Featured สูตรลับจากฟาร์ม

อดีตเซลส์สู่เกษตรกรเต็มตัว พลิกสวนทุเรียน 90 ไร่ ใช้กลยุทธ์แบ่งตลาด + ไลฟ์สด ขายทุเรียนได้ 500 กิโลกรัม/วัน

ในยุคที่หลายคนมองหา “ทางเลือก” เพื่อความมั่นคงในชีวิต บางคนกลับพบว่า “ทางรอด” ของตัวเองคือการหวนกลับบ้านเกิด แล้วใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ผสานกับภูมิปัญญาท้องถิ่นอย่างลงตัว และนี่คือเรื่องราวของ คุณรัตน์-รินทร์ลิตา ฐิติบรรลือชัยน์ อดีตเซลส์ขายอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ตัดสินใจกลับบ้านมาช่วยครอบครัวดูแล สวนทุเรียนกว่า 90 ไร่ และพลิกชีวิตด้วย “การตลาดออนไลน์” 

กลับบ้านด้วยใจ แต่ยังไม่มีความรู้การทำเกษตร

แม้จะมีใจรักในการทำสวนทุเรียน แต่การลงมือทำจริงไม่ง่ายอย่างที่คิด คุณรัตน์ เล่าว่า ช่วงแรกยอมรับว่าการเข้ามาบริหารสวนทุเรียนของครอบครัวเต็มไปด้วยความสับสน “ไม่มีความรู้เรื่องทุเรียนเลยค่ะ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าต้องดูแลยังไงให้ออกผลดี ไม่เป็นโรค” แต่ด้วยความตั้งใจ คุณรัตน์เริ่มเรียนรู้ตั้งแต่ขั้นพื้นฐาน ทั้งการดูแลดิน ปรับปรุงระบบน้ำ การตัดแต่งกิ่ง ไปจนถึงการเข้าอบรมจากหน่วยงานเกษตรในหลายส่วน เพื่อเก็บเกี่ยวความรู้ที่จำเป็นมาปรับใช้กับในสวนทุเรียนของครอบครัว 

“สวนทุเรียนที่บ้านปลูกอยู่ประมาณ 90 ไร่ เป็นพันธุ์หมอนทองทั้งหมด ผลผลิต 80% จะส่งขายให้ล้งคัดบรรจุ และที่เหลืออีก 20% จะทำตลาดขายออนไลน์ ช่วงที่ครอบครัวมาทำสวนช่วงนั้นเรียกว่าไม่มีองค์ความรู้มากนัก ครอบครัวเริ่มต้นใหม่ด้วยกันทั้งหมดเลย พอมีโอกาสได้กลับมาช่วยที่บ้าน เราเองก็ไม่ได้มีความเข้าใจ ก็ต้องไปหาความรู้จากญาติบ้าง แหล่งเรียนรู้บ้าง พอได้ศึกษาอย่างจริงจังก็เริ่มเข้าใจความต้องการของพืชมากขึ้น โดยเฉพาะในเรื่องของธาตุอาหารและการป้องกันโรคแมลงศัตรูทุเรียน” 


ผลผลิตต่อไร่สูงขึ้น คุณภาพเป็นที่ต้องการ

หลังจากมีองค์ความรู้ครบถ้วนและมีความตั้งใจสวนทุเรียนอย่างมีพลังใจที่เต็มล้น คุณรัตน์ บอกว่า ผลผลิตทุเรียนภายในสวนเริ่มให้ผลผลิตที่มีคุณภาพมากขึ้น เพราะโรคและแมลงศัตรูพืชทำลายผลทุเรียนลดน้อยลง และการบริหารจัดการฟาร์มก็ดีขึ้นเป็นระยะ โดยเฉพาะการทำใบทำดอกทุเรียนในทุกขั้นตอนได้เป็นอย่างดี

“พอรัตน์ได้เรียนรู้อย่างจริงจัง และนำองค์ความรู้ที่ได้มาปรับใช้กับที่บ้าน ทำให้ผลผลิตที่ออกมาถือว่าดีมากคุณภาพก็ดีตาม โดยเฉพาะในเรื่องของรูปทรงก็ดี ไม่มีการเข้าทำลายของโรคและแมลง มันยิ่งทำให้การบริหารจัดการฟาร์มของเราดีขึ้นไปเรื่อยๆ พร้อมกันนี้ที่สวนก็จะเน้นทำสวนแบบอินทรีย์เคมีเข้าไปด้วย เป็นการผสมผสานกันไป” 

