มิตรผล
หากเอ่ยถึง “โอเอซิส” คนส่วนใหญ่คงมีภาพจำของแหล่งน้ำที่มอบชีวิตและความหวังท่ามกลางความร้อนระอุในทะเลทราย แม้ดูเป็นเรื่องที่ไกลตัว แต่ในห้วงเวลาที่โลกกำลังเผชิญกับวิกฤตสภาพอากาศ หลายคนอาจจะกำลังมองหา “โอเอซิส” ที่เป็นเหมือนความหวังใหม่ในชีวิตก็เป็นได้ เพราะเมื่อหันมาดูสภาพอากาศบ้านเราที่ช่วงนี้เป็นฤดูฝนที่ควรจะชุ่มฉ่ำ แต่ในหลายพื้นที่ของประเทศไทยกลับต้องเผชิญกับภาวะฝนทิ้งช่วง บางพื้นที่เผชิญกับน้ำหลาก สถานการณ์นี้เป็นผลพวงจากความแปรปรวนของสภาพภูมิอากาศที่ทวีความรุนแรงขึ้นทุกปี และผู้ที่ได้รับผลกระทบมากก็หนีไม่พ้น “ภาคเกษตร” ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญที่ค้ำจุนความมั่นคงทางอาหารของโลก ในวิกฤตภัยแล้งและน้ำท่วมที่เกิดขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า การบริหารจัดการน้ำจึงเป็นหัวใจสำคัญที่ไม่อาจมองข้ามได้ และต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนเพื่อหาทางออกที่ยั่งยืน กลุ่มมิตรผล ในฐานะผู้นำในอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาล จึงได้ริเริ่มโครงการ “Mitr Phol Oasis” หรือ “โอเอซิสเพื่อการเกษตร” ที่เป็นแหล่งกักเก็บน้ำขนาดใหญ่สำหรับบรรเทาปัญหาภัยแล้งและอุทกภัยจากน้ำท่วมให้แก่เกษตรกรชาวไร่อ้อยในพื้นที่อย่างยั่งยืน นายบรรเทิง ว่อง
กรุงเทพฯ 17 ธันวาคม 2567 – กลุ่มมิตรผล ผู้นำด้านความยั่งยืนระดับโลกในอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์อาหาร และผู้ผลิตน้ำตาลอันดับหนึ่งของประเทศ ปลุกกระแสการสื่อสารรณรงค์ตัดอ้อยสดในช่วงฤดูหีบอ้อย 2567/2568 ด้วยแคมเปญการสื่อสาร “นะโม ตัดสด” เน้นกระตุ้นให้เกษตรกรหันมาตัดอ้อยสด พร้อมเจาะลึกถึงประโยชน์เชิงเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม ชูจุดเด่นสร้างรายได้ พลังงานทดแทนจากใบอ้อย และสิ่งแวดล้อมที่ดี พร้อมตอกย้ำจุดยืนในการเป็นผู้นำด้านการทำเกษตรสมัยใหม่เพื่อความยั่งยืน แคมเปญดังกล่าว ใช้กลยุทธ์การสื่อสารเชิงรุกที่มุ่งให้เกษตรกรตระหนักถึงความสำคัญของการตัดอ้อยสด ด้วยแนวคิดที่แปลกใหม่ ผ่านการนำเสนอคาถารักษ์โลก “นะโม ตัดสด” ท่องก่อนตัด เพื่อเรา เพื่อไร่ เพื่อโลก ที่จดจำง่ายและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างตรงจุด พร้อมเชิญชวนให้เกษตรกรนำใบอ้อยที่เหลือจากการตัดอ้อยสดมาขาย รวมถึงการนำใบอ้อยบางส่วนไปใช้คลุมดินเพื่อเป็นปุ๋ยอินทรีย์และเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ให้แก่ดินตามธรรมชาติ โดยกลุ่มมิตรผลเป็นผู้ริเริ่มการรับซื้อใบอ้อยมานานกว่า 7 ปี ซึ่งนอกจากจะช่วยสร้างรายได้เพิ่มให้กับเกษตรกรแล้ว ยังช่วยสร้างสิ่งแวดล้อมให้ดียิ
มิตรผล ชวนทุกคนลิ้มลองความหอมหวานในช่วงเทศกาลแห่งความสุขปลายปีนี้ ด้วย Señorita Signature ผลิตภัณฑ์ไซรัประดับพรีเมียมรสชาติใหม่ล่าสุด รังสรรค์ความหวานให้เครื่องดื่มอย่างเป็นเอกลักษณ์กับเมนูเครื่องดื่มสุดพิเศษให้ได้ลองในงาน Thailand Coffee Fest “Year End” 2024 ตั้งแต่วันที่ 12-15 ธันวาคม พ.