ราคาลำไย
“กุญแจสำคัญที่จะช่วยชาวสวนลำไยภาคเหนือหลุดพ้นจากปัญหาวงจรราคาอย่างยั่งยืน คือ การเพิ่มคุณภาพผลผลิตให้ดียิ่งขึ้น สังเกตได้ว่าราคารับซื้อลำไยเบอร์บนเกรดพรีเมียม A, AA มีความห่างจากราคาลำไยเบอร์ล่างเยอะมากกว่า 50% เหตุเพราะลำไยพรีเมียมยังเป็นที่ต้องการและมีตลาดรองรับอยู่มาก โดยเฉพาะประเทศที่มีจำนวนประชากรและปริมาณการบริโภคสูง ซึ่งบริษัทฯ เห็นช่องว่างตรงนี้จึงอยากจะนำองค์ความรู้เข้าไปช่วยชาวสวนพัฒนาผลผลิตต่อไร่ให้ได้ตามเกรดส่งออกมากขึ้น” นายณธกฤษ เอี่ยมสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แพลททินัม ฟรุ๊ต จำกัด (มหาชน) หรือ PTF ผู้ส่งออกผักและผลไม้สดเกรดพรีเมียม เปิดเผยที่มาโครงการ “ลำพูนโมเดล” ที่บริษัทฯ จัดตั้งขึ้นเพื่อจะช่วยแก้ปัญหาและช่วยยกระดับคุณภาพผลผลผลิตลำไยของชาวสวนภาคเหนือให้เป็นไปตามมาตรฐานส่งออก เพิ่มผลิตผลและรายได้อย่างยั่งยืน และล่าสุดมีการขยายพื้นที่ดำเนินการเพิ่มเติมอีกประมาณ 200 ไร่ “ปีที่ผ่านมาเราจัดทำโครงการลำพูนโมเดล เฟสแรกบนพื้นที่จำนวน 150 ไร่ ในอำเภอลี้ จังหวัดลำพูน ผลลัพธ์ที่ออกมาถือว่าเป็นไปได้ด้วยดีตามเป้า จึงมีการขยายพื้นที่ความร่วมมือเฟสต่อเนื่องไปยังเครือข่ายชาว
สหกรณ์การเกษตรประตูป่า จำกัด แจงความคืบหน้ากระจายลำไยจากลำพูนสู่ตลาดรวม 824 ตัน เหลืออีก 200 ตัน คาดระบายถึงมือผู้บริโภคหมดภายในปลายเดือน ก.ย.นี้ ชี้ระบายลำไยผ่านเครือข่ายสหกรณ์สะดวกรวดเร็ว ขายดีกว่าตลาดอื่น แม้ปริมาณการสั่งซื้อตลาดทั่วประเทศจะน้อยลง แต่ขายได้ราคาดีกว่าปีที่ผ่านมา ส่วนลำไยนอกฤดูผลผลิตจะมากช่วงเดือน พ.ย.-มี.ค. แต่ประเมินแล้วไม่น่ากังวล เพราะมีตลาดรองรับแน่นอน นางมาลี เปรมมณี ผู้จัดการสหกรณ์การเกษตรประตูป่า จำกัด เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการกระจายผลผลิตลำไยจากจังหวัดลำพูนไปยังเครือข่ายสหกรณ์ในพื้นที่ต่างๆ ตามที่กรมส่งเสริมสหกรณ์ได้มีนโยบายนำระบบสหกรณ์เข้ามาแก้ปัญหาราคาผลไม้ตกต่ำ ว่า ขณะนี้ทางสหกรณ์ได้กระจายลำไยของจังหวัดลำพูนออกสู่ตลาดแล้ว ประมาณ 824 ตัน เหลืออีก 200 ตัน ซึ่งคาดว่าจะกระจายได้หมดภายในปลายเดือนกันยายนนี้แล้วผลผลิตลำไยในฤดูก็จะหมดลง ปีนี้ถือว่าสหกรณ์สามารถกระจายผลผลิตสู่ผู้บริโภคได้มากพอสมควร โดยเปิดจุดรวบรวมลำไยจากเกษตรกรที่สหกรณ์ทุกวัน และมีลูกค้าในพื้นที่และนอกพื้นที่ติดต่อเข้ามาซื้อลำไยอย่างต่อเนื่อง สำหรับภาวะตลาดปีนี้เน้นขายในประเทศเป็นหลัก ราคาลำไยปีนี
