สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า)
สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ได้สนับสนุนโครงการวิจัยการสร้างความยั่งยืนทางเศรษฐกิจ ต่อแรงงานที่เคลื่อนย้ายกลับสู่ท้องถิ่นในภาคธุรกิจท่องเที่ยวและบริการภาย ใต้แนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง ดำเนินโครงการโดย รศ.ดร เจริญชัย เอกมาไพศาล คณะการจัดการการท่องเที่ยว สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ ทั้งนี้ จากการระบาดของโรคโควิด-19 ที่ผ่านมาส่งผลกระทบโดยตรงต่อภาคธุรกิจการท่องเที่ยวและบริการ ไม่ว่าจะเป็นโรงแรม ที่พัก รวมถึงร้านอาหารต่างๆ ได้รับผลกระทบเป็นจำนวนมาก ทั้งผู้ประกอบการและลูกจ้าง หรือพนักงาน จำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้ประกอบการและลูกจ้างต้องปรับตัวเองเพื่อความอยู่รอด ทำให้ธุรกิจต้องปรับการบริหารจัดการแบบยืดหยุ่นในช่วงภาวะวิกฤต มีความหลากหลายในด้านบริการ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า นำหลักบริหารแบบครอบครัวมาปรับใช้เพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดีมีความเห็นอกเห็นใจกันทั้งนายจ้างและลูกจ้างเพื่อความอยู่รอด ในขณะที่ลูกจ้าง หรือพนักงานที่ต้องเจอมรสุมออกจากงานกลับถิ่นฐานจะต้องปรับตัวเองนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ มีความรู้ทักษะในการหารายได้ในยุคดิจิตอล ด
ศ.นพ. สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล เลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ทำหน้าที่ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เปิดเผยว่า ผศ.ดร. อภิรดา ชิณประทีป สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (NIDA) นักวิจัยที่ได้รับทุนวิจัยเร่งด่วน จาก วช. ให้ข้อมูลว่า ในระหว่างที่มีความกังวลเรื่องการระบาดของโรค โควิด-19 การซื้อสินค้าทางออนไลน์เพิ่มขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ 2563 เมื่อเทียบกับเดือนมกราคม – มูลค่าการซื้อขายออนไลน์ผ่านโทรศัพท์มือถือ ประมาณการมูลค่าเพิ่มขึ้นมากกว่า 50% (ปริมาณการใช้งาน เพิ่มขึ้น 88.19%) – ปริมาณการใช้งานผ่านแอปพลิเคชั่นลาซาด้า เพิ่มขึ้น 121.52%, แอปพลิเคชั่นช้อปปี้ เพิ่มขึ้น 478.59% และแอปพลิเคชั่นแกร็บ เพิ่มขึ้น 74.36 % โดยปี 2562 มูลค่าตลาดอีคอมเมิร์ซไทยอยู่ที่ประมาณ 3.2 ล้านล้านบาท (ที่มา: ประมาณการจากข้อมูลเบื้องต้นโดย กสทช. และ ETDA) แหล่งข้อมูล. ศูนย์ปฏิบัติการสถานการณ์ฉุกเฉินด้านการวิจัยและวิชาการ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม ผศ.ดร.ณพงศ์ นพเกตุ ผู้อำนวยการศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยว่า ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน เรื่อง “กัญชา ประโยชน์ หรือ โทษ” โดยสำรวจระหว่างวันที่ 16-17 สิงหาคม จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา และอาชีพทั่วประเทศ รวม 1,250 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับการทำให้กัญชาถูกกฎหมายเพื่อการรักษาโรค จากการสำรวจ เมื่อถามถึงการทราบ หรือเคยได้ยินเกี่ยวกับประโยชน์ของกัญชา ที่สามารถนำมาใช้เป็นยารักษาโรคได้ พบว่า ส่วนใหญ่ ร้อยละ 68.24 ทราบ/เคยได้ยิน ร้อยละ 31.36 ไม่ทราบ/ไม่เคยได้ยิน และร้อยละ 0.40 ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ ด้านความคิดเห็นเกี่ยวกับการมีกฎหมายเฉพาะให้ใช้กัญชา เป็นยารักษาโรคโดยถูกกฎหมายในอนาคต พบว่า ส่วนใหญ่ ร้อยละ 72.40 เห็นด้วย เพราะกัญชามีประโยชน์หลายอย่าง น่าจะใช้ในการรักษาโรคได้ ถ้านำมาใช้กับทางการแพทย์ก็คาดว่าน่าจะเกิดประโยชน์อย่างมาก บางส่วนระบุว่าต่างประเทศก็ทำกัน รองลงมา ร้อยละ 24.96 ไม่เห็นด้วย เพราะถ้าทำให้ถูกฎหมายจะมีผลเสียมากกว่าผลดี ไม่สามารถควบคุมได