ศ. 2567 นี้ ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยงาน Thailand Coffee Fest“Year End” 2024 นอกจากจะเป็นเทศกาลความสุขของเหล่าคนรักกาแฟ ที่ได้มาร่วมค้นพบเรื่องราวความพิเศษของกาแฟแล้ว งานนี้ยังเป็นโอกาสดีที่จะได้ช้อปผลิตภัณฑ์คุณภาพเพื่อยกระดับรสชาติให้เครื่องดื่มแก้วโปรดอีกมากมาย โดยมิตรผลในฐานะแบรนด์น้ำตาลอันดับ 1 ของไทย ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ล่าสุด Señorita Signature พรีเมียมไซรัปคุณภาพเยี่ยม มาในรูปแบบขวดแก้วสุดหรู ที่มีให้เลือกสรรถึง 6 รสชาติ คัดสรรวัตถุดิบจากแหล่งธรรมชาติที่ดีที่สุด สู่การสร้างสรรค์รสชาติใหม่ให้มีเอกลักษณ์ที่แตกต่าง พร้อมเพิ่มมูลค่าในทุกๆ เมนู ภายในบูธผลิตภัณฑ์ของมิตรผล ถูกออกแบบอย่างมีระดับในคอนเซ็ปต์ Señorita Bar Experience เพื่อให้ทุกท่านได้สัมผัสประสบการณ์และเพลิดเพลินกับ Sensory Lab
กลุ่มมิตรผล ผู้นำด้านการพัฒนาเพื่อความยั่งยืนในกลุ่มอุตสาหกรรมอาหารระดับโลก ผนึกกำลังสร้างความยั่งยืน ด้วยการสนับสนุนคาร์บอนเครดิต จำนวน 6,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (tCO2eq) ให้กับงาน Sustainability Expo 2023 (SX 2023) “พอเพียง ยั่งยืน เพื่อโลก” มหกรรมด้านความยั่งยืนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอาเซียน เพื่อชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้การจัดงานครั้งนี้เป็น Carbon Neutral Event สานต่อเจตนารมณ์ของกลุ่มมิตรผลในการขับเคลื่อนเป้าหมาย Net Zero เพื่อโลกที่ยั่งยืน โดยมี คุณบรรเทิง ว่องกุศลกิจ ประธานกรรมการบริษัทและประธานคณะกรรมการบริหาร กลุ่มมิตรผล พร้อมด้วย คุณวีระเจตน์ ว่องกุศลกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจน้ำตาลประเทศไทย พลังงาน และธุรกิจใหม่ กลุ่มมิตรผล เป็นผู้มอบคาร์บอนเครดิตให้แก่ คุณฐาปน สิริวัฒนภักดี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ในฐานะประธานอำนวยการจัดงานดังกล่าว เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2566 ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ งานมหกรรม Sustainability Expo 2023 จัดขึ้นเพื่อสร้างการรับรู้ต่อสาธารณชนถึงความสำคัญของการพัฒนาที่ยั่งยืนประสานพลังร่วมระหว่างองค์กรช
บริษัท มิตรผลวิจัย พัฒนาอ้อยและน้ำตาล จำกัด และสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) ทำ MOU ความร่วมมือทางวิชาการ ร่วมวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์บนแนวทาง Net Zero ลดการปลดปล่อยคาร์บอนสู่สิ่งแวดล้อมนครราชสีมา – ดร.กำพล ฤทัยวณิช ที่ปรึกษาศูนย์นวัตกรรมกลุ่มมิตรผล บริษัท มิตรผลวิจัย พัฒนาอ้อยและน้ำตาล จำกัด และ รศ.ดร.สาโรช รุจิรวรรธน์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน ลงนามบันทึกความเข้าใจความร่วมมือทางวิชาการ ระหว่างบริษัท มิตรผลวิจัยฯ และสถาบันฯ เมื่อวันพุธที่ 26 กรกฎาคม 2566 ณ อาคารสิรินธรวิชโชทัย สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน จ.นครราชสีมา ดร.กำพล ฤทัยวณิช กล่าวว่า “ในขณะนี้บริษัทและสถาบันฯ มีงานวิจัยร่วมกันจากการนำวัตถุดิบหรือวัสดุเหลือใช้จากการผลิตเพื่อสร้างเป็นผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง งานวิจัยดังกล่าวจะช่วยสนับสนุนให้กลุ่มมิตรผลมีโอกาสเติบโต และสร้างความสามารถในการแข่งขันต่อไป นอกจากนี้บริษัทยังเห็นโอกาสอีกมากในการทำวิจัยร่วมกับสถาบันฯ จากงานวิจัยอีกจำนวนหนึ่งที่กำลังดำเนินการอยู่ ในกลุ่มงานวิจัยด้านเกษตร การผลิตที่เกี่ยวข้องกับอ้อยน้
