สมุนไพรไทย
บริษัท ธัญทัช อินเตอร์เทรด จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหารไทยพร้อมทาน ภายใต้แบรนด์ “ เครื่องต้น ” เริ่มต้นทำธุรกิจด้วยความเชื่อที่ว่า “ รสชาติไทยแท้ ”ไม่ควรหายไปจากการแปรรูป ต้องการให้ทุกคนทั่วโลก ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน สัมผัสรสชาติเดียวกันกับที่ได้กินที่ประเทศไทย ของแท้ ไม่ใช่แค่คำพูด เครื่องต้นไม่ปรับรสชาติเพื่อตลาด ไม่ลดความเผ็ด ไม่เจือจางกลิ่นสมุนไพร สิ่งที่อยู่ในขวดเครื่องต้นคือสิ่งที่แม่ครัวไทยใส่ในกระทะ ซึ่งเป็นรสชาติไทยแท้แน่นอน “พราวด์-ฐัญวลัย เรียบร้อยเจริญ”กรรมการผู้จัดการ บริษัท ธัญทัช อินเตอร์เทรด จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหารไทยพร้อมทาน ภายใต้แบรนด์ “ เครื่องต้น ” กล่าวว่า ไทยคือแหล่งอาหารอร่อยของโลก “เครื่องต้น” ส่งออกอาหารไทย Ready-to-Cook เจาะตลาดโลกให้ผู้บริโภคเข้าถึงรสชาติอร่อย แบบต้นตำรับได้ง่าย ทุกที่ ทุกเวลา ปัจจุบันบริษัทผลิตและส่งออกผลิตภัณฑ์อาหารไทย Ready-to-Cook ไปยังตลาดโลก 5-6 ประเทศแล้ว ได้แก่ จีน ฮ่องกง ออสเตรเลีย และซาอุดิอาระเบีย โดยมีเป้าหมายให้ตำรับอาหารไทยแท้เป็นสิ่งที่โลกรู้จัก และยอมรับในฐานะ มาตราฐานใหม่ของอาหารไทย ผลิตภัณฑ์เครื่องต้
“ผักเป็นยา” เป็นแนวคิดที่เชื่อว่าผักสามารถนำมาใช้ในการบำรุงร่างกายและรักษาโรคต่างๆ ได้ เนื่องจากผักมีสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ ซึ่งมีทั้งวิตามิน แร่ธาตุ และสารต้านอนุมูลอิสระ เทคโนโลยีชาวบ้านจึงได้รวบรวมพืชสมุนไพร ผักกินได้ ใกล้ตัว ที่มีสรรพคุณช่วยบำรุงร่างกายกว่า 10 ชนิดมาฝาก อันดับ 1 ขิง สมุนไพรที่ใช้ทำอาหาร และมีสรรพคุณในการรักษาโรค ซึ่งสามารถช่วยรักษาอาการท้องอืด อาหารไม่ย่อย และช่วยบรรเทาอาการไมเกรนลดความเจ็บปวดจากการปวดหัวได้ อันดับ 2 กระสัง พืชมนต์ขลัง ยาดีไม่มีลืมเลือน ผักที่เป็นอาหารและเป็นยา มีประโยชน์และคุณค่าทางอาหารช่วยในเรื่องของระบบย่อยอาหาร ใช้เป็นยาสมุนไพรนำใบมาต้ม ใช้ล้างหน้ารักษาสิว และทำให้ผิวหน้าใส อันดับ 3 หูเสือ สมุนไพรประจำบ้าน ช่วยแก้หวัด ซึ่งเป็นพืชผักสมุนไพรมาใช้รักษาบรรเทาอาการไอ แก้หวัดคัดจมูกได้อย่างยอดเยี่ยม อันดับ 4 ตดหมู ตดหมา(พาโหม) สมุนไพรที่ใช้ลดน้ำตาล-ไขมันในเลือด ทั้งยาบำรุงที่ดี เป็นยาอายุวัฒนะ โดยเชื่อว่าการรับประทานเป็นประจำ สามารถเพิ่มกำลัง เพิ่มสมรรถภาพทางเพศ ช่วยทำให้กระดูกที่หักติดกันง่าย ช่วยทำให้สีผิวเงางาม ช่วยกำจั
