ลำไยลูกใหญ่
การทำให้ลำไยให้ออกนอกฤดูปกติเหมือนกับที่หลายจังหวัดทำอยู่ขณะนี้ แม้จะช่วยให้เกษตรกรในพื้นที่หลายแห่งสามารถขายผลผลิตแล้วมีรายได้เพิ่มขึ้นกว่าปกติ แต่แนวทางนี้ต้องอาศัยกระบวนการ วิธี และข้อปฏิบัติ ตลอดจนการปลูกและดูแลที่ปลีกย่อย ใส่ใจทุกขั้นตอนไม่ว่าจะเป็นเรื่องการตัดแต่งกิ่ง การใส่ปุ๋ย การป้องกันแมลง/โรค (ซึ่งแต่ละพื้นที่ไม่เหมือนกัน) จึงมิใช่เรื่องง่ายที่จะเอื้อประโยชน์แล้วทำให้ผู้ปลูกประสบความสำเร็จได้ทุกราย คุณโอภาส เกษตรสวนเพชร ชาวท่าม่วง เมืองกาญจน์ ปลูกลำไยนอกฤดู ร่วมไปกับการนำแนวทางแบบธรรมชาติมาใช้ดูแลโรค/แมลง โดยไม่ใช้สารเคมี ช่วยทำให้ลำไยมีคุณภาพทั้งขนาดและรสชาติ เป็นลำไยอินทรีย์ที่ได้รับความนิยมจากผู้บริโภคระดับพรีเมี่ยมส่งขายให้โมเดิร์นเทรดมานานนับสิบปี พร้อมยกระดับชุมชนให้หันมาปลูกเพื่อสร้างรายได้ที่มั่นคง คุณโอภาส เป็นเจ้าของสวนลำไยชื่อ “บ้านสวนเพชร” ตั้งอยู่เลขที่ 81 หมู่ที่ 6 ตำบลท่าตะคร้อ อำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี เดิมมีสวนชมพู่ที่ดำเนินสะดวก แต่รับภาระต้นทุนไม่ไหวจึงย้ายมาที่ท่าม่วง กาญจนบุรีเมื่อปี 2552 แล้วหันมาปลูกลำไยนอกฤดูแทน เจ้าของสวนลำไยรายนี้บอกว่า เน้นสร้า
ในวงการผู้ปลูกลำไยต่างก็ทราบดีว่า ปัจจุบันลำไยทุกสายพันธุ์ปลูกให้ออกดอกและติดผลได้ทั่วประเทศ โดยการบังคับด้วยสารโพแทสเซียมคลอเรต หรือโซเดียมคลอเรต สารทั้งสองชนิดดังกล่าวสามารถกำหนดการออกดอกและติดผลของลำไยทุกสายพันธุ์ได้ เพียงแต่พื้นที่ปลูกลำไยควรจะมีแหล่งน้ำที่อุดมสมบูรณ์เท่านั้น พื้นที่ปลูกลำไยจึงไม่จำเป็นจะต้องเลือกพื้นที่ปลูกในเขตภาคเหนือตอนบน หรือพื้นที่ที่มีอากาศหนาวเย็นอีกต่อไป การบริโภคผลไม้ของคนไทย พบว่ายังมีกลุ่มคนไทยที่ชอบบริโภคผลไม้ที่มีขนาดของผลใหญ่ รสชาติจะต้องดีด้วย อย่างกรณีของสายพันธุ์ลำไยพบว่า ในปัจจุบันนี้มีลำไยอย่างน้อย 2 สายพันธุ์ ที่มีขนาดของผลใหญ่กว่าสายพันธุ์ทางการค้าทั่วไป (มีขนาดใหญ่กว่าพันธุ์อีดอ เบี้ยวเขียว สีชมพู ฯลฯ) หรืออาจจะสรุปง่ายๆ ว่ามีขนาดของผลใหญ่ใกล้เคียงกับลูกปิงปอง (แต่ไม่ใช่พันธุ์ปิงปองของเวียดนาม) นอกจาก พันธุ์จัมโบ้ และยังมีอีกสายพันธุ์หนึ่งคือ พันธุ์ “บ้านโฮ่ง 60” ลักษณะประจำพันธุ์ ลำไย พันธุ์ “อีดอ 60” หรือ “บ้านโฮ่ง 60” ซึ่งเริ่มปลูกที่บ้านโฮ่ง อำเภอบ้านโฮ่ง จังหวัดลำพูน เป็นลำไยที่กลายพันธุ์มาจากลำไยพันธุ์อีดอ ผลโตสม่ำเสมอ ช่อสวย เปลือกหนาแ
