สวนทุเรียน
เกษตรกรผู้ปลูกทุเรียนในพื้นที่ภาคตะวันออก ขอบคุณสำนักงานชลประทานที่ 9 กรมชลประทาน หลังเดินหน้าบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ จนสามารถมีน้ำใช้ตลอดทั้งปี ช่วยแก้ปัญหาการแย่งน้ำ ลดภาระต้นทุน และสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐกับชุมชนผู้ใช้น้ำอย่างเป็นรูปธรรม นายประพัฒน์ จันทร์พราหมณ์ ประธานกลุ่มบริหารการใช้น้ำ อ.แกลง จ.ระยอง เปิดเผยว่า กลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกทุเรียนในพื้นที่ ต.วังหว้า ได้เดินทางเข้าขอบคุณสำนักงานชลประทานที่ 9 ที่เข้ามาดูแลและบริหารจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ จากเดิมที่ชาวบ้านสามารถกักเก็บน้ำได้เพียงรายปี ปัจจุบันสามารถมีน้ำใช้ได้ตลอดทั้งปี ส่งผลให้เกษตรกรมีความมั่นใจในการเพาะปลูกมากขึ้น พร้อมระบุว่า การบริหารจัดการน้ำที่ผ่านมา ยังช่วยแก้ปัญหาความขัดแย้งเรื่องการแย่งน้ำ ลดการพึ่งพาความช่วยเหลือจากหน่วยงานอื่น รวมถึงช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายที่เกษตรกรเคยต้องซื้อน้ำมาใช้เอง ด้าน นายอนุ รัตนเกตุ ที่ปรึกษากลุ่มผู้ใช้น้ำบ้านวังอีแอ่น อ.แก่งหางแมว จ.จันทบุรี กล่าวว่า สิ่งสำคัญคือการที่สำนักงานชลประทานที่ 9 เปิดโอกาสให้ชาวบ้านและกลุ่มเกษตรกรได้ร่วมแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับแนวทางการบริหารจัดการ
ในยุคที่หลายคนมองหา “ทางเลือก” เพื่อความมั่นคงในชีวิต บางคนกลับพบว่า “ทางรอด” ของตัวเองคือการหวนกลับบ้านเกิด แล้วใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ผสานกับภูมิปัญญาท้องถิ่นอย่างลงตัว และนี่คือเรื่องราวของ คุณรัตน์-รินทร์ลิตา ฐิติบรรลือชัยน์ อดีตเซลส์ขายอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ตัดสินใจกลับบ้านมาช่วยครอบครัวดูแล สวนทุเรียนกว่า 90 ไร่ และพลิกชีวิตด้วย “การตลาดออนไลน์” กลับบ้านด้วยใจ แต่ยังไม่มีความรู้การทำเกษตร แม้จะมีใจรักในการทำสวนทุเรียน แต่การลงมือทำจริงไม่ง่ายอย่างที่คิด คุณรัตน์ เล่าว่า ช่วงแรกยอมรับว่าการเข้ามาบริหารสวนทุเรียนของครอบครัวเต็มไปด้วยความสับสน “ไม่มีความรู้เรื่องทุเรียนเลยค่ะ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าต้องดูแลยังไงให้ออกผลดี ไม่เป็นโรค” แต่ด้วยความตั้งใจ คุณรัตน์เริ่มเรียนรู้ตั้งแต่ขั้นพื้นฐาน ทั้งการดูแลดิน ปรับปรุงระบบน้ำ การตัดแต่งกิ่ง ไปจนถึงการเข้าอบรมจากหน่วยงานเกษตรในหลายส่วน เพื่อเก็บเกี่ยวความรู้ที่จำเป็นมาปรับใช้กับในสวนทุเรียนของครอบครัว “สวนทุเรียนที่บ้านปลูกอยู่ประมาณ 90 ไร่ เป็นพันธุ์หมอนทองทั้งหมด ผลผลิต 80% จะส่งขายให้ล้งคัดบรรจุ และที่เหลืออีก 20% จะทำตลาดขายออนไลน์ ช่วงที