AFYREN ผู้ผลิตสารอินทรีย์ชีวภาพเพื่อสิ่งแวดล้อม ลงนามบันทึกข้อตกลงเพื่อจัดตั้งโรงงานผลิตสารอินทรีย์ชีวภาพแห่งที่สองในประเทศไทย เพื่อสอดรับการเติบโตของธุรกิจในภูมิภาคเอเชีย ร่วมกับ กลุ่มมิตรผล ผู้ผลิตน้ำตาลชั้นนำรายใหญ่อันดับที่ 3 ของโลก โดยมี มร. ออลีวีเย แบ็ชต์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกิจการยุโรปและการต่างประเทศ สาธารณรัฐฝรั่งเศส (Mr. Olivier Becht, French Minister Delegate to the Minister of Europe) และ คุณวรวรรณ ชิตอรุณ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม ร่วมเป็นสักขีพยานความร่วมมือฯ เมื่อเร็วๆ นี้ มร. นิโคลัส ซอร์เด ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร AFYREN (Mr. Nicolas Sordet, CEO of AFYREN) กล่าวว่า โครงการนี้นับเป็นก้าวสำคัญในการวางรากฐานและพัฒนาธุรกิจของ AFYREN ด้วยการจัดตั้งโรงงานแห่งที่สองในศูนย์กลางภูมิภาคเอเชีย เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าที่ดียิ่งขึ้น ความร่วมมือกับกลุ่มมิตรผลในครั้งนี้ จะช่วยให้ AFYREN สามารถเข้าถึงแหล่งวัตถุดิบที่มีความยั่งยืนจากอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลได้ในระยะยาว ขณะเดียวกัน กลุ่มมิตรผลยังเป็นองค์กรที่มุ่งให้ความสำคัญกับการดำเนินงานเพื่อ
กรุงเทพฯ 26 พฤศจิกายน 2562 – ประเทศไทยกำลังเดินหน้าเต็มกำลังเพื่อเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันและก้าวสู่ประเทศเศรษฐกิจฐานชีวภาพ ที่สอดรับกับกรอบการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable Development Goals – SDGs) ของสหประชาชาติ ภายใต้วิสัยทัศน์ดังกล่าวนี้ การส่งเสริมการวิจัยและพัฒนา (R&D) เพื่อให้ได้มาซึ่งองค์ความรู้ที่สามารถ ต่อยอดไปสู่นวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ตอบสนองกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรมฯ จึงสำคัญอย่างยิ่ง ข้อมูลจากสำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ (สวทน.) พบว่าในปี 2561 ที่ผ่านมาประเทศไทยมีสถิติการลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนาของประเทศเพิ่มขึ้นเป็น 1% ของ GDP และคาดว่าจะขยับสู่ 1.5% ภายในปี 2564 โดยมีสัดส่วนการลงทุนของภาคเอกชน 80% และภาครัฐ 20% สะท้อนถึงความตื่นตัวของสองภาคส่วนสำคัญในการพยายามผลักดันให้ประเทศไทยสามารถแข่งขันกับนานาชาติได้อย่างมีเสถียรภาพมากขึ้น ด้วยการวิจัยและพัฒนา ซึ่งยั่งยืนกว่าการแข่งขันด้วยราคาวัตถุดิบและแรงงานเป็นหลัก ในฐานะภาคเอกชนที่ตระหนักถึงความสำคัญของการวิจัยเพื่อค้นหาองค์ความรู้ใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์การพัฒนาของประเทศ
ขอนแก่น 17 มิถุนายน 2562 – ถนนที่ชำรุดนั้นนำมาซึ่งความเสี่ยงของอุบัติเหตุ อีกทั้งยังส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของคนในชุมชน การดูแลรักษาถนนให้อยู่ในสภาพดี จึงเป็นเรื่องสำคัญที่ควรได้รับการเอาใจใส่จากทุกภาคส่วน เพื่อลดจุดเสี่ยงและเพิ่มความปลอดภัยให้กับการสัญจรบนท้องถนน อันจะเป็นอีกหนึ่งตัวแปรสำคัญไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในท้องถิ่นอย่างยั่งยืน ด้วยความห่วงใยด้านความปลอดภัยในการสัญจรทางถนนบริเวณชุมชน “โครงการอาสาพัฒนาชุมชน ด้านทักษะการบรรเทาแก้ไขถนนที่ชำรุดด้วยยางมะตอยผสมสำเร็จ” จึงริเริ่มขึ้นโดยความร่วมมือของโรงงานน้ำตาลมิตรภูเวียง โรงงานในเครือกลุ่มมิตรผล