ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์
โปรตีนจากแมลง เป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการแก้ปัญหาการขาดแคลนอาหารในอนาคต ซึ่ง “ด้วงสาคู” เป็นแมลงกินได้ที่กำลังได้รับความนิยมบริโภคทั้งชาวไทยและต่างประเทศ และถือเป็นแมลงเศรษฐกิจที่น่าสนใจ เนื่องจาก เพาะเลี้ยงง่าย เจริญเติบโตเร็ว ไม่ต้องดูแลเอาใจใส่มาก ขนาดของตัวหนอนค่อนข้างโต มีน้ำหนักและปริมาณโปรตีนสูง สามารถใช้ได้ทุกสัดส่วน จึงขายได้ราคาดี แต่การเพาะเลี้ยงด้วงสาคูในปัจจุบัน เกษตรกรยังประสบปัญหาเรื่องการจัดการของเสียในระบบการเลี้ยงฯ ซึ่งส่งผลต่อคุณภาพของผลผลิตรวมถึงสภาพแวดล้อมและชุมชน เช่น ลำไส้ด้วงสาคูมีสีดำ เนื้อด้วงสาคูมีกลิ่นเหม็น ขณะเดียวกันเกษตรกรไม่สามารถผลิตด้วงสาคูได้ตลอดทั้งปี เนื่องจากสภาพแวดล้อมในการเลี้ยง ทำให้ขาดความต่อเนื่องในการแปรรูปด้วงสาคูในระดับอุตสาหกรรม นอกจากนี้ยังพบว่าการเลี้ยงด้วงสาคูด้วยโรงเลี้ยงในปัจจุบัน ยังมีปัญหาเรื่องแมลงอื่นเข้ามารบกวน วางไข่และกินอาหารที่เน่าเสีย ทำให้เกิดการแพร่ระบาดของเชื้อรารวมถึงไร ซึ่งเป็นศัตรูของการเลี้ยงด้วงสาคู ทำให้ได้จำนวนผลผลิตที่ไม่แน่นอนในแต่ละรอบของการเพาะเลี้ยง และที่สำคัญยังเกิดการหลุดรอดของตัวเต็มวัยของด้วงสาคูซึ่งเป็
กยท. นำโดย นายณกรณ์ ตรรกวิรพัท ผู้ว่าการ กยท. มอบหุ่นฝึกการช่วยฟื้นคืนชีพขั้นพื้นฐานจากยางธรรมชาติให้ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ โดยมี ศาสตราจารย์ นายแพทย์นิธิ มหานนท์ เป็นผู้รับมอบ เพื่อนำไปต่อยอด-สนับสนุนเป็นสื่อด้านการศึกษาทางการแพทย์เพื่อประโยชน์ทางสังคมต่อไป การยางแห่งประเทศไทย มอบหุ่นฝึกการช่วยฟื้นคืนชีพขั้นพื้นฐานจากยางธรรมชาติ ภายใต้โครงการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม (CSR) ของ กยท. ประจำปีงบประมาณ 2565 แก่ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ จำนวน 20 ตัว โดยหุ่นฝึกการช่วยฟื้นคืนชีพฯ ใช้วัตถุดิบน้ำยางพาราธรรมชาติจากสถาบันเกษตรกรมาแปรรูปผลิตเป็นหุ่นยางพารา สำหรับลักษณะเด่นของหุ่นยางคือ มีรูปร่าง ความยืดหยุ่น และผิวสัมผัสคล้ายร่างกายมนุษย์ ซึ่งนอกจากจะเป็นการส่งเสริมการใช้ยางพาราภายในประเทศแล้ว ยังสามารถใช้เพื่อประโยชน์ต่อสังคมและชุมชน ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานทางการแพทย์ ศูนย์กู้ชีพ และสถานศึกษาต่างๆ ที่มีความสนใจ สำหรับใช้ฝึกปฐมพยาบาลขั้นพื้นฐาน ทั้งนี้ กยท. หวังเป็นว่าหุ่นฝึกการช่วยฟื้นคืนชีพขั้นพื้นฐานจากยางธรรมชาติของ กยท. จะสามารถใช้เพื่อเป็นอุปกรณ์และสื่อการสอนฝึกปฏิบัติฟื้นคืนชีพขั้นพื้นฐาน
ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า ขณะนี้ประเทศไทยมีจำนวนผู้สูงอายุอยู่ราว ร้อยละ 18 ของจำนวนประชากร หรือ ราว 12 ล้านคน หน่วยงานภาครัฐ และภาควิจัย ได้เตรียมความพร้อมด้านนวัตกรรม เทคโนโลยี การวิจัย ครอบคลุมในหลายมิติ โดยเฉพาะเชิงสาธารณสุข ในการรับมือการเปลี่ยนแปลงทางโครงสร้างประชากร โดยเฉพาะสัดส่วนโครงสร้างผู้สูงอายุที่สูงขั้น เป็น ร้อยละ 20 ในปี พ.ศ.2565 ซึ่งโครงการ “เปลี่ยนเกษียณเป็นพลัง” ภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย วช. ได้ขับเคลื่อนวิจัยและนวัตกรรมอันเป็นประโยชน์ต่อผู้สูงวัยมาอย่างต่อเนื่อง ตระหนักถึงกลุ่มผู้สูงวัย อายุ 60-70 ปี ที่ยังมีความรู้ความสามารถ ในการพัฒนาให้เป็นกำลังสำคัญของประเทศได้ โดยในปี พ.ศ. 2564-2565 จะมีผู้สูงวัยเข้าร่วมแผนและโครงการประมาณ 8-10 เรื่อง ราว 60,000 คน และก้าวสู่ 100,000 คน ในปี พ.ศ. 2566 ภายใต้ความร่วมกับหน่วยงานพันธมิตร โดยผู้สูงวัยที่เข้าร่วมสามารถเป็นได้ทั้งผู้เรียน และผู้สอนในคราวเดียวกัน เพื่อให้เกิดการเรียนรู้เพิ่ม และสานต่อความรู้ เป็น Platform ผู้สูงวัยที่เข้มแข็ง เช่นเดียวกับ แผ