ปีนี้ กรมอุตุนิยมวิทยาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ประกาศเตือนคนไทยเสี่ยงเผชิญผลกระทบจากปรากฏการณ์เอลนีโญอย่างรุนแรง สภาวะอากาศแปรปรวน ก่อเกิดกระแสลมร้อนพัดพาความแห้งแล้งมาปกคลุมประเทศไทย จะทำให้เกิดภาวะอากาศร้อนแล้งสุดขั้ว มีอุณหภูมิสูงกว่า 40-45 องศาในหลายพื้นที่ของประเทศไทย ต้นทุเรียนเสี่ยงเจอสภาพอากาศร้อนจัด เกิดภาวะใบไหม้และร่วงหล่นเสียหายได้ “ฟาร์มรื่นรมย์” ต้นแบบการทำสวนทุเรียนสมัยใหม่ คุณโต๊ด – วสันต์ รื่นรมย์ นายกสมาคมสวนผลไม้จังหวัดระยองและเป็นเจ้าของสวนทุเรียน “ฟาร์มรื่นรมย์” ซึ่งเป็นต้นแบบการทำสวนทุเรียนแบบเกษตรสมัยใหม่ โดยจัดการสภาพแวดล้อมอย่างเหมาะสม โดยนำข้อมูลผลการวิเคราะห์สภาพดินฟ้าอากาศในแต่ละปีมาประกอบการวางแผนการผลิตทุเรียนในแต่ละฤดู รวมทั้งใช้เทคโนโลยีนวัตกรรมใหม่ ๆ เพื่อการเพิ่มผลผลิต จนทำให้ประสบความสำเร็จในการบริหารจัดการสวนทุเรียนสมัยใหม่ สไตล์ “ธุรกิจเกษตร” ที่ให้ผลผลิตสูงสุด ติดตั้งพัดลมระบายอากาศในสวนทุเรียน คุณโต๊ดได้แบ่งปันประสบการณ์ในการแก้ปัญหาอากาศร้อนและการระบายอากาศที่ไม่ดีภายในสวน โดยติดตั้งพัดลมฟาร์ม (พัดลมเล้าไก่) จำนวน 2 ตัวท
ระหว่างวันที่ 14-16 ธันวาคม 2561 ที่ผ่านมา มีงานพืชสวนก้าวหน้าครั้งที่ 15 (hortex 2018) ณ ศูนย์วิจัยพืชสวนจันทบุรี ในงานมีนิทรรศการ การจำหน่ายผลผลิต ผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร งานแสดงความก้าวหน้าทางด้านเครื่องจักรกลการเกษตร รวมทั้งงานสัมมนาวิชาการ งานสัมมนาที่ได้รับความสนใจอย่างมากคือ “สวน 100 ไร่ทำได้คนเดียว” วิทยากรประกอบด้วยชาวสวนชั้นนำของจังหวัดจันทบุรีได้แก่ คุณชนันท์ เขียวพันธุ์ คุณสุเทพ นพพันธ์ คุณภานุศักดิ์ สายพานิชและอาจารย์ปราโมช ร่วมสุข ในฐานะผู้อำนวยการสถาบันทุเรียนไทย และเป็นประธานการจัดงานพืชสวนก้าวหน้า ทำหน้าที่เป็นผู้ดำเนินงานสัมมนาครั้งนี้ งานสัมมาสวน 100 ไร่ทำได้คนเดียว เป็นการพูดถึงทุเรียน เนื่องจากที่ผ่านมา ทุเรียนราคาดี คนหันมาปลูกกันมาก คุณชลธี นุ่มหนู ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรจันทบุรี กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมสัมมนาว่า เนื่องจากทุเรียนราคาดี เกษตรกรส่วนหนึ่งที่ก้าวหน้ามากๆ ไม่ได้พูดถึงเงินล้าน แต่พูดถึงรายได้จากการทำสวนระดับ 10 ล้านกันแล้ว หัวข้อสัมมนา “สวน 100 ไร่ทำได้คนเดียว” ไม่ได้หมายความว่า สวนที่มีอยู่จำนวนมาก มีคนเก่งทำสวน 100 ไร่ได้เพียงคนเดียว แต่หัว
