มีสุขฟาร์ม
ทุกวันนี้ผู้คนพูดถึงการทำเกษตรที่สร้างมูลค่าเพิ่มกันมากขึ้น แต่คำว่า “มูลค่าเพิ่ม” ไม่ได้หมายถึงการทำให้สินค้าราคาแพงขึ้นเท่านั้น หากหมายถึงการมองเห็นคุณค่าที่ซ่อนอยู่ในสิ่งธรรมดา แล้วค่อยๆ ใช้เวลา ความรู้ และความอดทน เปลี่ยนให้กลายเป็นสิ่งที่ผู้คนพร้อมจ่ายเพื่อครอบครอง “ไม้กฤษณา” คือหนึ่งในตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุด เพราะกว่าจะได้กลิ่นหอมเพียงไม่กี่หยด ต้องใช้เวลานับ 10 ปี และกว่าจะเข้าใจคุณค่าของต้นไม้ชนิดนี้ หลายคนอาจต้องเดินเข้าไปสัมผัสด้วยตัวเอง จึงจะรู้ว่าของแพงที่สุด บางครั้งไม่ได้เกิดจากความหายากเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากเรื่องราวที่เติบโตมาพร้อมธรรมชาติ “เราเป็นวิสาหกิจชุมชนไม้กฤษณา ที่รวมกลุ่มเกษตรกรปลูกไม้เบญจพรรณและไม้เศรษฐกิจในพื้นที่ของตัวเอง ปลูกกันมาเกือบ 30 ปีแล้ว ไม้กฤษณาเป็นหนึ่งในนั้น และวันนี้มันกลายเป็นไม้ที่สร้างทั้งรายได้และอาชีพให้กับพวกเรา” คุณเต็ก-ศุภเศรษฐ์ กิตติพล เจ้าของ “มีสุขฟาร์ม ผืนป่ากฤษณา” จังหวัดระยอง เริ่มต้นเล่าถึงเส้นทางของชุมชนที่ไม่ได้ปลูกกฤษณาเพียงเพื่อขายไม้ แต่ปลูกเพื่อสร้างระบบนิเวศ สร้างอาชีพ และ
🌳 ไม้กฤษณา…ไม้หอมที่หลายคนรู้จัก แต่รู้ไหมว่า “น้ำมันกฤษณา” กว่าจะได้มา 1 ลิตร ต้องใช้เวลากว่า 10-12 ปี และมีมูลค่าสูงถึง 300,000-500,000 บาท เพราะเป็นของหายากที่ใช้ทั้งศาสตร์ธรรมชาติ ภูมิปัญญา และนวัตกรรมในการสร้างมูลค่า จากไม้เศรษฐกิจธรรมดา สู่ผลิตภัณฑ์ระดับพรีเมียมที่ตลาดโลกต้องการ 📍พาไปพูดคุยกับ คุณเต็ก-ศุภเศรษฐ์ กิตติพล เจ้าของ มีสุขฟาร์ม ผืนป่ากฤษณา จ.ระยอง ผู้พลิกวิกฤตราคาผลไม้ตกต่ำ สู่การสร้างธุรกิจกฤษณาครบวงจร ตั้งแต่การปลูก แปรรูป สกัดน้ำมันหอมระเหย ไปจนถึงผลิตภัณฑ์สุขภาพ คาเฟ่ และการส่งออก พร้อมเผยแนวคิด “ปลูกอย่างเดียวไม่พอ” ที่ช่วยเพิ่มมูลค่าผลผลิตและสร้างรายได้อย่างยั่งยืนให้ชุมชน 🌿
