พันธุ์ ลิสบอน เลมอน (Lisbon Lemon) มีถิ่นกำเนิดในโปรตุเกส ให้ผลผลิตที่สูงมาก ทนต่อสภาวะความร้อนและลมแรงได้ ดังนั้น จึงปลูกได้ผลผลิตที่ดีในประเทศไทย ชอบแดด ดินที่ใช้ควรระบายน้ำได้ดีเช่นเดียวกับมะนาว ควรรดน้ำอย่างสม่ำเสมอในช่วง 3 ปีแรก
ลักษณะเด่น คือ มีความแข็งแรง ทนทาน สามารถเติบโตเต็มที่ได้ถึง 8 เมตร ส่วนผลมีขนาดเล็กกว่ายูเรก้าเลมอนเล็กน้อย มีผิวเรียบเนียนและกระจ่างใส มีหัวนกอยู่ตรงปลายตรงก้าน รสชาติฉ่ำ ค่อนข้างเปรี้ยว มีเมล็ดเล็กน้อยหรือแทบไม่มีเลย
ขยายพันธุ์ ด้วยการตอนกิ่ง และเสียบยอด
แหล่งที่มา : ทิดโส โม้ระเบิด โทรศัพท์ 099-254-6542
MOST POPULAR
มะนาว พืชคู่ครัวไทยที่แทบทุกบ้านขาดไม่ได้ ไม่ว่าราคาจะถูกหรือแพง ก็ยังเป็นวัตถุดิบสำคัญในชีวิตประจำวัน ขณะเดียวกัน สำหรับเกษตรกรผู้ปลูก มะนาวก็ถือเป็น “พืชปราบเซียน” ของใครหลายคนเช่นกัน เพราะในวงการมะนาว มีทั้งเกษตรกรหน้าใหม่หน้าเก่าวนเวียนเข้าออกกันอยู่ทุกวัน สะท้อนให้เห็นว่าความต้องการของตลาดยังมีต่อเนื่องตลอดทั้งปี เพียงแต่ราคามะนาวมีขึ้นมีลงตามฤดูกาล ใน 1 ปี มีทั้งช่วงราคาดีและช่วงราคาตกต่ำ ใครวางแผนการผลิตแม่น มองตลาดขาด ก็มีโอกาสทำกำไรได้ดี แต่หากปลูกตามกระแสโดยไม่มีข้อมูลรองรับ ก็อาจไปไม่รอดเช่นกัน จึงเรียกได้ว่า มะนาวเป็นพืชที่สร้างโอกาสมหาศาลให้กับคนที่ “จับทางถูก” แต่ก็อาจกลายเป็นฝันร้ายของคนที่ลงทุนโดยไม่ศึกษาตลาดให้ดีพอ คุณนิพนธ์ พรหมรักษ์ เจ้าของ “สวนมะนาวท้ายไร่” ต.เนินปอ อ.สามง่าม จ.พิจิตร คือหนึ่งในเกษตรกรรุ่นเก๋าที่อยู่ในวงการมะนาวมายาวนานกว่า 19 ปี โดยนำความรู้จากสายงานโปรแกรมเมอร์มาประยุกต์ใช้กับการบริหารสวน จุดเด่นคือการใช้ข้อมูลวิเคราะห์ตลาดและวางแผนการผลิตอย่างเป็นระบบ ทำให้ไม่ว่าสถานการณ์ราคามะนาวจะถูกหรือแพง ก็ยังสามารถบริหารจัดการสวนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสร้
ในมุมมองของคนทำเกษตร “วัชพืช” มักถูกมองว่าเป็นศัตรูตัวสำคัญของแปลงปลูก เพราะเข้ามาแย่งทั้งน้ำ แสงแดด และธาตุอาหารจากพืชหลัก หลายพื้นที่จึงเลือกกำจัดวัชพืชทันทีที่เริ่มพบเห็น แต่ในอีกมุมหนึ่ง วัชพืชอาจกำลังทำหน้าที่เป็น “สัญญาณจากธรรมชาติ” ที่ช่วยบอกสภาพของดินและระบบนิเวศในพื้นที่โดยที่หลายคนไม่ทันสังเกต แท้จริงแล้ว วัชพืชแต่ละชนิดไม่ได้ขึ้นแบบสุ่ม แต่จะเลือกเติบโตในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมกับตัวเอง บางชนิดชอบดินแน่น บางชนิดขึ้นได้ดีในดินกรด หรือบางชนิดมักพบในพื้นที่ที่มีธาตุอาหารไม่สมดุล จึงทำให้เกษตรกรสามารถใช้ “วัชพืช” เป็นตัวช่วยสังเกตคุณภาพดินเบื้องต้นได้ วัชพืช คือ “ตัวบอกสภาพดิน” ตามธรรมชาติ ในระบบนิเวศทางการเกษตร ธรรมชาติจะพยายามสร้างสมดุลให้กับพื้นที่อยู่เสมอ เมื่อดินมีปัญหาในลักษณะใด มักจะมีพืชบางชนิดเข้ามาปกคลุมพื้นที่นั้นโดยอัตโนมัติ เพื่อช่วยฟื้นฟูหรือปรับสภาพดินในระยะหนึ่ง เกษตรกรสมัยก่อนในหลายพื้นที่จึงนิยม “อ่านดินจากวัชพืช” ควบคู่ไปกับการสังเกตสภาพแวดล้อมอื่นๆ เช่น ความชื้น สีดิน หรือแมลงที่พบในแปลง แม้จะไม่สามารถใช้แทนการวิเคราะห์ดินทางวิทยาศาสตร์ได้ทั้งหมด แต่ก็ถือเป็นภู
