Featured พืชทำเงิน เกษตรรอบด้าน

“มะแขว่น” พืชเศรษฐกิจเมืองเหนือปลูกร่วมกับชา กาแฟ หรือไม้ผลช่วยสร้างร่มเงาพร้อมรับรายได้ 2 ทางในพื้นที่เดียว

มะแข่น หรือมะแขว่น ในบางท้องถิ่นก็เรียก พริกหอม หมากมาศ หมากแก่น มะแว่น ลูกระมาศ มะแขว่นจัดเป็นไม้ยืนต้นที่ชาวเหนือนิยมเอาผลและเมล็ดแห้งมาประกอบอาหาร รวมทั้งนำมาใช้เป็นสมุนไพร เนื่องจากผลแห้งมีกลิ่นหอมแรงและมีรสเผ็ดร้อน ทำให้ช่วยดับกลิ่นคาวและเพิ่มรสชาติของอาหารให้อร่อยมากขึ้น

มะแขว่นเป็นไม้ที่พบมากในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พบมากในประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนตอนใต้ พม่า และลาว

ในประเทศไทยมีอยู่ทั่วไป ทั้งภาคกลาง ภาคใต้ และภาคเหนือ ซึ่งชาวเหนือเป็นเครื่องเทศหลักในการประกอบอาหารและรับประทานเป็นเครื่องเคียงอาหารประเภทลาบ

มะแขว่นเป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่

คุณสุพัฒธณกิจ โพธิ์สว่าง นักวิชาการเกษตรชำนาญการพิเศษ ศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่ สถาบันวิจัยพืชสวน กรมวิชาการเกษตร กล่าวว่า พืชสกุลมะแขว่นเป็นไม้ยืนต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ พบในพื้นที่ภาคเหนือ 9 ชนิด มีการนำมาบริโภค 3-4 ชนิด ได้แก่ มะแขว่น มะข่วง และมะก๊าด ส่วนมะแขว่นสายพันธุ์ไต้หวันยังไม่นิยมบริโภคมากนัก เนื่องจากมีกลิ่นและรสชาติแตกต่างจากมะแขว่นสายพันธุ์พื้นเมือง


มะแขว่น ถือเป็นพืชเศรษฐกิจประจำภาคเหนือตอนบนของเมืองไทย นิยมนำมาประกอบอาหารประเภทน้ำพริก แกงอ่อม บางส่วนนำมาใช้ประโยชน์เป็นยาสมุนไพรและเครื่องสำอาง มีการจำหน่ายทั้งผลสดและผลแห้งเพื่อนำมาใช้เป็นเครื่องเทศให้รสเผ็ดและร้อนให้กลิ่นหอมชวนรับประทาน และนำมาเป็นเครื่องเคียงในการรับประทานอาหารประเภทลาบเนื้อทั้งสุกและดิบและได้รับความนิยมในการบริโภคอย่างแพร่หลายในต่างประเทศโดยเฉพาะประเทศจีน ซึ่งมีการผลิตและแปรรูปเป็นปริมาณมาก

สำหรับประเทศไทย ผลผลิตในปัจจุบันส่วนหนึ่งเก็บจากต้นที่ขึ้นเองในป่า และส่วนหนึ่งเป็นผลที่ได้จากการปลูกในเชิงเศรษฐกิจ ขณะเดียวกัน ตลาดมีความต้องการผลผลิตมากขึ้น เพราะมีการแปรรูปจำหน่าย และมีการนำมาสกัดมาเป็นส่วนประกอบในการทำเครื่องสำอางและเวชภัณฑ์ จึงมีการส่งเสริมให้มีการเพาะขยายพันธุ์และส่งเสริมให้มีการเพาะปลูกมะแขว่นเพิ่มขึ้นในหลายพื้นที่