ปัญหาเรื่องการผลิตและซื้อขายลำไย ถือเป็นปัญหาที่เกษตรกรชาวไทยแทบทุกรายต้องเคยประสบ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของราคา คุณภาพ รวมไปถึงเรื่องของตลาดและการส่งออกด้วย อย่างที่ทราบดีว่าประเทศไทยถือเป็นประเทศที่มีการปลูกและส่งออกลำไยเป็นลำดับที่ 2 รองจากประเทศจีน ที่มีพื้นที่การเพาะปลูกกว่า 2.7 ล้านไร่ แต่ถึงอย่างนั้นเกษตรกรก็ยังคงต้องรับมือกับปัญหาดังกล่าวแทบทุกปี ผศ.พาวิน มะโนชัย รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ได้กล่าวว่า ปัญหาเรื่องลำไยนั้นไม่ได้มีเพียงแค่เรื่องราคา คุณภาพ หรือการส่งออกเท่านั้น แต่ยังมีอีกหนึ่งปัญหาที่สำคัญไม่แพ้กันคือ ปัญหาผลผลิตล้นตลาด ซึ่งส่วนหนึ่งเกิดจากการที่เกษตรกรผลิตลำไยในระยะเวลาเดียวกัน ทำให้ผลผลิตที่ได้ออกสู่ตลาดพร้อมกัน ซึ่งยังมีส่วนทำให้ต้องขายผลผลิตในราคาที่ต่ำอีกด้วย สำหรับแนวทางการแก้ไขปัญหานั้น ต้องอาศัยความร่วมมือของทั้งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และตัวเกษตรกร โดยกระทรวงเกษตรฯควรเริ่มแก้ปัญหาตั้งแต่ขั้นตอนการวางแผนการผลิต และเพิ่มในส่วนของศูนย์ข้อมูลกลางด้วย เพื่อให้สามารถกำหนดได้ว่าควรให้เกษตรกรแต่ละรายเริ่มปลูกลำไยในช่วงไหน และจะมีผลผลิตออกมาในช่วงใด เพื่อนำมาใช้ใน
ลำไยนอกฤดูจันทบุรีเจอ 2 เด้ง ผลผลิตล้นราคาดิ่ง-ล้งเช็คเด้ง ทิ้งสัญญาเลือกเก็บเบอร์ 1, 2 ป้อนตลาดจีน อ้างตลาดตาย ลำไยไร้คุณภาพ ชาวสวนกว่า 300 ราย บุกทวงเงิน “หงษ์จิ่ว ไท้จง เม๊ายี่” ลุ้น 3 สัปดาห์จ่ายเงินครบ นายคมศักดิ์ หลิวทวีศรีประกาย นายกสมาคมชาวสวนลำไยจังหวัดจันทบุรี เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ลำไยนอกฤดูผลิตเพื่อส่งออกลำไยผลสดป้อนตลาดจีนทั้งหมด ซึ่งจำหน่ายได้ราคาสูงมาตลอด แต่ขณะนี้เกษตรกรชาวสวนลำไยนอกฤดูกำลังได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาราคาลำไยตกต่ำ และไม่มีตลาดระบาย เนื่องจากปริมาณผลผลิตเพิ่มขึ้นมากและออกมาประดังในช่วงปลายเดือนตุลาคม-ธันวาคม อีกทั้งเจอปัญหาคุณภาพลำไย เนื่องจากฝนตกทำให้ผิวลำไยไม่สวย ตกเกรด ราคาต่ำ บางสวนปล่อยทิ้ง หรือขายเป็นลำไยร่วงกิโลกรัมละ 6-7 บาท ล่าสุดยังประสบปัญหาล้งขอลดราคาและทิ้งสวน โดยอ้างว่าต้องการซื้อเฉพาะลำไยคุณภาพเบอร์ 1 และ 2 ตามความต้องการของตลาดจีนเท่านั้น สร้างความเสียหายให้เกษตรกรชาวสวนลำไยอย่างหนัก นายชรัตน์ เนรัญชร ผู้ช่วยเลขาธิการหอการค้าจังหวัดจันทบุรี เจ้าของสวนลำไย อ.สอยดาว จ.จันทบุรี กล่าวว่า ปีนี้ผลผลิตลำไยเพิ่มขึ้นจากปีก่อนถึง 25% ทำให้ล