จากการจัดการที่เป็นระบบและมีมาตรฐานมากขึ้นนี้เอง คุณรัตน์ บอกว่า ไม่เพียงแต่ผลทุเรียนที่มีคุณภาพ แต่เนื้อข้างในของทุเรียนลูกค้าได้การันตีคุณภาพว่าเนื้อมีความอร่อยหวานมัน เคล็ดลับคือตัดทุเรียนที่แก่จัดอายุผลมากกว่า 120 วัน เมื่อผลทุเรียนสุกเต็มที่จะเปลี่ยนจากแป้งเป็นน้ำตาล ทำให้ผลทุเรียนมีรสชาติหวานมัน ตามความน่าจะเป็นของสายพันธุ์หมอนทอง  

“ส่วนใหญ่ที่ลูกค้าซื้อทุเรียนไปแล้วไม่มีความอร่อย หลักๆ ก็จะเกิดจากการตัดทุเรียนก่อนกำหนด ทำให้รสชาติทุเรียนผลนั้นไม่มีความอร่อยเท่าที่ควร ทำให้ลูกค้าได้ทุเรียนที่ไม่หวาน ทุเรียนที่ไม่เหลือง ทำให้เราได้เห็นปัญหาเหล่านี้ และมาใส่ใจในเรื่องของความแก่มากขึ้น ต้องจดให้ละเอียดว่าดอกบานวันที่เท่าไหร่ และผลแก่เต็มที่ต้องประมาณ 120 วัน ถึงจะตัดมาให้ลูกค้า” 

ตลาดทุเรียนมีการเปลี่ยนแปลงเสมอ 

เป็นเกษตรกรต้องมีการปรับตัวให้ทัน

จากกระแสโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างสม่ำเสมอ คุณรัตน์ เล่าว่า จากประสบการณ์ในเรื่องของการทำตลาด ในทุกปีพฤติกรรของผู้บริโภคจะเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ โดยเฉพาะการส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศต้องปรับตัว อย่างเช่นสมัยก่อนตลาดทุเรียนยังไม่มีคู่แข่งส่งออก ทำให้ผลผลิตทุกไซซ์สามารถส่งออกได้หมด แต่ปัจจุบันคู่แข่งอย่างประเทศเพื่อนบ้านสามารถนำผลผลิตเข้าสู้ตลาดได้มากขึ้น ยิ่งทำให้ประเทศปลายทางอย่างจีนต้องการผลผลิตที่มีคุณภาพมากขึ้น โดยเฉพาะการคัดเลือกทุเรียนที่แก่เต็มที่ส่งออกไปยังตลาดปลายทาง 

ส่วนตลาดทุเรียนในประเทศผู้บริโภคมีการเปลี่ยนพฤติกรรมด้วยเช่นกัน มีความสนใจในการบริโภคทุเรียนมากขึ้น จากที่เคยซื้อหน้าร้านก็ปรับเปลี่ยนมาซื้อทางช่องทางออนไลน์มากขึ้น เพราะช่องทางออนไลน์หากทุเรียนในรอบนั้นประสบปัญหา ลูกค้าสามารถนำผลผลิตมาเปลี่ยนกับทางสวนได้ ซึ่งการซื้อตรงจากสวนทำให้ลูกค้ามั่นใจในเรื่องของความสดใหม่ 

เปิดกลยุทธ์ขายอย่างมืออาชีพ 

ผสมผสานออนไลน์เต็มรูปแบบ

เนื่องจากการทำสวนทุเรียนมีเนื้อที่ถึง 90 ไร่ โดยผลผลิตเฉลี่ยในแต่ละฤดูกาลอยู่ในหลักตัน กลยุทธ์ของคุณรัตน์คือการแบ่งสัดส่วนการขายให้เหมาะสม โดยผลผลิต 80% ส่งให้ล้ง ซึ่งจะคัดเฉพาะผลผลิตที่มีความแก่จัดระดับ 120 วันขึ้นไป ซึ่งถือเป็นช่วงที่เนื้อทุเรียนอร่อย หวานมัน และมีกลิ่นเฉพาะตัว ส่วนผลผลิตที่เหลืออีก 20% จะเก็บไว้จำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์ โดยเฉพาะการไลฟ์สดขายทาง Facebook และ TikTok สามารถเข้าถึงลูกค้าทั่วประเทศแบบเรียลไทม์