ช่วงเทศกาลวันหยุดยาว หากใครมีเวลาว่าง อยากชวนมาเดินเล่นชมธรรมชาติ แวะถ่ายรูป สูดอากาศบริสุทธิ์กลางหุบเขา ตำบลบ้านแยง อำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก พร้อมอุดหนุนเกษตรกรชาวสวนให้มีรายได้ พื้นที่แห่งนี้ มีวิวเขาที่สวยงาม และมีสภาพอากาศเหมือนกับอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า และเขาค้อ เพราะอยู่ในระดับความสูงเดียวกัน บ้านแยง อำเภอนครไทย ปัจจุบันจังหวัดพิษณุโลกเป็นอีกแหล่งหนึ่งปลูกทุเรียนผลไม้คุณภาพในโซนภาคเหนือตอนล่าง ซึ่งเริ่มต้นการปลูกตั้งแต่เมื่อ 24 ปีก่อน และขยายพื้นที่ปลูกอย่างกว้างขวางในช่วง 10 ปีหลัง ครอบคลุม 9 อำเภอของจังหวัดพิษณุโลก โดยแหล่งปลูกสำคัญ 3 อันดับแรก ได้แก่ อำเภอเนินมะปราง อำเภอนครไทย อำเภอวังทอง คิดเป็นร้อยละ 90 ของพื้นที่ปลูกทั้งจังหวัด ปริมาณผลผลิตทุเรียนเฉลี่ย 585 กิโลกรัมต่อไร่ ซึ่งพื้นที่ทั้ง 3 อำเภอดังกล่าวอยู่ในโซนพื้นที่สูงเหนือระดับน้ำทะเล ส่งผลให้ทุเรียนที่ปลูกในแหล่งนี้ มีรสชาติหวานอร่อยและกลิ่นหอมละมุน ตำบลบ้านแยง เป็น 1 ใน 11 ตำบลของอำเภอนครไทย อยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของอำเภอ ซึ่งห่างจากอำเภอนครไทย 29 กิโลเมตร และห่างจากตัวจังหวัดพิษณุโลก 69 กิโลเมตร ตำบลบ้า
ช่วงที่ผมยังทำงานประจำอยู่กองบรรณาธิการวารสารเมืองโบราณนั้น มีอยู่ฉบับหนึ่ง พวกเราตัดสินใจทำเรื่องจากปกเป็นทุเรียนเมืองนนท์ มีการออกไปถ่ายภาพในพื้นที่ สัมภาษณ์คุณลุงคุณป้าเจ้าของสวนทุเรียนเก่า แถมยังสืบค้นบทความย้อนอดีตหาอ่านยากหลายเรื่องมาตีพิมพ์รวมไว้ในเล่มด้วย ทว่า เพียงไม่นานหลังจากนั้น มหาอุทกภัยปลายปี พ.ศ. 2554 ก็ทำลายล้างเกือบทั้งหมดของทุเรียนเมืองนนท์ไป สวนทุเรียนโบราณที่ได้ขึ้นปกวารสารฉบับนั้นต้องร้างไปในที่สุด เจ้าของสวนเองก็จากไปหลังจากนั้นไม่นานนัก ที่จริงผมเคยอ่านผ่านตามาบ้าง เรื่องการล่มสลายของสวนทุเรียนหลายแห่งในเขตธนบุรีและนนทบุรี เพราะถูกน้ำท่วมใหญ่หลายครั้ง นับตั้งแต่ พ.ศ. 2485 แต่สำหรับมหาอุทกภัยเมื่อสิบปีก่อนมันหนักหนาสาหัส จนไม่นึกว่าพืชสวนยกร่องที่ต้องการการดูแลประคบประหงมอย่างทุเรียนจะฟื้นตัวกลับมาได้อีกแล้ว “ตอนนั้นคิดแต่ว่า จะเลิกแล้ว รู้สึกมันไม่คุ้มทุนเลย แต่พวกเรามาได้กำลังใจ คือสมเด็จพระเทพฯ ท่านเสด็จมาทรงเยี่ยม ให้กำลังใจว่าให้สู้ ให้หาคนมาทำต่อ เราเลยสู้ จนเดี๋ยวนี้ทำพื้นที่ได้ทั้งหมด 82 ไร่ ที่ตำบลไทรม้านี่หนาแน่นที่สุด คนทำที่อายุมากที่สุดตอนนี้คือ 86 ป
