พืชทำเงิน เกษตรรอบด้าน

ม.หัวเฉียว หนุนเกษตรกรปลูกเคลด้วยนวัตกรรมสมาร์ทฟาร์ม ควบคุมน้ำ ความชื้น อุณหภูมิ แสง สั่งการผ่านระบบมือถือ

มารู้จัก “วิสาหกิจชุมชนบ้านสีเขียว ณ บางด้วน” อ.เมือง จ.สมุทรปราการ ซึ่งเป็นศูนย์เรียนรู้การทำเกษตรชุมชนเมืองอัจฉริยะ ที่เปลี่ยนพื้นที่ว่างใต้ทางด่วน สู่พื้นที่เกษตรกรรมที่ใช้เทคโนโลยี นวัตกรรม ภายใต้แนวคิด ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้ ยกระดับสู่สินค้าเกษตรมูลค่าสูง สร้างเสริมความมั่นคงด้านอาหารและเพิ่มรายได้สู่ชุมชนคนเมือง

จุดเริ่มต้นชุมชนสีเขียว

ปี 2552 พี่อัมพร น่วมศิริ และ พี่แจ๊ส (คุณสมคิด น่วมศิริ) สองพี่น้องมีความสนใจปลูกผัก ต่อมาได้รับการสนับสนุนโต๊ะปลูกผักไฮโดรโปนิกส์พร้อมอุปกรณ์จำนวน 2 ชุด จากอำเภอเมืองสมุทรปราการและได้หาความรู้เพิ่มเติมจนได้ผลผลิตที่มีคุณภาพจำหน่ายในชุมชนสร้างรายได้ให้กับครอบครัว หลังจากนั้นมีการรวมกลุ่มเกษตรกรในท้องถิ่นขยายแปลงเพาะปลูกเป็น 15 แปลง และพัฒนากระบวนการผลิตจบได้รับมาตรฐาน GAP

ในปี 2559 ได้ก่อตั้ง “วิสาหกิจชุมชนกลุ่มบ้านสีเขียว ณ บางด้วน” อย่างเป็นทางการ ในปี 2563 ผลกระทบของ COVID-19 และสภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ ส่งผลกระทบต่อการจำหน่ายผลผลิตของทางกลุ่ม ขณะเดียวกันสมาชิกกลุ่มตระหนักถึงความสำคัญของการสร้างพื้นที่ความมั่นคงด้านอาหาร จึงมีแนวคิดพัฒนาพื้นที่ว่างใต้ทางด่วนเป็นพื้นที่ทำเกษตรแปลงรวมของกลุ่ม  


มหาวิทยาลัยหัวเฉียวถ่ายทอดนวัตกรรมสู่ชุมชน

มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติภายใต้การนำของ ผศ.ธนาชัย สุนทรอนันตชัย (อ.กอล์ฟ) อาจารย์ ดร.สุรีย์พร หอมวิเศษวงศา (อาจารย์ฝน) และทีมนักวิจัย ได้เข้ามาพัฒนาพื้นที่ สร้างระบบเศรษฐกิจฐานรากด้วยเทคโนโลยีที่เหมาะสม พร้อมต่อยอดองค์ความรู้สู่โมเดลธุรกิจจริงในตลาดสมัยใหม่ โดยได้รับทุนสนับสนุนจากกองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) รวมทั้งหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) นับเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของกลุ่ม

มหาวิทยาลัยหัวเฉียวได้ช่วยยกระดับศักยภาพของกลุ่ม ตั้งแต่การปลูกดูแล การแปรรูปสร้างมูลค่าผักเคลซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงในรูปแบบต่างๆ รวมทั้งผลักดันให้ผลิตภัณฑ์ผักเคลเข้าสู่ช่องทางตลาดโมเดิร์นเทรด สร้างรายได้ที่มั่นคง และกระจายผลประโยชน์สู่ชุมชนท้องถิ่นได้มากยิ่งขึ้น

(ซ้าย) อาจารย์ฝน กับพี่แจ๊ส

ปัจจุบัน กลุ่มแห่งนี้กลายเป็นชุมชนนวัตกรรมเเห่งการเรียนรู้ผักเคล รวมทั้งสร้าง “นวัตกรชุมชน” เพื่อช่วยในการพัฒนาการผลิต การแปรรูป และการตลาดของผักเคลอีกด้วย เกิดการขยายผลไปยังชุนชนใกล้เคียงอีก 4 แห่ง ได้แก่ ตำบลบางเมือง ตำบลบางโฉลง ตำบลบางโปรง และตำบลในคลองบางปลากด ตลอดจนสร้างเครือข่ายความร่วมมือในการจัดการตลาดและแลกเปลี่ยนเรียมรู้ในการพัฒนาชุมชนนวัตกรรมด้านการเกษตรที่ยั่งยืนและครบวงจร

เทคนิคการเตรียมดิน

ประชาชนที่เข้ามาเยี่ยมชมกลุ่มแห่งนี้จะได้เรียนรู้ขั้นตอนการปลูกแปรรูปผักเคลอย่างครบวงจร ตั้งแต่ขั้นตอนการเตรียมดิน ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญต่อการเจริญเติบโตและคุณภาพของเคลโดยตรง ดินที่เหมาะสำหรับปลูกผักเคลต้องมีความร่วนซุย ระบายอากาศและน้ำได้ดี ค่า pH อยู่ระหว่าง 6.0-7.0 จะช่วยให้รากผักเติบโตได้เต็มที่ หากดินแน่นเกินไปหรือระบายน้ำไม่ดี จะทำให้รากเน่าและเติบโตช้า นอกจากนี้ ยังได้เรียนรู้การเพาะเมล็ดผักเคล และการปลูกดูแลตามลำดับ

