ลิสบอน
พันธุ์ ลิสบอน เลมอน (Lisbon Lemon) มีถิ่นกำเนิดในโปรตุเกส ให้ผลผลิตที่สูงมาก ทนต่อสภาวะความร้อนและลมแรงได้ ดังนั้น จึงปลูกได้ผลผลิตที่ดีในประเทศไทย ชอบแดด ดินที่ใช้ควรระบายน้ำได้ดีเช่นเดียวกับมะนาว ควรรดน้ำอย่างสม่ำเสมอในช่วง 3 ปีแรก ลักษณะเด่น คือ มีความแข็งแรง ทนทาน สามารถเติบโตเต็มที่ได้ถึง 8 เมตร ส่วนผลมีขนาดเล็กกว่ายูเรก้าเลมอนเล็กน้อย มีผิวเรียบเนียนและกระจ่างใส มีหัวนกอยู่ตรงปลายตรงก้าน รสชาติฉ่ำ ค่อนข้างเปรี้ยว มีเมล็ดเล็กน้อยหรือแทบไม่มีเลย ขยายพันธุ์ ด้วยการตอนกิ่ง และเสียบยอด แหล่งที่มา : ทิดโส โม้ระเบิด โทรศัพท์ 099-254-6542
LATEST NEWS
กองพัฒนาเกษตรอุตสาหกรรม กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (DIPROM) ร่วมกับสมาคมส่งเสริมดิจิทัลเพื่อการเกษตรและอุตสาหกรรม เดินหน้ากิจกรรม “พัฒนาต้นแบบชุมชนเกษตรหัวขบวน” ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 19–20 กันยายน 2569 ณ โรงแรม Blue Hippo Hotel เพื่อสรุปผลการดำเนินงานและประกาศกิจการที่ได้รับคัดเลือกเป็น Success Case จำนวน 4 กิจการ หลังพัฒนาผู้ประกอบการเกษตร 19 ราย ให้ก้าวจาก “ผู้รับการพัฒนา” สู่ “หัวขบวน” ที่สามารถนำองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมไปใช้กับธุรกิจของตนเอง พร้อมถ่ายทอดและขยายผลสู่เกษตรกรและผู้ประกอบการในเครือข่าย นางสาวศศิวิมล สุทธิเลิศ ผู้อำนวยการกองพัฒนาเกษตรอุตสาหกรรม กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เผยว่า กิจกรรมเกษตรหัวขบวนเป็นการต่อยอดจากการดำเนินงานโครงการเกษตรแม่นยำในปี 2568 ซึ่งที่ผ่านมาในหนึ่งปีสามารถพัฒนาเกษตรกรและผู้ประกอบการได้ประมาณ 30–40 ราย เนื่องจากข้อจำกัดด้านการลงพื้นที่และการพัฒนาไม่สามารถครอบคลุมเกษตรกรทั้งหมดได้ จึงเกิดแนวคิดในการสร้าง “หัวขบวน” ที่มีศักยภาพ เพื่อให้สามารถนำสิ่งที่ได้รับไปต่อยอดและขยายผลในพื้นที่ของตนเองได้ “จากผู้ประกอบการ 19 ต้น
ปัญหา PM2.5 ในกรุงเทพฯ เป็นความท้าทายของการออกแบบและบริหารเมือง โดยจากข้อมูลพบว่าแหล่งกำเนิด PM2.5 มาจากรถยนต์ดีเซล 46% การเผาชีวมวล 22% อนุภาคทุติยภูมิ 14% รถยนต์เบนซิน 11% และแหล่งอื่นอีก 7% ทำให้บทบาทของ “ต้นไม้” จากพื้นที่เพื่อความร่มรื่นและความสวยงาม สู่ “พื้นที่สีเขียวลดฝุ่น” ด้วยการผสานองค์ความรู้ด้านพืชและกระบวนการพืชบำบัด เข้ากับเทคโนโลยี AI ระบบเซ็นเซอร์ และซอฟต์แวร์จำลองสามมิติ เพื่อช่วยหาคำตอบว่า ควรปลูกต้นไม้ชนิดใด และจัดวางอย่างไร จึงจะสร้าง “กำแพงสีเขียว” ที่ช่วยดักจับฝุ่นในเมืองได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด จึงเป็นที่มาให้ รศ.ดร.ชัยรัตน์ ตรีทรัพย์สุนทร อาจารย์ประจำหลักสูตรวิทยาศาสตร์ชีวภาพเชิงบูรณาการและนวัตกรรม คณะทรัพยากรชีวภาพและเทคโนโลยี และหัวหน้าห้องปฏิบัติการ Remediation (RMT) สถาบันพัฒนาและฝึกอบรมโรงงานต้นแบบ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) และทีมวิจัย ได้พัฒนา “โปรแกรมจัดสวนลดฝุ่น” เพื่อช่วยพยากรณ์ประสิทธิภาพของสวนลดฝุ่น โดยภายในโปร
