ลองกองลับแล
ลองกองลับแล เป็นผลไม้เลื่องชื่อของจังหวัดอุตรดิตถ์มานาน เพราะปลูกแบบธรรมชาติจึงมีความอร่อย รสหวาน ผลใหญ่ ดก ได้รับความสนใจทั้งตลาดในและต่างประเทศ แต่เดิมลับแลมีลางสาดพื้นเมืองที่ได้รับความนิยมมาก่อน กระทั่งพบว่าลองกองมีคุณสมบัติหลายอย่างที่เหมาะกับการปลูกเชิงพาณิชย์จึงนำยอดลองกองมาเสียบ ติดตากับต้นลางสาดเดิม เปลี่ยนยอดลางสาดเป็นลองกอง เนื่องจากต้นตอลางสาดมีความแข็งแรง ระบบรากดี ทำให้มีการขยายพันธุ์ลองกองเพิ่มมากขึ้น กระทั่งตอนนี้จำนวนต้นลางสาดลดลง พื้นที่ปลูกลองกองที่ลับแลมี 2 ลักษณะ คือ พื้นที่เก่าแก่ที่อยู่ในสวนป่าหรือเนินเขาตามธรรมชาติกับพื้นที่ปลูกใหม่บนที่ราบ เช่น พื้นที่ทำนา แล้วจัดเป็นสวนเกษตร หรือบางแห่งทำเป็นสวนผลไม้ผสมเปิดเข้าเที่ยวชม โดยทั้ง 2 ลักษณะได้ปรับเทคนิคการปลูกด้วยนำหลักวิชาการ เทคโนโลยี ปรับปรุงบำรุงการดูแลรักษา ตัดแต่งกิ่ง และแต่งช่อผลเข้ามาในกระบวนการปลูก ขณะเดียวกัน ด้วยลักษณะทางธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้เกื้อกูลให้ลองกองอุตรดิตถ์มีคุณภาพสมบูรณ์ ได้มาตรฐานไม่แพ้แหล่งปลูกทางใต้และตะวันออก จึงนับเป็นตลาดแหล่งใหญ่ทางภาคเหนือ คุณธวัช ดีมูล มีสวนทุเรียนและลองกอง อยู่บ
อุตรดิตถ์-ที่ตลาดกลางผลไม้ ตำบลนานกกก อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ เกษตรกรชาวสวนผู้ปลูกผลไม้ลองกอง ต่างนำลองกองที่สุกแล้วและเริ่มสุกจากต้นขนลงใส่เข่ง บรรทุกใส่รถนำมาขายให้กับพ่อค้า แม่ค้า และบุคคลทั่วไป ที่ตลาดกลางผลไม้นานกกก ซึ่งเป็นตลาดกลางของ อบต. ที่จัดให้เป็นศูนย์รวมการขายผลไม้ทั้งปลีกและส่ง มีพ่อค้า แม่ค้า จากทั่วสารทิศทั้งในภาคเหนือ ภาคอีสาน และภาคกลาง มารับซื้อกันอย่างคึกคัก เนื่องจากเป็นช่วงที่ผลผลิตกำลังเริ่มออกสู่ตลาดเป็นจำนวนมาก นายอาน แปลงดี นายก อบต. นานกกก เปิดเผยว่า อำเภอลับแลมีพื้นที่ปลูกลองกอง กว่า 12,000 ไร่ จากพื้นที่ปลูกทั้งหมดกว่า 30,000 ไร่ ผลผลิตรวมกว่า 20,000 ตัน ทำให้เกิดเงินสะพัดเข้าอำเภอลับแล ปีละไม่ต่ำกว่า 500 ล้านบาท ลองกองถือเป็นผลไม้ที่เริ่มสร้างชื่อเสียงให้กับจังหวัดไม่แพ้ผลไม้ทุกเรียนพันธุ์หมอนทอง และทุเรียนพันธุ์หลง-หลินลับแล ในปีนี้พ่อค้า แม่ค้า รายใหญ่ประเภทส่งออก ให้ความสนใจเข้ามารับซื้อถึงตลาดและรับซื้อเป็นจำนวนมาก เพื่อส่งตรงไปยังตลาดประเทศเวียดนาม เนื่องจากชาวเวียดนามชอบบริโภค โดยเฉพาะลองกองจากจังหวัดอุตรดิตถ์ เพราะติดใจในรสชาติหอม หวานอมเปรี้ยวเ