ค่ำวันที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2564 มีการเสวนาย่อย หัวข้อ ทุเรียนปลอดภัยจากสารเคมีไหม ภายใต้หัวข้อใหญ่จักรวาลทุเรียน จัดโดยมูลนิธิชีววิถี ซึ่งสามารถรับฟัง on line ย้อนหลังได้ที่เพจของ Biothai นะครับ บางประเด็น เช่น เรื่องทุเรียนสวนเมืองนนทบุรี ผมเคยสรุปมาเสนอไว้บ้างแล้ว สำหรับเสวนาย่อยเรื่องทุเรียนและสารเคมีนี้ เป็นการชวนคนทำสวนทุเรียน นักวิชาการเกษตร และผู้ปฏิบัติงานเฝ้าระวังสารเคมีตกค้างในผัก ผลไม้ มานั่งคุยกันถึงสภาวะความเป็นไปได้ของสวนทุเรียนอินทรีย์ในปัจจุบัน ซึ่งก็นับว่าเป็นคำถามที่ท้าทาย ไม่เฉพาะวงการทุเรียนหรอกครับ หากเป็นโจทย์ทางเลือกสำคัญของเกษตรกรในอนาคตด้วย ถ้าใครได้ลองเข้าไปฟังหัวข้อนี้มาแล้ว คงรู้สึกเหมือนผม ว่าเหมือนเราได้ก้าวเข้าไปเหยียบบนทางสองแพร่งสามแพร่ง โดยมีผู้ที่เหยียบย่างผ่านไปแล้วมาคอยบอกเล่านานาประสบการณ์อย่างออกรส โดยเฉพาะ “คำถามใหญ่” เรื่องความเป็นไปได้/ไม่ได้ ของการทำเกษตรอินทรีย์ในกรณีทุเรียน ผลไม้ที่ดูเหมือนต้องการการดูแลประคบประหงมละเอียดลออทุกขั้นตอน ทั้งมีมูลค่าผลผลิตสูงสุดในปัจจุบัน สำหรับผู้ที่ยังไม่ได้ฟัง ผมคิดว่าคงไม่สามารถย่นย่อการสนทนาหัวข้อนี้ลงได้ใน
อำเภอเมืองตรัง มีพื้นที่ปลูกทุเรียนทั้งหมดประมาณ 549.48 ไร่ พื้นที่ให้ผลผลิตทั้งหมด 308 ไร่ พื้นที่ที่ให้ผลผลิตแล้วเกือบทั้งหมดเป็นสวนทุเรียนเก่าแก่ที่มีอายุ 20-35 ปี ลักษณะสวนทุเรียนมีลักษณะเป็นสวนผสม ปลูกทุเรียนร่วมกับไม้ผล ไม้ยืนต้นชนิดอื่นๆ บางส่วนปลูกเป็นสวนหลังบ้าน ลักษณะต้นทุเรียนมีลักษณะเป็นต้นสูงชะลูด ความสูงมากกว่า 20 เมตร การติดผลมักติดผลในส่วนบนของทรงพุ่ม เกษตรกรเจ้าของสวนเกือบทั้งหมดเป็นเกษตรกรสูงวัย ขาดแคลนแรงงานในการดูแลรักษาและกำจัดศัตรูพืช จึงปล่อยให้ทุเรียนติดผลเป็นไปตามธรรมชาติ โดยเกษตรกรส่วนใหญ่ไม่มีการฉีดพ่นสารเคมีป้องกันและกำจัดศัตรูพืชแต่อย่างใด ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา สำนักงานเกษตรอำเภอเมืองตรัง พบว่า ผลผลิตเฉลี่ยของทุเรียนในพื้นที่อำเภอเมืองตรัง มีผลผลิตต่ำมาก ผลผลิตเฉลี่ย 500 กิโลกรัม ต่อไร่เท่านั้น พบว่าปัญหาที่สำคัญที่ทำให้ผลผลิตต่ำเกิดจากการระบาดของหนอนเจาะเมล็ดทุเรียนระบาดทำลายผลผลิตให้ได้รับความเสียหาย หนอนเจาะเมล็ดทุเรียน ตัวเต็มวัยเป็นผีเสื้อกลางคืน ตัวเมียวางไข่ได้ 100-200 ฟอง โดยวางไข่เป็นฟองเดี่ยวๆ ที่หนามทุเรียนขณะเป็นผลอ่อน ที่มีอายุตั้งแต่ 6 สัปดาห์