เมื่อวันที่ 11 ส.ค. ที่กรมราชทัณฑ์ นายกอบเกียรติ กสิวิวัฒน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวถึงกรณีกระทรวงพาณิชย์ ได้ประสานงานขอความร่วมมือกรมราชทัณฑ์ให้ช่วยรับซื้อผลผลิตลำไย ว่าในวันนี้ทางกรมราชทัณฑ์ได้เสนอเรื่องไปยังกระทรวงยุติธรรม เพื่อขอให้ทางสำนักนายกรัฐมนตี เสนอคณะรัฐมนตรีให้มีมติยกเว้น ระเบียบพัสดุในการแบ่งจ่ายเงิน เพราะกรมราชทัณฑ์ติดปัญหาในเรื่องข้อระเบียบในการจัดซื้อและการแบ่งจ่ายเงินส่วนนี้ โดยทางกรมราชทัณฑ์ มีเงินค่าขนมนักโทษในเรือนจำ ประมาณ 1.50 สต. จึงนำเงินส่วนนี้มาซื้อลำไย ให้นักโทษได้กินแทนขนมหวาน โดยกระทรวงพาณิชย์จะเป็นหน่วยงานคอยรวบรวมลำไยจากเกษตรมาขายให้เรือนจำ จากนั้นก็นำเงินไปจ่ายให้เกษตรกร เพราะกรมราชทัณฑ์รับซื้อตรงไม่ได้ ผิดระเบียบขั้นตอนของกรมบัญชีกลาง คาดว่าภายในสัปดาห์หน้า หาก ครม.มีมติก็สามารถจัดซื้อลำไยได้ทันที “ตอนนี้คิดเฉลี่ยคร่าวๆ ซื้อลำไยในกิโลละ 6 บาท ซึ่งเป็นลำไยล่วงที่ไม่ได้ส่งออก นักโทษจะได้กินลำไยเฉลี่ยคนละ 2 ขีดครึ่ง ดังนั้นดูแล้วก็ไม่ได้ส่งผลกระทบอะไร คงไม่ทำให้เป็นอะไร แต่ถ้ายังคงมีปริมาณลำไยในตลาดเยอะ กรมราชทัณฑ์ก็สามารถสั่งซื้อได้ ส่งไปให้เรือนจำทั่วประ
“ลำไยรูดร่วง” ราคาขยับขึ้น “17-18บาท” ขณะ “สดช่อ” ยังส่งออกตจว.ต่อเนื่อง เกษตรกรเริ่มใจชื้นลำไยระบายไม่หยุด วันที่ 10 สิงหาคม 2560 ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์ลำไยจังหวัดพะเยา ว่า สืบเนื่องจากตั้งแต่ต้นเดือนสิงหาคม 2560 ที่ผ่านมา จังหวัดพะเยาได้ดำเนินการระบายผลผลิตลำไยสดช่อของเกษตรกรชาวสวนลำไยจังหวัดพะเยา ออกจากพื้นที่ส่งตรงถึงผู้บริโภคต่างจังหวัดปลายทาง ผ่านเครือข่ายสหกรณ์จังหวัดทั่วประเทศ และวางขายตามจุดที่ทางสำนักงานพาณิชย์จังหวัดพะเยาได้ประสานงานหน่วยงานต่างๆ เพื่อช่วยกันระบายผลผลิตลำไยคุณภาพ ทำให้ราคาลำไยรูดร่วงขนาด AA ที่ต่ำลงในปลายเดือนกรกฎาคม 2560 ที่ผ่านมา กก.ละ 12 บาท นั้น ได้ดีดตัวขึ้นมาอยู่ที่ กก.ละ 17-18 บาท สำนักงานพาณิชย์จังหวัดพะเยา ได้รายงานสถานการณ์ลำไยพะเยา วันที่ 9 สิงหาคม 2560 ด้านราคาลำไยรูดร่วง ขยับตัวสูงขึ้นมา กก.ละ 5-6 บาท โดยเกรด AA อยู่ที่ กก.ละ 17-18 บาท A 8-9 บาท B 4-5 บาท และ C 1 บาท ราคาลำไยสดช่อส่งตลาดจีนคละเกรด (AA-A-B) กก. 17-18 บาท (ซื้อเหมาสวน) ราคาลำไยสดช่อซื้อโดยเอกชนส่งเวียดนาม AA+A กก.16-18 บาท ขณะที่ลำไยสดช่อส่งตรงถึงผู้บริโภคผ่านเครือข่ายสหกรณ์จั
เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม นายไพรัตน์ เสมอเชื้อ สหกรณ์จังหวัดพะเยา ได้รายงานความคืบหน้าสถานการณ์การระบายผลผลิตลำไยสดช่อของจังหวัดว่า ได้มีเครือข่ายสหกรณ์จากทั่วประเทศสั่งซื้อเข้ามาอย่างต่อเนื่อง จังหวัดละไม่ต่ำกว่า 2.5 ตัน ราคากิโลกรัมละ 30-32 บาท โดยลำไยมีการคัดเกรดไซซ์ใหญ่ ลูกลำไยขนาดเท่ากับหรือใหญ่กว่าเหรียญสิบบาท พร้อมกันนี้ลำไยเป็นผลไม้มีเปลือกหุ้ม ทำให้เก็บและบรรจุกล่องส่งลูกค้าปลายทางได้รับประทานลำไยสดๆ โดยขณะนี้รายการสั่งซื้อลำไยสดช่อผ่านสหกรณ์ต่างจังหวัดมีเข้ามาทุกวัน ทางภาคตะวันออกและภาคอีสานได้สั่งเข้ามามีการจัดเก็บบรรจุและส่งตามคิวทุกวัน ยกเว้นวันเสาร์-อาทิตย์ “เป็นที่พึงพอใจของจังหวัดพะเยา ว่าด้วยมาตรการระบายลำไยสดช่อ ช่วยกระตุ้นให้ราคาลำไยรูดร่วงเริ่มมีการขยับราคาขึ้นมาบ้างแล้ว จากปลายเดือนกรกฎาคม 2560 ที่ผ่านมา ราคานิ่งอยู่ที่ กิโลกรัมละ 12, 6, 3 และ 1 ยาท ตามเกรด คือ AA, A, B และ C นั้น ขณะนี้เริ่มขยับขึ้นมาอยู่ที่ กิโลกรัมละ 14, 7, 3 และ 1 บาท ตามลำดับ อย่างไรก็ตาม การขายสดช่อก็ดำเนินการต่อไปจนกว่าจะหมดฤดูกาลของลำไยเช่นกัน” สหกรณ์จังหวัดพะเยากล่าว ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานก
พาณิชย์หารือกองทุนหมู่บ้าน แบงก์รัฐสนับสนุนสินเชื่อโรงอบลำไยชุมชน ใน 8 จว.ภาคเหนือ นำเงินไปซื้อลำไยสดจากเกษตรกรมาแปรรูปเป็นลำไย อบแห้ง แก้ลำโรงอบรายใหญ่ไม่ยอมซื้อผลผลิต หวังกดราคาลงไปอีก นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมช.พาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์กำลังหาแนวทางขอสินเชื่อจากทั้งกองทุนหมู่บ้านต่างๆ, ธนาคารเฉพาะกิจของรัฐ อาทิ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เพื่อให้โรงอบในชุมชนต่างๆ โดยเฉพาะในพื้นที่เพาะปลูกลำไยใน 8 จังหวัดภาคเหนือ มีเงินทุนหมุนเวียนนำไปรับซื้อลำไยสดจากเกษตรกร เพื่อแปรรูปเป็นลำไยอบแห้ง นอกจากจะสามารถดูดซับลำไยที่กำลังออกสู่ตลาดจำนวนมากในขณะนี้ได้แล้ว ยังขายลำไยอบแห้งได้ราคาดีกว่ามากด้วย รวมทั้งต่อยอดไปยังการอบผลผลิตทางการเกษตรอื่นๆ ได้ด้วย อาทิ ข้าว ข้าวโพด เบื้องต้นคาดว่าจะได้งบประมาณ 30 ล้านบาท “หลังจากที่ลงพื้นที่ไปดูสถานการณ์ลำไยที่ จ.เชียงใหม่ ลำพูน ในช่วงที่ผลผลิตออกสู่ตลาดพร้อมกันนี้ พบว่าหลายหมู่บ้านมีโรงอบขนาดเล็ก หรือโรงอบชุมชน แต่ไม่ได้เปิดดำเนินการ เนื่องจากไม่มีเงินทุนเพียงพอที่จะออกไปรับซื้อลำไยสดมาอบแห้ง และเห็นว่าโรงอบของภาคเอกชนขนาดใหญ่หลาย