มหาวิทยาลัยแม่โจ้ มีพิธีลงนามความร่วมมือทางวิชาการ กับ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ (ระบบออนไลน์) โดย รองศาสตราจารย์ ดร.วีระพล ทองมา อธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้, ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นายสัตวแพทย์ไพโรจน์ พงศ์กิดาการ รักษาการแทนคณบดีคณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ และ ศาสตราจารย์ นายแพทย์นิธิ มหานนท์ เลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์, รองศาสตราจารย์ นายสัตวแพทย์ปานเทพ รัตนากร คณบดีคณะสัตวแพทยศาสตร์และสัตววิทยาประยุกต์ วิทยาลัยวิทยาศาสตร์การแพทย์เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เป็นผู้แทนลงนามของทั้งสองหน่วยงาน โดยมี ผู้ช่วยศาตราจารย์ ดร.บัญญัติ มนเทียรอาสน์ รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้ กล่าวรายงาน ทั้งนี้ มีคณะผู้บริหารร่วมเป็นสักขีพยาน ณ ห้องประชุมสภามหาวิทยาลัย ชั้น 5 สำนักงานมหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยแม่โจ้ พิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการในครั้งนี้ มีขึ้นเพื่อเสริมสร้างและสนับสนุนการจัดการศึกษาสาขาสัตวแพทยศาสตร์และสัตววิทยาประยุกต์ สร้างหลักสูตร การจัดการเรียนการสอน และสร้างบัณฑิตที่มีคุณลักษณะ สมรรถนะตามความต้องการของประเทศและนานาชาติ ร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการวิจัย ด้านวิชาการ
บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ ได้รับการจัดสรรวัคซีนซิโนฟาร์ม จากราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ สำหรับฉีดให้บุคลากรของบริษัท โดยเริ่มทยอยฉีดให้แก่พนักงานในสายโรงงานผลิตอาหารแล้ว นายวรวิทย์ เจนธนากุล รองกรรมการผู้จัดการบริหาร ซีพีเอฟ กล่าวว่า บริษัทฯ ให้ความสำคัญอย่างยิ่งในการดูแลปกป้องพนักงานท่ามกลางสถานการณ์โควิด-19 ตามนโยบายเครือเจริญโภคภัณฑ์ ล่าสุด ได้ทำการสั่งจองวัคซีนซิโนฟาร์ม จากราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่พนักงาน ซึ่งมีหน้าที่ผลิตอาหารปลอดภัยให้แก่ผู้บริโภคอย่างเพียงพอ ไม่กระทบความมั่นคงทางอาหาร โดยราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ได้กรุณาพิจารณาจัดสรรวัคซีนซิโนฟาร์มให้แก่พนักงานผู้ผลิตอาหารของซีพีเอฟ ทั้งแรงงานชาวไทยและชาวต่างชาติ ซีพีเอฟ เอาใจใส่ดูแลพนักงานในสถานการณ์โควิด-19 อย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่การจัดตั้งศูนย์อำนวยการ วางมาตรการป้องกันเพื่อความปลอดภัยสูงสุดของพนักงานภายใต้แนวทางของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด การจัดส่งอาหารให้แก่พนักงานที่กักตัว ตลอดจนการส่งพนักงานเข้ารับการฉีดวัคซีนตามมาตรการของรัฐ เป็นต้น และล่าสุด ได้จัดหาวัคซีนซิโนฟาร์มให้พนักงาน เพื่อ
นายสุชาติ จริยาเลิศศักดิ์ รองผู้อำนวยการ ทำการแทนผู้อำนวยการองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) กล่าวว่า เนื่องในโอกาส วันที่ 1 มิถุนายน 2564 เป็นวันดื่มนมโลก (World Milk Day) อ.ส.ค. ในฐานะผู้ผลิตและจำหน่ายนมโคสดแท้ 100% ไม่ผสมนมผง ตราไทย-เดนมาร์ค ได้จัดกิจกรรมรณรงค์ส่งเสริมการบริโภคนมของคนไทยทุกเพศ ทุกวัย หันมาบริโภคนมโคสดแท้ 100% ไม่ผสมนมผง ของไทย-เดนมาร์ค ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย สร้างเสริมภูมิคุ้มกันที่ดีอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ ในปี 2564 เกิดวิกฤตการณ์การแพร่ระบาดอย่างหนักของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ขึ้นทั่วโลก รวมทั้งประเทศไทย อ.ส.ค. จึงร่วมมือกับกรมปศุสัตว์และหน่วยงานภาคีต่างๆ ปรับกิจกรรมให้สอดคล้องกับสถานการณ์ โดยเน้นกิจกรรมเรียนรู้การทำเมนูอาหารและเครื่องดื่มจากผลิตภัณฑ์นมไทย-เดนมาร์ค ผ่านระบบออนไลน์ภายใต้คอนเซ็ปต์ “สร้างความสุข เสริมภูมิคุ้มกัน ดื่มนมทุกวัน ดื่มได้ทุกวัย บริโภคนมได้หลากหลายเมนู” เพื่อรณรงค์ให้ผู้บริโภคหันมาดื่มนมมากขึ้นแล้ว นอกจากนี้ อ.ส.ค. ยังสนองนโยบายภาครัฐด้วยการผนึกความร่วมมือกับทุกภาคส่วน ช่วยเหลือด้านสาธารณสุขและสังคม ช่วยลดผลกระทบจ