การจัดการศัตรูพืช

ทางกลุ่มจัดการศัตรูพืชผักเคล ด้วยการใช้กาวดักจับและสารชีวภัณฑ์เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพและปลอดภัย ต่อสิ่งแวดล้อม รวมทั้งการใช้สารชีวภัณฑ์ ได้แก่ ไตรโคเดอร์มา บิวเวอเรีย และเชื้อแบคทีเรียบาซิลัส ทูริงเยนซิส หรือบีที ร่วมกับการใช้กาวดักจับช่วยลดจำนวนศัตรูพืซได้อย่างปลอดภัย 100%

ปลูกผักเคล ระบบ Smart farm

แปลงเพาะปลูกแห่งนี้ มีพื้นที่ประมาณ 6 ไร่ ปลูกพืชปลูกให้เหมาะสมกับพื้นที่ เช่น ผักเคล กระเจี๊ยบ ผักบุ้ง ไม้ผลต่างๆ และได้ขุดบ่อกักเก็บน้ำไว้ใช้ภายในแปลง ใช้พลังงานโซลาร์เซลล์ ในการควบคุมระบบน้ำภายในแปลงปลูก ช่วยลดต้นทุนการผลิตได้ประมาณ ร้อยละ 10 ทางกลุ่มปลูกผักในระบบเกษตรอัจฉริยะ Smart farm โดยใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น Internet of Things (loT) ปัญญาประดิษฐ์ (Al) และการวิเคราะห์ข้อมูล ในการจัดการกระบวนการเกษตร เพื่อช่วยวางแผนการผลิตโดยใช้ข้อมูลที่แม่นยำ เพิ่มประสิทธิภาพการจัดการทรัพยากรได้อย่างยั่งยืน

การเก็บเกี่ยว

การเก็บเกี่ยวเคลที่ถูกวิธีจะช่วยให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพและส่งเสริมการเจริญเติบโต ทางกลุ่มจะเริ่มเก็บเกี่ยวผักเคลอายุ 45 วันขึ้นไป โดยเลือกใบรอบนอกที่โตเต็มที่ ส่วนใบด้านบน เหลือไว้ประมาณ 7-8 ใบ เพื่อให้ผักเคลเติบโตต่อไป ส่วนใหญ่จะเก็บเกี่ยวผักเคลในช่วงเช้าเพื่อรักษาความสด และหลังเก็บเกี่ยวจะรดน้ำ ใส่ปุ๋ยหมักซีวภาพอย่างต่อเนื่อง โดยเคลสามารถเก็บเกี่ยวได้ทุกสัปดาห์ 

ทางกลุ่มจะขายผักเคลสด และนำบางส่วนมาแปรูปสร้างมูลค่าเพิ่มในรูปแบบต่างๆ เช่น น้ำเคลสกัดเย็น ทองม้วนสด คุกกี้เคล เคลบัตเตอร์เค้ก บะหมี่เส้นแป้งเคล เคลปังกระเทียม เคลหนึบกรอบ เคลผง สาคูไส้เคล เมี่ยงเคลไดโน ฯลฯ โดยใช้สถานที่ผลิตในวิสาหกิจชุมชน และใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมกับบริบท ร่วมกับภูมิปัญญาท้องถิ่นของนวัตกรชุมชน

พี่แจ๊สนำผลผลิตไปขายที่ตลาดจริงใจ ห้างเซ็นทรัล

ด้านตลาด ยึดหลัก “การตลาดนำการผลิต” เน้นผลิตสินค้าให้ตรงกับความต้องการของผู้บริโภคมาเป็นตัวตั้ง จำหน่ายสินค้าผ่านตลาดโมเดิร์นเทรดคือ ตลาดจริงใจ ในเครือห้างเซ็นทรัล รวมทั้งเปิดขายสินค้าหน้าฟาร์ม ตลาดพรีออร์เดอร์ กลุ่มไลน์ภายในชุมชน เปิดเพจกลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านสีเขียว ณ บางด้วน และเปิด “ตลาดผักเคลบางด้วน” ในศูนย์เรียนรู้ฯ โดยรวบรวมสินค้าจาก 5 ตำบลมาจำหน่ายในทุกวันเสาร์ต้นเดือน สร้างรายได้และยกระดับคุณภาพชีวิตของชาวบ้านอย่างเป็นรูปธรรม โดยปีแรกสร้างรายได้สุทธิ 63,000 บาท และเพิ่มขึ้นต่อเนื่องทุกปี 

ผู้สนใจสามารถแวะเยี่ยมศึกษาดูงานของวิสาหกิจชุมชนบ้านสีเขียว ณ บางด้วน ได้ที่บ้านเลขที่ 11 หมู่ที่ 5 ตำบลบางด้วน อำเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ โทรศัพท์ 086-078-8449

เผยแพร่ในระบบออนไลน์เป็นครั้งแรก เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2569

Related Posts