ฟาร์มล้ำ เกษตรอัจฉริยะ

ฟาร์มรื่นรมย์ จ.ระยอง แนะวิธีรับมือภาวะอากาศร้อนแล้งสุดขั้วกว่า 40 องศา ในสวนทุเรียน

ปีนี้ กรมอุตุนิยมวิทยาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ประกาศเตือนคนไทยเสี่ยงเผชิญผลกระทบจากปรากฏการณ์เอลนีโญอย่างรุนแรง สภาวะอากาศแปรปรวน ก่อเกิดกระแสลมร้อนพัดพาความแห้งแล้งมาปกคลุมประเทศไทย จะทำให้เกิดภาวะอากาศร้อนแล้งสุดขั้ว มีอุณหภูมิสูงกว่า 40-45 องศาในหลายพื้นที่ของประเทศไทย ต้นทุเรียนเสี่ยงเจอสภาพอากาศร้อนจัด เกิดภาวะใบไหม้และร่วงหล่นเสียหายได้


“ฟาร์มรื่นรมย์”  ต้นแบบการทำสวนทุเรียนสมัยใหม่

คุณโต๊ด – วสันต์ รื่นรมย์ นายกสมาคมสวนผลไม้จังหวัดระยองและเป็นเจ้าของสวนทุเรียน “ฟาร์มรื่นรมย์” ซึ่งเป็นต้นแบบการทำสวนทุเรียนแบบเกษตรสมัยใหม่ โดยจัดการสภาพแวดล้อมอย่างเหมาะสม โดยนำข้อมูลผลการวิเคราะห์สภาพดินฟ้าอากาศในแต่ละปีมาประกอบการวางแผนการผลิตทุเรียนในแต่ละฤดู รวมทั้งใช้เทคโนโลยีนวัตกรรมใหม่ ๆ เพื่อการเพิ่มผลผลิต จนทำให้ประสบความสำเร็จในการบริหารจัดการสวนทุเรียนสมัยใหม่ สไตล์ “ธุรกิจเกษตร” ที่ให้ผลผลิตสูงสุด 

ติดตั้งพัดลมระบายอากาศในสวนทุเรียน

คุณโต๊ดได้แบ่งปันประสบการณ์ในการแก้ปัญหาอากาศร้อนและการระบายอากาศที่ไม่ดีภายในสวน  โดยติดตั้งพัดลมฟาร์ม (พัดลมเล้าไก่) จำนวน 2 ตัวที่ใช้พลังงานโซล่าเซลล์ ทำหน้าที่ช่วยระบายอากาศในพื้นที่สวนทุเรียนจำนวน  20 ไร่ วัตถุประสงค์หลักของการติดตั้งพัดลมระบายอากาศเพื่อสร้าง “ลมจำลอง” เพิ่มการไหลเวียนของอากาศภายในทรงพุ่มทุเรียน ช่วยรักษาความชื้นในทรงพุ่ม ลดความเครียดของต้นทุเรียนจากอากาศร้อน  ทั้งลดปัญหาโรคและแมลงศัตรูพืช(ไรแดง)

“  ในสวนทุเรียนของผม สภาพอากาศไม่ค่อยถ่ายเท จึงติดตั้งพัดลมฟาร์มที่ใช้พลังงานโซล่าเซลล์เพื่อสร้างลมจำลองขึ้นมาในสวนทุเรียน  พัดลมช่วยระบายอากาศ ต้นทุเรียนไม่เครียด ปรับตัวสู้อากาศร้อนแล้งได้ดี เพราะหลังจากเพิ่มความชื้นในทรงพุ่ม ทำให้ปากใบสามารถเริ่มเปิดคายน้ำได้นานขึ้น  รากก็จะดูดน้ำและอาหาร  ไปใช้ประโยชน์ได้เพิ่มมากขึ้นอีก ช่วยให้ทุเรียนเติบโตแข็งแรงกว่าเดิม นอกจากนี้ในภาวะอากาศร้อนแล้ง มักเจอปัญหาการสร้างเนื้อขยายลูกได้ไม่เต็มที่ ผมใช้ซังปาล์มคลุม เพื่อรักษาความชื้นที่โคนต้นจึงเป็นอีกทางเลือกที่ช่วยให้เกิดการเจริญเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ซังปาล์มอุดมไปด้วยธาตุอาหารไนโตรเจนและโพแทสเซียม จึงเหมาะสมใช้สำหรับช่วงระยะ ขึ้นลูกไปจนถึงระยะสร้างเนื้อครับ ”คุณโต๊ด กล่าว

