ศูนย์วิจัยพืชไร่สุพรรณบุรี
อ้อยสุพรรณบุรี 50 เป็นพันธุ์อ้อยคั้นน้ำ ที่ได้จากการผสมสายพันธุ์ของอ้อยพันธุ์ SP074 ที่ศูนย์วิจัยพืชไร่สุพรรณบุรี 2533 เสร็จสิ้นการทดลอง ในปี 2539 ลักษณะประจำพันธุ์ มีใบขนาดใหญ่ ปลายใบโค้ง ลำต้นมีสีเขียวอมเหลือง ปล้องมีรูปร่างทรงกระบอก ค่อนข้างยาว ไม่มีร่องเหนือตา ตามีรูปร่างกลม มีวงเจริญสีเหลืองและนูน ข้อโปน แตกกอดี เจริญเติบโตเร็ว ข้อมูลดังกล่าว อ้างอิงมาจากศูนย์วิจัยพืชไร่สุพรรณบุรี คุณสมร รัตนะชัย (คุณหมอน) อายุ 47 ปี บ้านบ่อคู่ 10/3 หมู่ที่ 2 ตำบลท่าหลวง อำเภอท่าหลวง จังหวัดลพบุรี คุณสมร กล่าวว่า ตนเองมีอาชีพเป็นเกษตรกร เริ่มแรกเดิมที ก่อนที่จะมาปลูกอ้อยคั้นน้ำ เคยปลูกอ้อยน้ำตาลส่งโรงงานทำน้ำตาลทรายที่พวกเรารู้จักกัน แต่ด้วยเคยขาดทุนกับการปลูกอ้อยน้ำตาลจนเกือบล้มละลาย ด้วยราคาอ้อยน้ำตาลจะขึ้นๆ ลงๆ ตลอด และประจวบเหมาะกับช่วงปี พ.ศ. 2553 ที่เกิดอุทกภัย เกิดน้ำท่วมในประเทศไทยหนักที่สุดในรอบหลายสิบปี ทำให้อ้อยน้ำตาลที่ปลูกไว้จำนวนหลายสิบไร่ถูกน้ำท่วมทั้งหมด ด้วยระดับน้ำที่ท่วมมีความสูงมากและน้ำท่วมไวมาก ทำให้ไม่สามารถตัดอ้อยน้ำตาลได้ทัน เงินที่ลงทุนไปก็หายไปกับตา คุณสมร กล่าวต่อว่า ยั
กรมวิชาการเกษตร ส่งแพ็กเกจเครื่องจักรกลแก้ปัญหาเผาใบอ้อย โชว์ศักยภาพรถตัดอ้อยสดชนิดตัดเป็นลำ เครื่องสางใบอ้อยและมีดสางใบ เครื่องสับใบอ้อยระหว่างแถวอ้อยตอและเครื่องสับใบและกลบเศษซากอ้อย แก้ปัญหาให้ชาวไร่อ้อยได้ครบวงจร ชี้การเผาทำดินเสื่อม สูญเสียปริมาณและคุณภาพอ้อย เกิดมลพิษทางอากาศ แถมเจอหนอนกอรุมระบาดมากขึ้น นางสาวเสริมสุข สลักเพ็ชร์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า การเผาใบและเศษซากอ้อยยังคงเป็นปัญหาสำคัญของการผลิตอ้อยและน้ำตาลของไทย ที่ส่งผลกระทบต่อผลผลิตอ้อยทั้งด้านปริมาณและคุณภาพ ที่สำคัญยังส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อม รวมทั้งการเสื่อมคุณภาพของดิน โดยการเผาใบและเศษซากอ้อยของเกษตรกรมีอยู่ด้วยกัน 3 ลักษณะ คือการเผาใบอ้อยก่อนการเก็บเกี่ยว หลังการเก็บเกี่ยว และก่อนการเตรียมดินปลูกอ้อย สาหตุหลักของการเผาใบและเศษซากอ้อยมาจากปัญหาการขาดแคลนแรงงานในการเก็บเกี่ยวและเพื่อความสะดวกรวดเร็วในการตัดอ้อย ประกอบกับคนงานตัดอ้อยได้ค่าแรงตัดอ้อยมากขึ้น เนื่องจากตัดอ้อยไฟไหม้ได้มากกว่าตัดอ้อยสดที่ต้องเสียเวลาริดใบออก แต่การตัดอ้อยไฟไหม้นอกจากจะทำให้เกิดการสูญเสียน้ำหนัก ผลผลิต และคุณภาพความหวาน