คุณมงคล จอมพันธุ์ เกษตรจังหวัดตราด กล่าวถึง คุณเรือง ศรีนาราง เกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ สาขาอาชีพทำสวนปี 2562 ว่า คุณเรือง ศรีนาราง รู้จักนำประสบการณ์และเทคโนโลยีมาใช้ในการทำสวนทุเรียนจนกระทั่งได้ผลเป็นที่ยอมรับ เป็นต้นแบบศูนย์เรียนรู้ด้านการผลิตทุเรียนคุณภาพ ที่ลดต้นทุนผลิตปุ๋ยใช้เอง การใช้สารชีวภัณฑ์ ลดการใช้สารเคมี การบริหารจัดการน้ำ การนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ และเป็นวิทยากรถ่ายทอดความรู้ให้เพื่อนเกษตรกร เป็นรองประธานสภาเกษตรกรจังหวัดตราดและประธานแปลงใหญ่ทุเรียนท่ากุ่ม-เนินทราย ได้รับรางวัลเกษตรกรดีเด่นสาขาอาชีพทำสวนระดับภาคตะวันออกปี 2561 และได้รับรางวัลเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ สาขาอาชีพทำสวน ปี 2562 จะเข้ารับพระราชทานโล่ในงานพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญในเดือนพฤษภาคมนี้ เลือกปลูกทุเรียนหมอนทอง เล็งผลผลิตทำได้ง่ายกว่าชะนี กระดุม คุณเรือง ศรีนาราง เกษตรกรวัย 54 ปี อยู่บ้านเลขที่ 34/2 หมู่ที่ 6 ตำบลท่ากุ่ม อำเภอเมืองตราด จังหวัดตราด ประกอบอาชีพทำสวนทุเรียนเป็นอาชีพหลัก ร่วม 25 ปี เดิมมีภูมิลำเนาอยู่จังหวัดพิจิตร เมื่อเรียนจบประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) จากวิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชี
คนไทยจำนวนมากรักและหลงใหลการบริโภคทุเรียน เพราะติดใจในรสชาติความอร่อยของทุเรียน แต่หลายครั้งที่ต้องซ้ำใจ เพราะถูกให้หลอกซื้อ “ทุเรียนอ่อน” เนื่องจากแยกทุเรียนอ่อนกับทุเรียนแก่ไม่เป็น หากใครไม่อยากถูกหลอกให้ช้ำใจเหมือนที่ผ่านมา ขอแนะนำเคล็ดลับการซื้อทุเรียนแก่ โดยใช้วิธีง่ายๆ คือ “ดู ดีด ดม ดูด” ดู…ขั้ว ก้านขั้วต้องแข็ง สากมือ (ถ้าเป็นทุเรียนอ่อน ก้านจะนิ่ม) ปลิงบวม พูใหญ่ เด่น เห็นเส้นกลางพูชัด หนามใหญ่ ปลายหนามแห้ง ฐานหนามกว้าง ทุเรียนแก่จัด สุกกำลังดี จะมีกลิ่นหอมคงที่ มองเห็นเส้นกลางพูชัดเจน ยกเว้นก้านยาว (หรือทุเรียนหนามถี่) สุกในปลิงหรือปลิงเพิ่งหลุด พูหลวม ดีด…ใช้นิ้วมือดีดที่โคนหนามฟังเสียงหลวมๆ ดังก๊อกๆ การดีดหนามที่พูจะช่วยตรวจสอบคุณภาพทุเรียนอ่อนหรือแก่ แล้วยังสามารถช่วยตรวจสอบทุเรียนทุกพูหลวมเท่ากันจะมีโอกาสเป็นทุเรียนที่สุกสม่ำเสมอ เวลาสุกจะมีเนื้อนิ่มสม่ำเสมอ เนื้อไม่แข็งกรุบ การดีดช่วยให้ได้ทุเรียนที่มีความสุกแก่ในช่วงเวลาที่ต้องการรับประทาน หลวมมาก 1-2 วัน ถึงตึงมาก 3-4 วัน จะสุก ดม…ดมด้วยจมูก ทุเรียนแก่จัดใกล้สุกจะมีกลิ่นสาบอ่อนๆ ทุเรียนสุกแล้วจะมีกลิ่นหอม กลิ่นจะเริ่
