผู้เลี้ยงปลาสลิดประสบภาวะขาดทุน จนเลิกอาชีพเลี้ยงปลาสลิดเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้ปริมาณปลาสลิดที่ผลิตได้ไม่เพียงพอต่อความต้องการสำหรับการแปรรูป จึงต้องนำปลาสลิดจากพื้นที่อื่นมาแปรรูปที่อำเภอบางบ่อแทน ส่งผลทำให้เอกลักษณ์ที่แท้จริงของปลาสลิดบางบ่อนั้นสูญหายไป ม.หัวเฉียว พัฒนางานวิจัยเพื่อชุมชน มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ ก่อตั้งโดยมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง และเป็นสถาบันการศึกษาที่ตั้งอยู่ในจังหวัดสมุทรปราการ ทางมหาวิทยาลัยได้เล็งเห็นถึงปัญหาปลาสลิดที่เกิดขึ้นในชุมชนท
