มาตรฐานส่งออก
ในโลกของการเกษตรที่เต็มไปด้วยความท้าทาย “พริก” ถือเป็นพืชเศรษฐกิจที่ไม่เพียงแต่สร้างรสชาติให้กับอาหาร แต่ยังสร้างโอกาสทางรายได้ให้กับเกษตรกรไทย หนึ่งในตัวอย่างความสำเร็จคือ “คุณธีรวัฒน์ รังสิกรรพุม” เจ้าของ สายมีฟาร์ม เกษตรกรผู้ปลูกพริกส่งออกยุโรปและญี่ปุ่น ส่งตรงสู่ตลาดต่างประเทศ พร้อมมาตรฐานความปลอดภัยระดับสากล ประสบการณ์การปลูกพริกมากกว่า 10 ปี คุณธีรวัฒน์ เล่าให้ฟังว่า เป็นเกษตรกรที่ปลูกพริกอยู่ในจังหวัดเพชรบูรณ์ วางแผนการปลูกปีละ 60 ไร่ โดยแบ่งเป็นรุ่นละ 15 ไร่ 2 ครั้ง และรุ่นละ 10 ไร่ 3 ครั้ง จึงทำให้พริกที่ปลูกสามารถส่งขายหมุนเวียนได้ตลอดทั้งปี และเลือกปลูกพริกหลายสายพันธุ์ อาทิ พริกขี้หนูลูกผสม ซุปเปอร์ฮอท40, พริกหนุ่มเขียวลูกผสมมณีมรกต, กรีนฮอท 100 ทีเอ231 และ พริกขี้หนูลูกผสม แฟลชฮอท “พริกที่ผมเลือกปลูกแต่ละสายพันธุ์ ผ่านมาตรฐานในการส่งออก เพราะมีความเผ็ดมีกลิ่นที่หอม และมีผลที่ตรงสม่ำเสมอตลอดการเก็บเกี่ยวผลผลิต ซึ่งการส่งออกไปยังต่างประเทศนั้น จะต้องควบคุมในเรื่องความปลอดภัยต่อผู้บริโภคอย่างเข้มงวด” เน้นปลูกดูตามฤดูกาล ในขั้นตอนของการปลูกพริกจะน
ในยุคที่ผู้คนหันมาใส่ใจเรื่องสุขภาพมากขึ้น ทำให้ตลาดอาหารเพื่อสุขภาพเติบโตอย่างก้าวกระโดด ผู้คนเริ่มมองหาอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง ปลอดภัย และมาจากธรรมชาติ กลายเป็นจุดเชื่อมโยงที่ทำให้ ซุปเปอร์ฟู้ด (Superfood) กลายเป็นเทรนด์ที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง ซุปเปอร์ฟู้ดคืออาหารที่มีสารอาหารจำเป็นต่อร่างกายสูงมาก เช่น วิตามิน แร่ธาตุ สารต้านอนุมูลอิสระ และไฟเบอร์ เมื่อเทียบกับปริมาณอาหารทั่วไป ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ที่ต้องการสุขภาพดีแบบไม่ต้องยุ่งยาก เพราะให้สารอาหารที่จำเป็นอย่างครบถ้วน “ผำ” จัดเป็นหนึ่งในซุปเปอร์ฟู้ดที่กำลังมาแรง และกำลังจะมีอนาคตสดใส จาก “ผำ” ที่เปรียบเสมือนสาวน้อยบ้านๆ ได้ถูกนำมาจับแต่งตัวใหม่ ให้มีความทันสมัยสอดคล้องกับเทรนด์ในปัจจุบันมากขึ้น “ผำ” จึงกลายเป็นพืชที่ถูกจับตามอง ตลาดในประเทศตื่นตัวรู้จักกันเป็นวงกว้างมากขึ้น ซึ่งในอนาคตอันใกล้นี้ “ผำ” จะไม่ใช่สาวน้อยพื้นบ้านอีกต่อไป แต่กำลังไปเฉิดฉายในตลาดต่างประเทศ ทีนี้มาดูกันว่าจะมีประเทศอะไรบ้างที่เปิดรับ “ผำ” และเกษตรกรรวมถึงผู้ประกอบการที่สนใจส่งออก ต้องเตรียมตัว และเตรียมเอกสารอย่างไรบ้าง เงื่อนไขการนำเข