เมื่อ “การไม่มีโรค” ไม่ใช่แค่ลาภอันประเสริฐ แต่กลายเป็นเป้าหมายหลักของการใช้ชีวิตในยุค Longevity Economy หรือเศรษฐกิจอายุยืนที่กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดดในปี 2026 นี้ ผู้บริโภคทั่วโลกไม่ได้มองหาเพียงแค่อาหารเพื่อประทังชีวิต แต่กำลังให้ความสำคัญกับ “ความมั่นคงทางอาหาร” (Food Security) ที่ควบคู่ไปกับคุณภาพที่ยั่งยืน หนึ่งในเทรนด์ที่น่าจับตาที่สุดคือการยกระดับ “อาหารให้เป็นยา” (Functional Food & Herb) ซึ่งไม่ใช่เพียงกระแสชั่วคราว แต่คือการตื่นตัวในระดับอุตสาหกรรมที่เปลี่ยนจาก “การรักษา” มาเป็นการ “ป้องกัน” ส่งผลให้สมุนไพรไทยกลายเป็นพืชเศรษฐกิจที่มีอนาคตไกล โดยเฉพาะในกลุ่มวิสาหกิจชุมชนที่สามารถปรับตัวเข้าสู่มาตรฐานสากล อาชีพการปลูกสมุนไพรในวันนี้จึงไม่ใช่แค่การทำเกษตรแบบดั้งเดิม แต่คือการสร้างรายได้ที่มั่นคงผ่านตลาดส่งออกที่ทรงอิทธิพลอย่าง จีนและไต้หวัน รวมถึงการตอบโจทย์ความต้องการของบริษัทเอกชนในประเทศที่เร่งพัฒนาผลิตภัณฑ์นวัตกรรมจากสมุนไพรไทยเพื่อรองรับสังคมสูงวัย ซึ่งถือเป็นโอกาสทองในการสร้างรายได้ที่ยั่งยืนให้กับกลุ่มเกษตร
ประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในประเทศผู้ผลิตและส่งออก “สมุนไพร” ที่มีศักยภาพสูงในระดับโลก ด้วยภูมิปัญญาพื้นถิ่น ผสานการสนับสนุนจากภาครัฐผ่านกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก รวมถึงความต้องการสินค้าสุขภาพจากผู้บริโภคทั่วโลกที่เพิ่มขึ้นทุกปี ทำให้ตลาดสมุนไพรของไทยเติบโตต่อเนื่องอย่างมั่นคง ในยุคที่กระแสการดูแลสุขภาพและความงามด้วยผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติกำลังได้รับความนิยมทั่วโลก “สมุนไพรไทย” ได้กลายเป็นหนึ่งในสินค้าที่มีบทบาทสำคัญในตลาดส่งออกของประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในปี 2567 ที่ผ่านมา มีรายงานว่า การส่งออกสินค้าในกลุ่มเครื่องเทศและสมุนไพรของไทยเติบโตขึ้นกว่า 23.1% เมื่อเทียบกับปี 2566 สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของสมุนไพรไทยในการขยายตลาดทั้งในและต่างประเทศได้อย่างชัดเจน จากข้อมูลสถิติการส่งออกปี 2567 พบว่า ปัจจุบันตลาดสมุนไพรไทยเติบโตอย่างโดดเด่น ขึ้นแท่นอันดับ 1 ในอาเซียน และอันดับ 4 ของเอเชีย และมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง จนแตะ 100,000 ล้านบาทภายในปี 2570 สมุนไพรที่ได้รับความนิยมและมีศักยภาพด้านตลาดส่งออกสูง มักเป็นชนิดที่มีงานวิจัยรองรับ ใช้ได้ทั้งในอุตสาหกรรมอาหารเสริม ยาแผนโบร