สหกรณ์การเกษตรใน 8 จังหวัดภาคเหนือเปิดจุดรับซื้อผลผลิตลำไยคุณภาพจากสมาชิกสหกรณ์และเกษตรกรในพื้นที่ ซึ่งคาดว่าเดือนสิงหาคมจะเป็นช่วงที่ลำไยจะมีปริมาณผลผลิตออกมาไม่น้อยกว่า 240,000 ตัน กรมส่งเสริมสหกรณ์จัดหาช่องทางจำหน่ายผลผลิตลำไยของสหกรณ์ ประสานความร่วมมือกับห้างโมเดินเทรด และเครือข่ายสหกรณ์ในภาคต่าง ๆ สั่งซื้อลำไยจากสหกรณ์ภาคเหนือเพื่อนำไปกระจายสู่ผู้บริโภคทั่วประเทศ หวังบรรเทาปัญหาลำไยออกมากระจุกตัว ขณะที่บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด จัดกิจกรรมสั่งซื้อลำไยผ่าน Call Center 1545 และที่ทำการไปรษณีย์ทั่วประเทศ จัดส่งลำไยผ่านไปรษณีย์ถึงหน้าบ้าน เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้บริโภค ดร.วิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยถึงสถานการณ์ลำไยในภาคเหนือว่าผลผลิตเริ่มทยอยออกมาตั้งแต่วันที่ 20 กรกฎาคม 2560 โดยปริมาณลำไยในปีนี้ สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร คาดการณ์ว่าจะมีปริมาณทั้งสิ้น 377,687 ตัน โดยคาดว่าผลผลิตจะออกมากในช่วงเดือนสิงหาคม 2560 ปริมาณ 240,000 ตัน กรมส่งเสริมสหกรณ์จึงได้มีนโยบายสนับสนุนให้สหกรณ์การเกษตรในพื้นที่ 8 จังหวัดภาคเหนือ ได้แก่จังหวัดเชียงใหม่ลำพูน พะเยา แพร่ น่าน เชี
วันที่ 25 กรกฎาคม 2560 ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์ราคาลำไยในพื้นที่จังหวัดพะเยาว่า สืบเนื่องจากราคาลำไยฤดูกาลผลิต 59/60 ตกต่ำกว่าทุกปีที่ผ่านมา ด้วยต้นฤดูกาลเมื่อต้นเดือนกรกฎาคม 2560 ราคาลำไยเกรด AA อยู่ที่ กก.ละ 17-18 บาท ต่อมาลดลงวันละ 1บาท จนกระทั่งวันที่ 24 กรกฎาคม 2560 ที่ผ่านมา ราคารับซื้อลำไยจังหวัดพะเยาเกรด AA อยู่ที่ กก.ละ 13 บาท A 8 บาท B 4 บาท และ C 1 บาท ดังนั้นทางเกษตรกรชาวสวนลำไยจึงได้นัดรวมตัวประชุมใหญ่ ณ ลานหน้าอนุสาวรีย์เจ้าหลวงเมืองล้า หมู่ 1 ต.น้ำแวน อ.เชียงคำ จ.พะเยา โดยมีเกษตรกรชาวสวนลำไยจากอำเภอต่างๆ ในจังหวัดพะเยา มาร่วมประชุมกว่า 500 คน ได้นัดหยุดเก็บลำไย เพื่อร่วมกันเสวนาหาทางออกปัญหาราคาลำไยตกต่ำ และนำเสนอข้อเรียกร้องไปยังรัฐบาลให้ความช่วยเหลือต่อไป นายอติวรรธ์ หอมนาน ประธานสภาเกษตรกรจังหวัดพะเยา กล่าวว่า ตนในฐานะเกษตรกรและในนาม ปธ.สภาฯ จึงเข้ามาร่วมประชุมและหาทางออกร่วมกับเกษตรกรชาวสวนลำไยจังหวัดพะเยา เนื่องจากขณะนี้เกษตรกรชาวสวนลำไยกำลังประสบปัญหาราคาลำไยตกต่ำอย่างต่อเนื่อง เฉลี่ยลดลงวันละ 1 บาท ดังนั้นหลังจากการประชุมในครั้งนี้เมื่อได้รับข้อเรียกร้องที่เป็นข