ผลมะแขว่นแห้ง

จากที่มะแขว่นเป็นพืชเฉพาะถิ่นที่มีการผลิตมากในบางพื้นที่ หลายภาคส่วนที่เกี่ยวข้องได้สนับสนุนและผลักดันให้มะแขว่นเป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ ด้านพืช (GI) ประจำจังหวัด เช่น จังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดน่าน ศึกษาลักษณะสัณฐานวิทยาและศึกษาการใช้ประโยชน์พืชสกุลมะแขว่น

คุณสุพัฒธณกิจ กล่าวต่อไปว่า ศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่ สถาบันวิจัยพืชสวน และสำนักคุ้มครองพันธุ์พืช ซึ่งเป็นหน่วยงานวิจัยของกรมวิชาการเกษตร ได้ทำการศึกษาวิจัยความหลากหลายและการตรวจวิเคราะห์จำแนกชนิดพันธุ์พืชพื้นเมืองทั่วไปสกุลมะแขว่น เพื่อศึกษาลักษณะสัณฐานวิทยา จำแนกชนิด และศึกษาการใช้ประโยชน์ในด้านต่างๆ ของพืชพื้นเมืองทั่วไปสกุลมะแขว่น

ในระหว่างปี 2560-2562 ได้ทำการสำรวจเก็บตัวอย่าง รวบรวมข้อมูลการใช้ประโยชน์พืชสกุลมะแขว่นในประเทศไทย และพบพืชสกุลมะแขว่น จำนวน 3 ชนิด ได้แก่ มะแขว่น, มะแขว่นสายพันธุ์ไต้หวัน และมะข่วง ซึ่งพืชสกุลมะแขว่นมักพบตามป่าทั้งป่าเบญจพรรณ ป่าดิบเขา ที่รกร้าง ชายป่า หรือริมสวนป่า ตั้งแต่ระดับพื้นราบไปจนถึงบนดอยที่มีความสูงมากกว่า 1,000 เมตร

มารู้จักกับชนิดของพืช สกุลมะแขว่น

มะแขว่น หรือมะแข่น จัดเป็นพืชบุกเบิกที่ขึ้นภายหลังจากไฟไหม้ป่า หรือป่าเสื่อมโทรม ทนทานต่อสภาพแห้งแล้ง โตเร็ว โรคและแมลงศัตรูพืชมีน้อย ต้องการการบำรุงรักษาน้อย สามารถปลูกในสภาพป่าธรรมชาติ และปลูกร่วมกับพืชเศรษฐกิจชนิดอื่นในภาคเหนือได้ดี เช่น ชา กาแฟอะราบิก้า ส้ม เงาะ ลิ้นจี่ มะม่วง สับปะรด ไม้ผลเมืองหนาว หรือแม้แต่พืชผัก

เนื่องจากมะแขว่นเป็นพืชที่ผลัดใบ และมีทรงพุ่มสูงโปร่ง แสงทะลุผ่านทรงพุ่มได้ดี จึงสามารถเป็นพืชบังร่มเงาให้กับพืชที่ไม่ชอบแสงแดดจัดได้ รวมทั้งยังช่วยลดปัญหาบางประการในการผลิตพืชได้ อาทิ ลดอาการผิวไหม้ (sun-burn) ในการผลิตส้ม

ผลสุกมะแขว่น

มะแขว่นจะเริ่มให้ผลผลิตหลังจากปลูกประมาณ 3 ปี มีอายุการให้ผลผลิตนานหลายสิบปี และให้ผลผลิตเพิ่มขึ้นตามอายุ

มะแขว่นผลสด 3 กิโลกรัม เมื่อนำมาทำแห้งแล้วจะเหลือ 1 กิโลกรัม มะแขว่นอายุ 3-5 ปี จะให้ผลผลิตประมาณ 5-15 กิโลกรัมสดต่อต้น อายุ 6-10 ปี จะให้ผลผลิต 15-45 กิโลกรัมสดต่อต้น และต้นที่อายุ 15 ปีขึ้นไป ขนาดต้นสมบูรณ์สามารถให้ผลผลิตได้มากกว่า 50 กิโลกรัมต่อต้น