“เราขายแบบบอกหมด ลูกค้ารู้หมดว่าทุเรียนพันธุ์อะไร เก็บกี่วัน กินแล้วจะได้รสชาติยังไง ถ้ามีตำหนิเราก็โชว์เลย สิ่งที่ทำให้สินค้าติดตลาด” – ความจริงใจในการขายกลายเป็นเครื่องมือสำคัญที่สร้างความน่าเชื่อถือและลูกค้าบอกต่อ

คุณรัตน์ บอกว่า การใส่ใจในเรื่องของการดูแลลูกค้าถือว่ามีความสำคัญมาก ซึ่งทางสวนจะมีการรับแจ้งเรื่องความเสียหายจากลูกค้าอยู่ตลอดเวลา จึงทำให้ลูกค้าเกิดความมั่นใจในสินค้า

ตลาดออนไลน์ไม่ใช่แค่ ทางเลือก” 
แต่เป็น ทางรอด ที่ขายได้ทั้งปี 

คุณรัตน์มองว่า การตลาดออนไลน์เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ช่วยให้เกษตรกรสามารถควบคุมราคาขายได้มากขึ้น “ช่วงที่ราคาทุเรียนหน้าแปลงต่ำ รัตน์ก็หันมาทำตลาดเอง ขายตรงให้ลูกค้า ราคาก็อยู่ที่ราว 139-169 บาทต่อกิโลกรัม แล้วแต่คุณภาพและฤดูกาล” การขายแบบนี้ แม้จะมีต้นทุนเพิ่มขึ้น เช่น ค่าขนส่ง ค่าบรรจุภัณฑ์ และค่าโฆษณา แต่ก็ช่วยให้คุณรัตน์ได้ราคาขายที่ยุติธรรมและควบคุมการจัดการผลผลิตได้ดีขึ้น

เนื่องจากในประเทศไทยมีการปลูกทุเรียนอยู่แทบทุกภาค คุณรัตน์ บอกว่า การวางแผนการขายถือว่ามีความสำคัญ ช่วงที่ทุเรียนทางภาคตะวันออกจะเริ่มขายได้นั้น ตั้งแต่เดือนเมษายนไปจนถึงเดือนมิถุนายนผลผลิตก็จะเก็บจนหมดฤดูกาล คุณรัตน์มีแผนรองรับตลาดโดยรับทุเรียนจากภาคใต้เข้ามาทำตลาดออนไลน์ เพื่อให้ผลผลิตทางการเกษตรขายได้ตลอดทั้งปี 

“ตอนนี้ตั้งแต่ไลฟ์ขายหน้าสื่อออนไลน์ ต่อวันที่ขายได้จะอยู่ที่ประมาณ 150 ครัวเรือนขึ้นไป หรือตีเป็นกิโลกรัมก็จะประมาณ 500-600 กิโลกรัมต่อวัน เมื่อการทำตลาดออนไลน์โตขึ้นเรื่อยๆ รัตน์เองก็ได้ผลผลิตจากเพื่อนเกษตรกรในพื้นที่มาทำตลาดด้วย ถือว่าได้ช่วยเกษตรกรในพื้นที่ด้วยค่ะ”  

โมเดล สวนทุเรียนออนไลน์ 
ตอบโจทย์เกษตรยุคใหม่

กรณีของคุณรัตน์คือภาพสะท้อนของเกษตรกรยุคใหม่ที่รู้จักประยุกต์ใช้เทคโนโลยี สื่อสารกับผู้บริโภคอย่างตรงไปตรงมา และเข้าใจพฤติกรรมตลาดอย่างแท้จริง การทำเกษตรวันนี้ไม่ใช่แค่ “ผลิตให้ได้มากที่สุด” แต่คือ “ขายให้ได้ดีที่สุด” และรู้จักสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลผลิตผ่านช่องทางที่เข้าถึงผู้บริโภคโดยตรง

❝ออนไลน์ไม่ใช่ทางเลือก แต่มันคือทางรอดของเกษตรกร❞  — คุณรัตน์, เกษตรกรสาวยุคใหม่ ณ สวนจันท์ฉาย 

หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมสามารถสอบถามได้ที่ คุณรัตน์-รินทร์ลิตา ฐิติบรรลือชัยน์ หมายเลขโทรศัพท์ 089-813-6246 หรือทางเพจเฟซบุ๊ก สวนจันท์ฉาย-Suanchanchai 

ผู้เขียน : สุรเดช สดคมขำ

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ ครั้งแรก 10 มิถุนายน 2025

Related Posts