“ชันโรง” เป็นแมลงขนาดเล็กที่หลายคนอาจยังไม่รู้จัก มีอุปนิสัยชอบเก็บน้ำหวานและละอองเกสรดอกไม้เป็นอาหารคล้ายๆ กับผึ้ง ซึ่งชันโรงจะไม่เหมือนกับผึ้งตรงที่ไม่มีเหล็กในจึงไม่สามารถต่อยได้ หลายภูมิภาคของประเทศไทยสามารถพบชันโรงได้และมีชื่อเรียกที่แตกต่างกันไป ภาคใต้เรียกชันโรงขนาดเล็กว่า อุงหรือแมลงโลม และชันโรงขนาดใหญ่ว่า อุงหมี ส่วนทางภาคตะวันตกเรียกว่า ตัวตุ้งติ้งหรือตัวติ้ง ภาคเหนือเรียกชันโรงที่มีขนาดเล็กว่า แมลงขี้ตึงหรือตัวขี้ตังนี แต่ถ้าเป็นชันโรงที่มีขนาดใหญ่เรียกว่า ขี้ย้าด้าหรือขี้ย้าแดง เรียกตามสีของลำตัว โครงสร้างภายในรังของชันโรงจะประกอบไปด้วย ปากทางเข้ารังที่หลายลักษณะ เช่น เป็นหลอดหรือปล่อง รูปปากแตรหรือมีรูเล็กๆ และมียางเหนียวๆ อยู่บริเวณปากทางเข้าออกรัง ชันโรงสามารถสร้างรังได้หลากหลายที่ ตั้งแต่โพรงลำต้นไม้ใหญ่ ในดินจอมปลวกหรือแม้แต่รอยแยกของบ้าน ซอกตึก กล่องไม้ต่างๆ ก็สามารถทำรังได้ด้วยเช่นกัน ภายในรังมีการสร้างห้องหรือที่เรียกอีกอย่างว่ากระเปาะ แบ่งแยกกันตามประโยชน์ใช้สอยคือ การสร้างกระเปาะเก็บเกสร กระเปาะสำหรับวางไข่และเลี้ยงตัวอ่อน กระเปาะเก็บน้ำหวาน ซึ่งการสร้างในลักษณะน
ท่ามกลางแรงกดดันของภาคเกษตรไทยทั้งเรื่องต้นทุนที่พุ่งสูง สภาพดินที่เสื่อมโทรม และโจทย์ด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มข้นขึ้น “ไบโอชาร์” กำลังถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นหนึ่งในคำตอบใหม่ของระบบการผลิตที่ยั่งยืนมากขึ้น ดร.สัญชัย คูบูรณ์ จากทีมวิจัยตัวเร่งปฏิกิริยา (CAT) กลุ่มวิจัยการเร่งปฏิกิริยาระดับนาโน การดูดซับและการคำนวณ (NCAS) นาโนเทค สวทช. อธิบายว่า ในหลายประเทศ โดยเฉพาะญี่ปุ่นและออสเตรเลีย ไบโอชาร์ถูกนำไปใช้ในภาคเกษตรมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งในฐานะวัสดุปลูกทดแทนพีทมอส และเป็นสารปรับปรุงดินที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต มีข้อมูลจากงานวิจัยจำนวนมากรองรับว่า การใช้ไบโอชาร์ร่วมกับปุ๋ยสามารถลดการใช้ปุ๋ยลงได้ประมาณ 20% โดยไม่กระทบต่อผลผลิต ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของวัสดุชนิดนี้ในฐานะเครื่องมือช่วยลดต้นทุนในระยะยาว “เมื่อหันกลับมามองบริบทของประเทศไทยยังพบว่า การใช้งานไบโอชาร์ยังไม่แพร่หลายมากนัก ส่วนหนึ่งมาจากข้อจำกัด ด้านต้นทุนการผลิตที่ยังสูง เมื่อเทียบกับวัสดุปลูกทั่วไปในตลาด รวมถึงการรับรู้ของผู้ใช้งานที่ยังไม่เข้าใจคุณสมบัติ และวิธีการใช้อย่างถูกต้อง ทำให้ไบโอชาร์ยังคงอยู่ในสถานะเท