ในฐานะสมาชิกของชุมชนอำเภอหนองเรือ ร่วมกับกรมทางหลวงชนบท องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ราชการส่วนภูมิภาค และบริษัท ทิปโก้แอสฟัลท์ จำกัด (มหาชน) เพื่อซ่อมแซมถนนที่ชำรุด ณ บริเวณทางหลวงชนบทหมายเลข ขก. 2079 ถนนหน้าโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ตำบลหนองเรือ จังหวัดขอนแก่น พร้อมปลูกฝังให้ชุมชนตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลรักษาถนนในชุมชน และเชิญชวนให้คนในชุมชนได้มีส่วนร่วมในการบำรุงรักษาถนนให้มีความปลอดภัยมากขึ้น เพื่อลดการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถน
ชุมชนที่มั่นคงและเข้มแข็งจะเป็นปราการอันแข็งแกร่งของชาติ การพัฒนาคุณภาพ “คน” ในระดับชุมชนท้องถิ่นจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาประเทศชาติให้เข้มแข็งและยั่งยืน ปัจจุบัน ภาคธุรกิจได้เข้ามามีส่วนสำคัญในการช่วยเหลือชุมชนให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น รวมถึงการจัดกิจกรรมเพื่อสังคมต่างๆ ซึ่งบางอย่างอาจช่วยแก้ปัญหาความต้องการของชุมชนได้เพียงชั่วคราว แต่ยังไม่ใช่คำตอบสู่การพัฒนาชุมชนในระยะยาว การส่งเสริมให้ทุกคนในชุมชนสามารถพึ่งตนเองได้จะนำมาซึ่งประโยชน์ต่อท้องถิ่นและประเทศชาติอย่างยั่งยืนยิ่งกว่า ด้วยเจตนารมณ์ดังกล่าว กลุ่มมิตรผลจึงได้ริเริ่ม “โครงการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน” ในปี 2555 เพื่อมุ่งมั่นในการยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรผู้ปลูกอ้อยและคนในชุมชนให้สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน โดยเริ่มจากการทำงานในพื้นที่ตำบลรอบๆ โรงงาน 9 ตำบล ก่อนที่ในปี 2558 ได้ลงนามความร่วมมือกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เพื่อพัฒนาชุมชนท้องถิ่นและสร้างสุขภาวะที่เข้มแข็ง และในปี 2560 ได้ขยายพื้นที่ดำเนินการเป็น 21 ตำบล โดยทำงานร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) และเริ่มทำ “การวิจัยชุมชน”
กลุ่มมิตรผล รับรางวัลชนะเลิศ “Thailand ICT Excellence Awards 2018” สาขาโครงการเพื่อธุรกิจที่ยั่งยืน จากผลการดำเนินงานของ “มิตรผล โมเดิร์นฟาร์ม” (Mitr Phol ModernFarm) นวัตกรรมการบริหารจัดการไร่อ้อยอย่างยั่งยืนมาตรฐานระดับโลก โดยมี นางสาวกรรณิกา ว่องกุศลกิจ ผู้บริหารงานพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน กลุ่มมิตรผล (ซ้าย) เป็นตัวแทนองค์กร เข้ารับมอบรางวัลจาก ดร. พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ขวา) ภายในงานเสวนา Thailand ICT Management Forum 2018 จัดโดยสมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย หรือ ทีเอ็มเอ (TMA) โครงการ Thailand ICT Excellence Awards ได้จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 10 เพื่อสนับสนุนองค์กรที่มีความเป็นเลิศด้านการบริหารจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการพัฒนาหน่วยงาน อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจากจำนวนผลงานที่ร่วมประกวดทั้งหมดกว่า 500 โครงการ จากกว่า 150 องค์กรชั้นนำ ทั่วประเทศ “มิตรผล โมเดิร์นฟาร์ม” ได้รับรางวัลอันทรงเกียรตินี้ ด้วยนวัตกรรมการบริหารจัดการไร่อ้อยสมัยใหม่บนมาตรฐานระดับโลกที่ประยุกต์ใช้องค์ความรู้และเทคโนโลยีสารสนเทศในการเพิ่มประสิทธิภ