ทุเรียนที่เป็นไม้ผลเมืองร้อน(tropical fruit) จะมีพัฒนาการเจริญเติบโตของผลในช่วงหน้าร้อนและช่วงกุมภาพันธ์-เมษายนที่สภาพอากาศร้อน ความชื้นอากาศต่ำ(แห้ง) ส่งผลให้การขยายขนาดผลในระยะสร้างเนื้อ ดังนั้นจากการศึกษาและเก็บข้อมูลมาต่อเนื่องจึงใช้วิธีการต่อเติมเสริมหัวสปริงเกอร์ขึ้นไปในทรงพุ่ม เพื่อเพิ่มความชื้นในทรงพุ่มได้ 55 – 80%พร้อมกับส่งเสริมเรื่องการพัฒนาของผลได้เป็นอย่างดีครับ

” การทำสวนแนวสมัยใหม่ เราจึงมาดูตามภาพนี้กันเลยครับจะเห็นได้ว่าเมื่อพระอาทิตย์ขึ้นความเข้มแสงเพียงพอในการเผาความชื้นทำให้ความชื้นอากาศลดลงปากใบก็จะเริ่มเปิดเพื่อคายน้ำ และเมื่อปากใบเปิดขายน้ำรากก็จะดูดน้ำและธาตุอาหารขึ้นไปทดแทนทันที สิ่งที่เราจัดการในสวนคือ 1. อินทรีย์วัตถุที่ทำหน้าที่ในการดูดซับความชื้นดูดซับธาตุอาหาร 2. ให้ปุ๋ยทางระบบน้ำเพื่อให้ปุ๋ยได้บ่อยครั้งหรือหว่ายปุ๋ยครั้งละน้อยๆแต่บ่อยครั้ง 3. เพิ่มคาร์บอนไดออกไซด์เข้าไปในสวนเพิ่มกระบวนการปรุงอาหารเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้ปุ๋ย 4. รักษาความชื้นในทรงพุ่ม (micro climate )เมื่อเรานำกระบวนการทางวิทยาศาสตร์มาใช้ในการจัดการสวนได้อย่างต่อเนื่อง ก็จะช่วยให้ สามารถลดต้นทุนการผลิตอีกทั้งต้นทุเรียนของเราก็มีความสมบูรณ์ สุขภาพแข็งแรง แบบนี้ไงครับที่เราเรียกกันว่าเกษตรเป็นวิทยาศาสตร์ “

 ใช้นวัตกรรมเกษตรอัจฉริยะเป็นตัวช่วย

 คุณโต๊ด กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันมีการรวมกลุ่มเกษตรกรชาวสวนรุ่นใหม่ของจังหวัดระยองในชื่อ “ กลุ่มสารภาคภูมิ”  โดยเน้นการใช้นวัตกรรมเกษตรอัจฉริยะมาพัฒนาอาชีพการทำเกษตร เช่น  “อุปกรณ์ควบคุมภูมิอากาศอัจฉริยะในสวนทุเรียน” เพื่อแก้ปัญหาความแปรปรวนของสภาพอากาศที่ส่งผลกระทบต่อผลผลิต  รวมทั้งเทคโนโลยีการเกษตรอื่นๆ เช่น การใช้โดรนและหุ่นยนต์พ่นยา รวมทั้งถ่ายทอดเทคโนโลยีการดูแลพืชก่อนให้ผลผลิตและหลังเก็บเกี่ยวอย่างถูกวิธี เพื่อเพิ่มคุณภาพผลผลิต

สถานีตรวจวัดอากาศในสวนทุเรียน นับเป็นตัวช่วยสำคัญในการรับมือกับภาวะอากาศร้อนสุดขั้วในสวนทุเรียนเพราะอุปกรณ์นี้จะทำหน้าที่ตรวจสอบความชื้นอากาศ  อุณหภูมิอากาศ อุณหภูมิดิน ความชื้นดิน อุณหภูมิใบ ค่าศักย์การคายน้ำ (VPD) และค่าความเข้มแสง   อุปกรณ์นี้จะช่วยตรวจสอบค่าความชื้นในดินและความชื้นในอากาศอยู่ที่ระดับเท่าไหร่ หากอยู่ในเกณฑ์ที่ต่ำมาก จะได้วางแผนรับมือแก้ไขปัญหาได้ทันเวลา และสามารถรักษาสมดุลความชื้นในวันที่สภาพอากาศร้อนมากได้   