ใครที่กำลังประสบปัญหาหนูบุกบ้าน จนทั้งบ้านโดนรื้อเละไปหมด วันนี้เทคโนโลยีชาวบ้านจึงนำวิธีแก้ไขปัญหาเหล่านี้มากฝาก โดยใช้เพียงสมุนไพรไทยที่เราคุ้นเคยในการขับไล่เจ้าหนูตัวร้ายออกไป สูตรที่1 ไล่หนูง่ายๆ ฉบับสมุนไพรไทยพื้นบ้าน ตอบโจทย์ใครที่กำลังยาไล่หนูแต่ไม่อยากใช้สารเคมี ทำสูตรน้ำยาพ่นไล่หนูจากสมุนไพร 3 อย่าง ใบชะพลู ข่า กระเทียม เกลือ ขั้นตอนแรกนำใบพลูมานึ่งให้สุก แล้วเอาออกมาบดหรือโขลกให้ละเอียด จากนั้นให้ใส่ข่าและกระเทียมลงไปในครกตำรวมให้เข้ากัน ก่อนจะนำเกลือไปผสมน้ำแล้วต้ม เมื่อเกลือละลายแล้วให้นำน้ำเกลือมาผสมกันกับส่วนผสมทั้งหมด คลุกให้เข้ากันและตักใส่จานหรือถ้วยพลาสติก ไปวางตามจุดต่างๆ บริเวณบ้าน รับรองได้ว่าเมื่อหนูได้กลิ่นฉุนๆ ของสมุนไพรมีวิ่งหนีกันแน่นอน สูตรที่ 2 เสกให้หนูหายด้วยน้ำมันของใบสะระแหน่ แนะนำให้เริ่มจากการหาน้ำมันสะระแหน่และลำสีก้อน นำมาหยดใส่ก้อนสำลีก่อนจะวางไว้ตามจุดต่าง ๆ ให้พอมีกลิ่นฉุนของใบสะระแหน่ (แต่อย่าหยดจนชุ่มเกินไป) ก่อนจะนำไปวางตามซอกตู้ หรือจุดต่างๆ ที่พวกหนูอาจจะซ่อนตัวอยู่ หรือนำต้นสะระแหน่มาปลูกไว้ที่บ้านก็สามารถช่วยได้ เพราะนอกจากจะไล่หนูได้แล
นายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยว่า ท่ามกลางกระแสรักสุขภาพที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง สมุนไพรไทยไม่ได้เป็นเพียงทางเลือกด้านการรักษาโรค แต่ยังกลายเป็นพืชเศรษฐกิจที่มีศักยภาพในการสร้างรายได้ให้กับชุมชน และช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้น กรมส่งเสริมสหกรณ์ จึงเดินหน้าผลักดันสมุนไพรไทย สู่การเป็นพืชเศรษฐกิจตัวใหม่ ภายใต้โครงการส่งเสริมการปลูกพืชสมุนไพร ประจำปี 2568 โดยมุ่งเน้นการพัฒนาเครือข่ายเกษตรกรและยกระดับธุรกิจสมุนไพรให้แข็งแกร่งทั่วประเทศกรมส่งเสริมสหกรณ์ ได้จัดประชุมเชิงปฏิบัติการ “ขับเคลื่อนเครือข่ายความเข้มแข็งและพัฒนาธุรกิจพืชสมุนไพร” ภายใต้แผนปฏิบัติการด้านสมุนไพรแห่งชาติ ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2566–2570) โดยตั้งเป้าหมายให้มูลค่าของวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่มีคุณภาพในประเทศเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 1 เท่าตัว พร้อมผลักดันให้ประเทศไทยก้าวขึ้นเป็นประเทศผู้ส่งออกสมุนไพรชั้นนำในระดับภูมิภาคอาเซียน ซึ่งการดำเนินงานดังกล่าววางอยู่บนกรอบยุทธศาสตร์ 5 ด้าน ได้แก่ การส่งเสริมการผลิตและแปรรูปวัตถุดิบสมุนไพรให้ได้มาตรฐาน, การพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการและอุตสาห
แค่ชื่อก็แปลกแล้ว “ป่าช้าเหงา” ไม่ใช่ป่าแต่เป็นสมุนไพร ที่หลายๆ คนรู้จักในชื่อ “หนานเฉาเหว่ย” เป็นสมุนไพรที่มีถิ่นกำเนิดจากจีน พืชตระกูลเดียวกับฟ้าทลายโจร แต่ในไทยจะพบมากในโซนภาคเหนือ สรรพคุณกำลังเป็นที่เลื่องลือจะเริ่มออกดอกช่วงมิถุนายน และติดผลในเดือนเมษายน สามารถพบได้ในป่าเบญจพรรณ ป่าดงดิบ ที่มีความสูงไม่เกิน 600 เมตร ในตำรับยาพื้นบ้าน มีการนำลำต้นของต้นป่าช้าเหงามาใช้ต้มอาบสำหรับผู้หญิงที่กำลังอยู่ไฟ เชื่อว่าเป็นสมุนไพรที่เป็นยาอายุวัฒนะ สมุนไพรชนิดนี้อุดมไปด้วยสารฟลาโวนอยด์ เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลดการอักเสบ ชะลอการเสื่อมสภาพของเซลล์ในร่างกาย หมอพื้นบ้านแนะนำ ไม่ควรกินใบสดหนานเฉาเหว่ย หรือป่าช้าเหงา เกินวันละ 3 ใบ ขึ้นอยู่กับขนาดของใบด้วย หากใบใหญ่เท่าฝ่ามือ ก็ควรบริโภคเพียงใบเดียว เนื่องจากมีฤทธิ์แรง และผู้ที่มีน้ำตาลในเลือดไม่สูงมากต้องระวัง หากกินแล้วมีโอกาสเสี่ยงที่จะทำให้น้ำตาลในเลือดต่ำ จนเกิดอาการหน้ามืด ใจสั่น ถ้าเป็นมากอาจช็อกได้ ✨สรรพคุณของต้นป่าช้าเหงา ส่วนใหญ่มาจาก 3 ส่วนสำคัญจาก ราก เปลือกไม้ และเนื้อไม้ ในแต่ละส่วนมีสรรพคุณเด่นดังนี้ 👉🏻ราก
จากพฤติกรรมความเปลี่ยนแปลงของผู้บริโภค ที่หันมาใส่ใจพิถีพิถันกับอาหารการกินมากขึ้น ส่งผลดีต่อภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ผู้ประกอบการร้านอาหารไม่น้อย และยังส่งต่อการสร้างรายได้ สร้างอาชีพให้กับเกษตรกรรายย่อยได้มีช่องทางเพิ่มรายได้อีกช่องทางหนึ่ง สืบเนื่องจากพฤติกรรมของผู้บริโภคที่หันมาประณีตกับอาหารการกินมากขึ้น บางคนตามหาร้านอาหารที่รสชาติอร่อยใช้วัตถุดิบเกรดพรีเมียม บางคนชอบอาหารที่รสชาติและสีสันสวยงามน่ากิน เพื่อสร้างการอยากอาหาร รวมถึงการถ่ายรูปลงโซเชียล ทำให้เกิดอีกหนึ่งธุรกิจที่น่าสนใจ และสร้างรายได้ดีแบบเงียบๆ ในฉบับนี้ผู้เขียนขอยกให้กับธุรกิจการปลูกดอกไม้-ใบไม้กินได้ ที่ใช้พื้นที่ไม่ต้องมาก แต่ตอบโจทย์การสร้างรายได้ และทันกับยุคสมัยที่สุด จนสามารถสร้างรายได้ให้กับเกษตรกร หรือเจ้าของธุรกิจหลักแสนต่อเดือนเลยทีเดียว คุณนัจนันท์ ศรีพัธยากร หรือ คุณอุ๋ง เจ้าของฟาร์มโรสแมรี่หาดใหญ่ ตั้งอยู่ที่ 20/7 ถนนกองทุนสงเคราะห์ ตำบลบ้านพรุ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา อดีตเจ้าหน้าที่การกีฬา ผันตัวเป็นเกษตรกร สร้างงาน สร้างเงินจากสิ่งที่รัก พร้อมกับการพัฒนาไม่หยุดนิ่ง นำไปสู่การสร้างรายได้จากการทำฟา
