ทำไม “มะม่วงน้ำดอกไม้ ” ของสมุทรปราการถึงอร่อยนัก?
เนื่องจาก มะม่วงน้ำดอกไม้สมุทรปราการ ปลูกในแหล่งดินดีน้ำดี เป็นมะม่วงสายพันธุ์ดี และที่สำคัญเกิดจากฝีมือการดูแลเอาใจใส่ของเกษตรกรผู้ปลูกมะม่วงนั่นเอง
ด้วยสภาพภูมิศาสตร์ของจังหวัดสมุทรปราการเป็นพื้นที่ราบ มีแม่น้ำลำคลองหลายสายไหลผ่านออกอ่าวไทย ทำให้เกิดตะกอนสะสมแร่ธาตุที่เป็นประโยชน์ต่อการปลูกพืช ประกอบกับอิทธิพลของน้ำขึ้นน้ำลงที่ทำให้เกิดระบบนิเวศ 3 น้ำ คือ น้ำจืด น้ำเค็ม น้ำกร่อย ดินมีความอุดมสมบูรณ์มาก ส่งผลให้ค่าความหวานของมะม่วงน้ำดอกไม้ที่ปลูกในแถบนี้สูงถึง 18-23 องศาบริกซ์! เมื่อเทียบกับมะม่วงน้ำดอกไม้ที่ปลูกในพื้นที่อื่น มีความหวานอยู่ที่ 17-18 องศาบริกซ์เท่านั้น

เมื่อปี พ.ศ.2522 มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ได้นำมะม่วงน้ำดอกไม้เป็นผลไม้อัตลักษณ์พื้นถิ่นของจังหวัดสมุทรปราการ ไปปรับปรุงพันธุ์แล้วตั้งชื่อว่า มะม่วงน้ำดอกไม้เบอร์ 4 ซึ่งให้ผลผลิตเพิ่มขึ้นและเป็นมะม่วงทวายที่ออกผลผลิตได้นอกฤดูกาล ขยายพันธุ์ออกมาให้เกษตรกรของจังหวัดสมุทรปราการนำมาปลูก ปรากฎว่ามีรสชาติที่หอมละมุน ไม่หวานแหลม เนื้อละเอียด ไม่มีเสี้ยน เมื่อสุกมีค่าความหวานอยู่ในช่วง 18 – 24 องศาบริกซ์ ความโดดเด่นด้านรสชาติและคุณภาพเนื้อที่ดี ทำให้ “มะม่วงน้ำดอกไม้สมุทรปราการ” ได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ในปี พ.ศ.2562
ม.หัวเฉียวเพิ่มมูลค่ามะม่วงน้ำดอกไม้
ปัจจุบันเกษตรกรไทยปลูกมะม่วงในประเทศไทย มากถึง 170 สายพันธุ์ แต่ที่ได้รับความนิยมสูงสุดคือ มะม่วงน้ำดอกไม้สมุทรปราการ และมะม่วงน้ำดอกไม้เบอร์ 4 เพื่อเป็นการยกระดับสินค้าชุมชน ช่วยสร้างมูลค่า สร้างงานนและสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรผู้ปลูกมะม่วงน้ำดอกไม้เบอร์ 4 ที่มีนิยมนำไปบริโภคและแปรรูป สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรในจังหวัดสมุทรปราการกว่าปีละ 42 ล้านบาท ในขณะที่ส่วนของใบไม่ได้ถูกนำไปใช้ประโยชน์ และนำไปเผาทำลาย สร้างมลภาวะในอากาศ
ดร. ภญ.ปารภัทร โศภารักษ์ แห่งศูนย์นวัตกรรมเครื่องสำอางและสมุนไพร (CHIC) คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ ได้ค้นพบ สารแมงจิเฟอริน ที่เปลือกผลมะม่วง ก้าน ใบ เปลือกไม้ และเมล็ด โดยในแต่ละส่วนจะมีปริมาณสารที่แตกต่างกัน สารแมงจิเฟอริน นับเป็น สารโพลีฟีนอลที่พบได้ในธรรมชาติ มีประโยชน์ต่อสุขภาพเพราะเป็นสารต้านอนุมูลอิสระมีฤทธิ์ในการต้านเชื้อจุลชีพ ต้านการอักเสบ ต้านภูมิแพ้ ต้านเซลล์มะเร็งช่วยลดคอเลสเตอรอลในเลือดและช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกัน ฯลฯ

นอกจากนี้ ใบมะม่วงน้ำดอกไม้พันธุ์เบอร์ 4 สมุทรปราการ ยังพบ “ สารแมงจิเฟอริน ” ได้มากมากกว่ามะม่วงสายพันธุ์อื่น นักวิจัยจึงได้สกัดสารใบมะม่วงน้ำดอกไม้นำมาทำเป็น “ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดช่องปากชนิดเม็ด – maingo” ที่ใช้งานง่าย สามารถพกไปไหนได้สะดวกทุกครั้ง ทุกที่ที่ออกเดินทาง
มะม่วงรสหวานอร่อยแล้วยังทำให้ฟันสะอาด
ยาสีฟันอัดเม็ด “maingo” มีส่วนผสมของฟลูออไรด์ สามารถทำความช่องปากเพียงแค่เคี้ยวเป็นเวลา 3 นาที และบ้วนน้ำได้เลย โดยไม่ต้องใช้แปรงสีฟัน สามารถป้องกันฟันผุ ขจัดคราบที่ติดแน่นบนฟันออกได้ รวมทั้งยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียในช่องปาก ได้ 99.99% นอกจากนี้ ยาสีฟันในรูปแบบเม็ดใช้งานสะดวก น้ำหนักเบา ไม่หกเลอะเทอะระหว่างพกพา ปัจจุบันได้วางขายผ่านตลาดออนไลน์ในราคาประมาณ 120 – 150 บาท

จากงานวิจัย การสารสกัดใบมะม่วงน้ำดอกไม้ พัฒนาต่อยอดเป็นสินค้าเครื่องสำอางในรูปแบบยาสีฟันอัดเม็ด maingo ได้รับรางวัล BRONZE AWARD ในมหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2568 และได้รับรางวัลนวัตกรรมสิ่งประดิษฐ์นานาชาติ ในงาน The 4th ASEAN PharmNet 2024 and the 2024 US Thai Pharmacy Consortium Conference และนักวิจัยคนเก่งยังได้ศึกษาวิจัยต่อยอดโดยนำสารสกัดใบมะม่วงน้ำดอกไม้ มาพัฒนาในรูปผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง คือ โลชั่นบำรุงผิวและครีมทามือ ที่มีประสิทธิภาพสูงเช่นเดียวกัน
ผู้สนใจสามารถติดตามผลงานศูนย์นวัตกรรมเครื่องสำอางและสมุนไพร (CHIC) คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ ได้ทาง FB : CHICCLUBHERB (ทุกวัน) หรือ Line OA: @584pvgbs (ทุกวัน) สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เบอร์โทร: 023126300 ต่อ 1243 (จ.- ศ. 8.30-16.30 น.)