“   ที่ผ่านมาชาวสวนมีการรดน้ำเป็นงานประจำอยู่แล้ว เปิดให้น้ำวันละ 30 นาที ให้น้ำวันเว้นวัน แต่ไม่เคยตรวจสอบว่า การให้น้ำแต่ละครั้ง ดินมีความชื้นเพิ่มขึ้นกี่เปอร์เซ็นต์ และดินมีเก็บกักความชื้นได้นานแค่ไหน อาศัยประสบการณ์ในการทำงานเป็นที่ตั้ง หลังผมติดตั้ง เซนเซอร์วัดความชื้นในดิน ช่วยทำงานได้ง่ายขึ้น เพราะเซนเซอร์ช่วยตรวจจับระดับความชื้นของดินได้อย่างแม่นยำ ทำให้มั่นใจได้ว่าพืชได้รับน้ำอย่างเหมาะสม ช่วยป้องกันพืชขาดน้ำหรือได้รับน้ำมากเกินไป  ที่สำคัญ ช่วยประหยัดน้ำและลดต้นทุนไปพร้อมๆ กัน ”  คุณโต๊ด กล่าว

นอกจากนี้ ในจังหวัดระยอง ยังได้รวมตัวกันตั้งกลุ่มอากาศบ้านเรา โดยมีเจ้าหน้าที่กรมอุตุนิยมวิทยา “ คุณเอกสิทธิ์  ช่างเหล็ก ” คอยให้ข้อมูลเกี่ยวกับสภาพอากาศอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งข้อมูลพยากรณ์อากาศของกรมอุตุนิยมวิทยาในสมันนี้ ค่อนข้างแม่นยำ ทำให้เกษตรกรสามารถวางแผนการทำงานล่วงหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขณะเดียวกันทางกลุ่มมีช่องทางในการติดต่อสื่อสารกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทางระบบออนไลน์ ที่สามารถให้คำแนะนำและความช่วยเหลือเกษตรกรได้ตลอดเวลาอย่างต่อเนื่อง

” สภาพอากาศร้อน ช่วงเดือนเมษายน สวนทุเรียนทั่วไปจะมีผลผลิตทุกรุ่น ทั้งรุ่นที่กำลังตัด,ใกล้จะตัด,ไข่ห่าน,ไข่ไก่,ขึ้นลูกรวมไปถึงหางแย้แต่ทว่าสภาพอากาศในช่วงนี้ไม่ค่อยจะเป็นใจส่งเสริมเรื่องการพัฒนาเจริญเติบโตดังนั้นแต่ละสวนก็ต้องหาแนวทางในการปรับปรุงเพื่อให้ต้นทุเรียนของเราสามารถใช้ประโยชน์จากปุ๋ย ฮอร์โมนและอาหารเสริมต่างๆ โดยการเผาผลาญและเคลื่อนย้ายน้ำตาล เพื่อการเติบโต สิ่งที่เกษตรกรต้องจัดการคือ รดน้ำให้ฟุ้งเป็นละออง วิธีการนี้ทำได้ง่ายมากเพียงปรับลดจำนวนประตูน้ำลง น้ำก็จะแรง วงเปียกกว้างขึ้นและฟุ้งเป็นละอองเพิ่มความชื้นสัมพัทธ์ ฉีดสาหร่ายที่ใบ(อัตราต่ำ ย้ำว่าไม่เข้มข้น) เมื่อได้ความชื้นแล้วก็เพิ่มประสิทธิภาพในการเผาผลาญและเคลื่อนย้ายน้ำตาล ในรูปแบบที่ต้นทุเรียนต้องการนำไปใช้ประโยชน์ ใส่ปุ๋ยสูตรที่มีโพแทสเซียมสูง(ใส่ปุ๋ยแล้วต้องรดน้ำให้เนื้อปุ๋ยละลายให้หมด) ก็จะนำธาตุอาหารไปใช้พัฒนาสร้างเนื้อ ขยายลูกต่อไป ที่สำคัญคอยสังเกตหนอนและเพลี้ยแป้งด้วยนะครับ เกษตรเป็นวิทยาศาสตร์ มาร่วมเดินไปพร้อมๆกันเพื่อความยั่งยืนในอาชีพของเราครับ “

หากสวนทุเรียนหรือสวนผลไม้ในพื้นที่ใด ที่มีลักษณะภูมิประเทศเป็นแอ่งกระทะ ในฤดูร้อนนี้ อย่าปล่อยให้ต้นทุเรียนเสี่ยงอยู่ในที่สภาพอับลม คุณโต๊ด แนะนำว่า ควรนำนวัตกรรมมาใช้เพื่อเพิ่มศักยภาพการติดพัดลมที่ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ สร้างธนาคารน้ำใต้ดิน ติดสปริงเกอร์บนเสาสูง เพิ่มความชื้นทรงพุ่มฯลฯ สามารถลดอุณหภูมิภายในสวนได้อย่างน้อย 1-2 องศา ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของอากาศภายในทรงพุ่มทุเรียน ลดความเครียดของต้นทุเรียนจากอากาศร้อน  ทำให้ต้นทุเรียนเติบโตแข็งแรงสู้ภาวะร้อนแล้ง ได้อย่างสบายๆ

Related Posts