ตลาด ‘’ พุ่ง! กรมการแพทย์แผนไทยฯ หนุน ผู้ผลิตไทยต่อยอดผลิตภัณฑ์ความงามส่งออก สร้างมูลค่าในตลาดโลกสูง 450.24 ล้านบาท แนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เติบโตเฉลี่ยปีละ 11.4 % ดันไทยก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้านสมุนไพร เพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจประเทศได้มหาศาล นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยว่า ขมิ้นชัน นอกจากนำมาช่วยรักษาอาการท้องอืดท้องเฟ้อแล้ว ยังมีศักยภาพในด้านความงามและผิวพรรณ เนื่องจากมีสารเคอร์คิวมินอยด์ (Curcuminoids) โดยเฉพาะ สารเคอร์คิวมิน (Curcumin) ช่วยลดการอักเสบของผิว บรรเทาอาการระคายเคือง ลดเลือนจุดด่างดำ ต้านเชื้อแบคทีเรียและเชื้อรา ซึ่งเป็นสาเหตุการเกิดสิว จึงสามารถนำมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ด้านความงามและผิวพรรณได้เป็นอย่างดี นพ.สมฤกษ์ กล่าวว่า ขมิ้นชันเป็นสมุนไพรที่นิยมแพร่หลายในตลาดโลก โดยในปี 2567 มีมูลค่าถึง 7,977.82 ล้านบาท ประเทศไทย มีส่วนแบ่งตลาดร้อยละ 5.6 ด้วยมูลค่าตลาด 450.24 ล้านบาท และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจนถึง ปี 2570 ที่มูลค่าตลาดทั่วโลกจะทะลุ 10,958.15 ล้านบาท ขณะที่ ประเทศไทยคาดว่า จะมีมูลค่าถึง 550 ล้านบาท หรือ เติบโ
ตำนานยาสมุนไพร 7 ทศวรรษ กับก้าวที่กล้าของทายาท GEN 3 “อ้วยอันโอสถ” สู่โรงงานผลิตยาสมุนไพรแถวหน้า ด้วยเทคโนโลยีทันสมัย ยกระดับสมุนไพรไทยสู่ระดับมาตรฐานสากล สมุนไพรไทย เป็นของคู่เรือนคนไทยมาช้านาน เช่นเดียวกับ “อ้วยอันโอสถ” จากร้านขายยา 1 คูหา กลายเป็นบริษัทผลิตยามาตรฐานสูงที่สุดสำหรับยาแผนโบราณ และได้รับความไว้วางใจให้จำหน่ายในร้านขายยากว่า 6,000 แห่งทั่วประเทศ จากผู้บุกเบิกรุ่นปู่สู่ทายาทรุ่นที่ 3 มุ่งติดปีกยาสมุนไพรแผนโบราณ พลิกโฉมยาแผนโบราณด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย กว่าจะมาเป็น ตำนานยาสมุนไพร 7 ทศวรรษ ที่อยู่คู่คนไทยมานานได้นั้น มีจุดเริ่มต้นของความสำเร็จ โดย คุณชนรรค์ สมบูรณ์เวชชการ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อ้วยอันโอสถ จำกัด ทายาทธุกิจรุ่นที่ 3 เล่าว่า คุณปู่เดินทางมาจากเมืองจีนที่กวางโจว เริ่มจากการเป็นลูกจ้างร้านขายยา เรียนรู้จนสามารถสอบเป็นแพทย์ และเภสัชกรแผนโบราณจนได้ใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบการโรคศิลป์ยาจีน เมื่อเก็บเงินได้ จึงเปิดร้านขายขนาด 1 คูหา บริเวณเชิงสะพานพระพุทธยอดฟ้า จำหน่ายยาแผนปัจจุบัน และแผนโบราณ มาตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2490 ตั้งชื่อว่า “อ้วยอันโอสถ” ในภาษาจีน แปลว่า สะอาด และ
