ยางพาราราคาขึ้น
ราคายางพาราในประเทศพุ่งรับปีมังกร แค่ 5 วัน ยางแผ่นดิบรมควันชั้น 3 ประมูลในตลาดกลางสงขลาขยับขึ้นมา 5 บาทกว่า/กก. หรือราคายางยืนอยู่เหนือ 63 บาท/กก. ดันราคาน้ำยางขึ้นมา 60 บาทเช่นกัน ชาวสวนหวั่นราคาขึ้นเร็ว ต้องจับจังหวะซื้อขายยางล่วงหน้าให้ดี ส่วน “เพิก เลิศวังพง” ยืนยันราคายางกำลังปรับฐาน ผลปราบยางเถื่อน ดันโครงการล้อยาง “Thai Tyre” ไปตลาดโลก ราคายางพาราในประเทศได้ขยับขึ้นมาตั้งแต่ช่วงกลางเดือนธันวาคมที่ผ่านมา จากราคายางแผ่นรมควันชั้น 3 ที่ กก.ละ 55.02 บาท (ตลาดกลางยางพารา จ.สงขลา) ในวันที่ 19 ธันวาคม 2566 มาถึงวันนี้ (16 มกราคม 2567) ราคายางแผ่นรมควันชั้น 3 ได้ขยับขึ้นมาถึง กก.ละ 63.09 บาท หรือราคาปรับขึ้นมาถึง 8 บาท/กก.ในช่วงเวลาแค่เดือนเดียว สอดคล้องกับราคาน้ำยางสด ณ โรงงานก็ได้ปรับตัวสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ โดยขณะนี้ราคาน้ำยางอยู่ที่ กก.ละ 60 บาท (บ.ศรีตรัง กก.ละ 59 บาท-ไทยรับเบอร์ 58 บาท-เซาท์แลนด์ 56 บาท) ส่วนราคา FOB RSS3 (Bangkok) อยู่ที่ 68.59 เหรียญ หรือปรับขึ้นมาจากช่วงวันที่ 19 ธันวาคม 2566 ที่ 60.52 เหรียญ ย้อนหลังไป 5 วันที่ผ่านมาจะพบว่า ราคายางแผ่นดิบรมควันชั้น 3 ปรับตั
นับเป็นข่าวดีที่สุดในรอบหลายปีสำหรับราคายางพาราที่กระเตื้องขึ้น ทำให้เกษตรกรชาวสวนยาง คนรับจ้างกรีดหลายล้านคน รวมไปถึงนายหัว นายทุน พ่อค้ายางยิ้มได้ มีกำลังใจขึ้นอีกโข หลังจากเจอสภาพราคายางดิ่งเหว 3 โล 100 กลายเป็นภาพที่ดูเหมือนว่าเป็นพืชที่ไร้อนาคตซะแล้ว เหตุการณ์นั้นทำเอาผู้คนในวงการยางพาราเดือดร้อนสาหัส หลายชีวิตตกสวรรค์ จากคนเคยรวย ใช้จ่ายเงินมือเติบ กลายมาเป็นคนแบกหนี้ หลายชีวิตต้องอดทนรอคอยราคายางจะดีขึ้นสักวัน หลายชีวิตปรับตัวกันอลหม่าน ลูกหลานไม่มีเงินเรียนต่อก็เยอะ หลายชีวิตพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส หันไปปลูกพืชแบบผสมผสาน และเลี้ยงสัตว์ หลายชีวิตถอดใจโค่นยางทิ้ง เปลี่ยนไปปลูกปาล์มน้ำมัน ทุเรียน กล้วยหอมทอง หลายชีวิตต้องทิ้งไร่ทิ้งสวนหันไปทำอาชีพอื่นก็มี หลายชีวิตก็ดิ้นรน มีการรวมกลุ่มกันลงทุน ลงแรงแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เพื่อเพิ่มมูลค่ายาง เช่น ยางเครพ ยางล้อรถยนต์และอุปกรณ์ ยางปูพื้นสนามกีฬา กระเบื้องมุงหลังคา ของใช้ในบ้าน ที่ฮอตฮิตก็คือ หมอนยางพารา แต่ที่เดินหน้าทำกันได้ส่วนหนึ่งก็เพราะได้แรงหนุนจากหน่วยงาน และสถาบันการศึกษาเพราะต้องใช้ทั้งทุนและเทคโนโลยี จึงจะผลิตโปรดักต์ต่า