ผู้เขียน : Huynh Nhat Mai Van หากพูดถึง “ต้นก้ามปู” หลายคนคงคุ้นเคยกับภาพของไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ที่มีทรงพุ่มแผ่กว้าง ให้ร่มเงาตามริมถนน สวนสาธารณะ หรือพื้นที่ต่างๆ แต่รู้หรือไม่ว่า ต้นไม้ที่พบเห็นได้ทั่วไปชนิดนี้มีประโยชน์มากกว่าการให้ร่มเงา เพราะสามารถนำส่วนต่างๆ มาใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย ทั้งด้านการเกษตร การเลี้ยงสัตว์ และการปรับปรุงบำรุงดิน โดยเฉพาะใบและฝักของต้นก้ามปูที่สามารถนำมาใช้เป็นอาหารสัตว์สำหรับโค แพะ และสัตว์กินพืชบางชนิด ขณะที่ใบก้ามปูที่ร่วงหล่นยังสามารถนำไปทำปุ๋ยหมักหรือใช้เป็นวัสดุปรับปรุงดินได้อีกด้วย นับเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่รอบตัว โดยไม่จำเป็นต้องลงทุนสูง วันนี้ เทคโนโลยีชาวบ้าน จะพาไปรู้จัก “ต้นก้ามปู” ให้มากขึ้น พร้อมเปิดประโยชน์ที่หลายคนอาจมองข้าม ว่าต้นไม้เพียงต้นเดียวสามารถนำไปใช้ประโยชน์และต่อยอดในภาคการเกษตรได้อย่างไรบ้าง รู้จัก “ต้นก้ามปู” ไม้ยืนต้นทรงพุ่มกว้าง ให้ร่มเงาได้ดี ต้นก้ามปู หรือที่รู้จักกันในชื่อ “จามจุรี” มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Samanea saman (Jacq.) Merr. เป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ มีถิ่นกำเนิดในเขตร้อนของทวีปอเมริกา สามารถพบไ
นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานโครงการยกระดับสหกรณ์ยางด้วยนวัตกรรม ภายใต้แนวคิด “บูรณาการเกษตรนวัตกรรม เพื่อความยั่งยืนของชาวสวนยาง” ณ สหกรณ์กองทุนสวนยางตำบลเสอเพลอ จำกัด อำเภอกุมภวาปี จังหวัดอุดรธานี ว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์มุ่งเน้นการยกระดับรายได้ คุณภาพชีวิต และความมั่นคงในการประกอบอาชีพของพี่น้องชาวสวนยาง โดยสถานการณ์ราคายางพาราในตลาดปี 2569 มีแนวโน้มปรับตัวสูงที่สุดในรอบ 10 ปี ซึ่งราคายางแผ่นรมควันชั้น 3 พุ่งสูงสุดถึง 97.90 บาทต่อกิโลกรัม, ยางแผ่นดิบ สูงสุด 93.50 บาทต่อกิโลกรัม, น้ำยางสด สูงสุด 89.95 บาทต่อกิโลกรัม และยางก้อนถ้วย 100% สูงสุด 82.17 บาทต่อกิโลกรัม นอกจากนี้ การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ได้บูรณาการร่วมกับกรมส่งเสริมสหกรณ์ กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสกลนคร ถ่ายทอดองค์ความรู้ผ่าน 4 ฐานนวัตกรรม (RAOT SMART AGRICULTURE) ได้แก่ นวัตกรรมการบริหารจัดการสวนยาง (SMART RUBBER INNOVATION), นวัตกรรมการเงินครัวเรือน (SMART MONEY), นวัตกรรมการบริหารสหกรณ์ (S