มะแขว่นสายพันธุ์ไต้หวัน

ลักษณะเด่นมะแขว่นสายพันธุ์ไต้หวันคือ ลำต้นมีหนามสั้นแหลม ต้นเตี้ย และเล็กกว่ามะแขว่นสายพันธุ์ไทย มีผลดก ผลสุกจะมีสีแดงสด ผลมีน้ำมันหอมระเหยปริมาณมาก ใบและขนาดทรงพุ่มเล็กกว่า เมื่อเทียบกับมะแขว่นสายพันธุ์ไทย

แหล่งที่พบ มีการนำเข้าพันธุ์มาจากแรงงานรับจ้างที่ไปทำงานที่ประเทศไต้หวัน นำมาปลูกที่จังหวัดพะเยาเป็นแห่งแรก พบว่าเจริญเติบโตได้ดีและให้ผลผลิตเร็วกว่ามะแขว่นพื้นเมืองพันธุ์ไทย ได้มีการเพาะพันธุ์ต้นกล้าจำหน่ายแพร่กระจายไปทั่วภาคเหนือหลายจังหวัด

มะแขว่นสายพันธุ์ไต้หวันมีกลิ่นไม่หอมเหมือนมะแขว่นพื้นเมืองสายพันธุ์ไทย จึงไม่ได้รับความนิยมมาประกอบอาหารเป็นเครื่องเทศ ภายหลังต้นมะแขว่นสายพันธุ์ไต้หวันขาดการดูแลและถูกโค่นทิ้ง แต่จากการสกัดทำน้ำมันหอมระเหย พบว่ามีปริมาณน้ำมันค่อนข้างสูง จึงได้รับความสนใจในการนำน้ำมันที่สกัดมาใช้ประโยชน์แทนการบริโภค

โอกาสที่มะแขว่น จะเป็นพืชเศรษฐกิจของจังหวัดเชียงใหม่

คนทางภาคเหนือนิยมนำผลและเมล็ดแห้งประกอบอาหาร เนื่องจากผลแห้งของมะแขว่นมีกลิ่นหอมแรงและมีรสเผ็ดร้อน ช่วยดับกลิ่นคาวและเพิ่มรสชาติของอาหารให้อร่อย รวมถึงใช้เป็นยาสมุนไพร มีฤทธิ์กระตุ้นความอยากอาหาร และฆ่าพยาธิบางชนิด

นอกจากนี้ ยังมีการนำผลสดและแห้งมาสกัดเป็นน้ำมันหอมระเหย เพื่อใช้ทา ถู นวด ลดอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ได้มีการนำมาใช้เป็นส่วนผสมของเครื่องสำอาง เช่น แชมพู ครีมบำรุงผม และยังสามารถพัฒนาทำเป็นผลิตภัณฑ์ฉีดพ่นป้องกันยุงและไล่แมลงศัตรูพืช

จากสรรพคุณต่างๆ ดังกล่าว มะแขว่นมีศักยภาพและสามารถที่จะผลักดันให้เป็นพืชเศรษฐกิจอันดับต้นๆ ของบางพื้นที่ในจังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดน่าน เนื่องจากมีการผลิตและจำหน่ายเป็นพืชการค้า มีการใช้ประโยชน์อย่างแพร่หลายทั้งการเป็นส่วนประกอบอาหาร และยาในตำรับยาไทยและตำรับยาจีน

สารสำคัญหลักในมะแขว่น ที่ให้กลิ่นและรสชาติเป็นเอกลักษณ์ คือ สาร D-limonene, Terpin-4-OL และ Sabimene จากการวิจัยยังพบว่า น้ำมันมะแขว่นมีสรรพคุณบรรเทาอาการบาดเจ็บ และลดการอับเสบของกล้ามเนื้อ การสูดดมน้ำมันมะแขว่น ยังมีผลต่อการเพิ่มค่าความดันโลหิต และกระตุ้นประสาทให้มีการตื่นตัว ทำให้รู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่ามากขึ้นด้วย

Related Posts