สวนปาล์ม
ด้วยความเชื่อที่อยู่คู่คนไทยมาช้านาน เกี่ยวกับ “นกแสก” ว่าเป็นนกผี หากบินผ่านบ้านใครและส่งเสียงร้อง จะทำให้บ้านนั้นมีคนเสียชีวิต กระแสความเชื่อที่ผสมกลมกลืนมากับวัฒนธรรม ยากที่จะเลือนหาย ส่งผลให้นกแสกถูกทำร้ายมากมาย และลดจำนวนลง ซึ่งกระทบต่อระบบนิเวศโดยตรง ที่ต้องกล่าวเช่นนั้น เพราะ นกแสก เป็นนกที่กินสัตว์ฟันแทะขนาดเล็กจำพวกหนูเป็นอาหาร โดยสัตว์ฟันแทะขนาดเล็กเหล่านี้ มักอาศัยอยู่ตามสวน โดยเฉพาะสวนปาล์ม ซึ่งมีหนูเป็นศัตรูพืชตัวสำคัญ หรือแม้กระทั่งท้องนา ที่มีสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กเหล่านี้คอยทำลายต้นอ่อนของพืช ซึ่งการกำจัดของเกษตรกร ที่เห็นได้ทั่วไป คือการใช้ยาเบื่อหนู เมื่อนกแสกกินหนูเป็นอาหาร ยาเบื่อจึงออกฤทธิ์กับนกแสกด้วย วงจรเช่นนี้เองที่ทำให้ “นกแสก” ลดจำนวนลงทุกขณะ กระทั่งระบบนิเวศเริ่มปรวนแปร ทำให้กลุ่มอาจารย์ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เห็นความสำคัญ จึงเริ่มก่อตั้งโครงการแหล่งเรียนรู้และฟื้นฟูนกแสก มก. มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน ขึ้น รองศาสตราจารย์ วรวิทย์ วัชชวัลคุ ภาควิชาพยาธิวิทยา คณะสัตวแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ หัวหน้าโครงการแหล่งเรียนรู้และฟื้นฟูนกแสก เปิดเผ
นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า สถานการณ์สินค้าปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์ม ราคาผลปาล์มน้ำมันที่เกษตรกรขายได้ปรับสูงขึ้นต่อเนื่อง ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2563 ราคาเฉลี่ยผลปาล์มในแหล่งผลิตสำคัญ อ้างอิงราคา ณ วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2564 ดังนี้จ.สุราษฎร์ธานี กก.ละ 6.90 – 7.50 บาท จ.กระบี่ กก.ละ 7.00 – 7.30 บาท จ.ชุมพร กก.ละ 6.90 – 7.50 บาท จ.นครศรีธรรมราช กก.ละ 7.20 – 7.40 บาท จ.พังงา กก.ละ 7.00 บาท จ.ตรัง กก.ละ 6.60 – 7.00 บาท จ.ปัตตานี กก.ละ 6.90 บาท ราคาน้ำมันปาล์มดิบ ณ ตลาดกรุงเทพฯ อยู่ที่ กก.ละ 39.50 – 40.00 บาท นางมัลลิกา กล่าวว่า ตอนนี้ชาวสวนปาล์มจะมีรายได้จากการขายผลผลิตมากขึ้น ขณะนี้ชาวสวนปาล์มบำรุงรักษาต้นปาล์มมากขึ้น เพื่อจะได้มีผลผลิตคุณภาพดีเข้าสู่ตลาดเพิ่มขึ้นในระยะต่อไป ราคาผลปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มดิบที่ปรับตัวสูงขึ้น เพราะปาล์มน้ำมันเป็นพืชเกษตรในโครงการประกันรายได้ตัวเดียว ที่ราคายังสูงกว่าราคาประกันรายได้ โดยปัจจุบันราคาปรับตัวสูงขึ้นทะลุกิโลกรัม (กก.) ละ 7.50 บาท ขณะที่ราคาประกันรายได้อยู่ที่ กก.ละ 4.00 บาท เกษตรกรกว่า 3.7 แสนราย ต
อาจารย์วัยเกษียณ แต่พร้อมจะเป็น “นักเรียน” ตลอดชีวิต อาจารย์พรพันธุ์ศักดิ์ พาหะมาก เป็นข้าราชการวัยเกษียณด้านการศึกษา เดิมทีอาจารย์มีสวนปาล์มน้ำมันอยู่แล้ว แต่เนื่องจากยังรับราชการอยู่ จึงไม่ค่อยมีเวลาดูแลสวนปาล์มน้ำมันได้อย่างเต็มที่ หลังเกษียณจากข้าราชการแล้ว อาจารย์ก็เลือกมาทำอาชีพสวนปาล์มน้ำมันอย่างจริงจัง จนสามารถทำปาล์มได้ผลผลิตสูง เป็นสถิติ 8.3 ตัน/ไร่/ปี และมีการเลี้ยง “ผึ้งชันโรง” ควบคู่กับการทำสวนปาล์มน้ำมันไปด้วย สภาเกษตรกรจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้ทราบข่าวว่า อาจารย์พรพันธุ์ศักดิ์ ได้หาผึ้งชันโรงจากแหล่งต่างๆ มาเลี้ยงในสวนปาล์ม ทางสภาเกษตรกรฯ เอง นำโดยหัวหน้าสำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดสุราษฎร์ธานี พร้อมทีมงาน จึงลงพื้นที่สวนปาล์มน้ำมันของอาจารย์ เพื่อดูการเลี้ยงผึ้งชันโรง ซึ่งก็ได้คิดกันเล่นๆ ว่า หลังจากอาจารย์เกษียณแล้วคงเหงาๆ เลยอยากหากิจกรรมทำ เมื่อถึงพื้นที่สวนปาล์มน้ำมัน ก็ได้รับการต้อนรับจากอาจารย์และภรรยาอย่างเป็นกันเอง บรรยากาศอบอุ่น เหมือนมาเยี่ยมบ้านญาติผู้ใหญ่ อาจารย์ได้เตรียมน้ำผึ้ง (ชันโรง) ไว้ต้อนรับ โดยการชงกับกาแฟ หรือใครอยากจะชิมแต่น้ำผึ้งชันโรงก็สามารถชิมได้ ซ
สศก.แจงทิศทางความต้องการใช้ปาล์มในตลาดโลกเพิ่มขึ้นแต่ยังน้อยกว่าสัดส่วนการเพิ่มของผลผลิต ฉุดราคาลดลง แต่ยังคงสูงกว่าต้นทุนการผลิตปี 60 ย้ำ แนวทางดำเนินงานร่าง พ.ร.บ. ปาล์มน้ำมันฯ สอดรับยุทธศาสตร์ปฏิรูปปาล์มฯ ปี 60-79 ชี้ชัดจะช่วยระบบการบริหารจัดการอุตสาหกรรมปาล์ม อยู่ภายใต้กฎหมายเดียวที่เป็นเอกภาพ นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ผลผลิตน้ำมันปาล์มน้ำมันของโลกมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 3.22 ต่อปี ส่วนความต้องการใช้มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 1.98 ต่อปี ส่งผลทำให้ราคาน้ำมันปาล์มในตลาดโลกมีแนวโน้มลดลงเฉลี่ยร้อยละ 2.55 ต่อปี ซึ่งกระทรวงเกษตรสหรัฐอเมริกา (USDA) คาดว่าในปี 2560 ผลผลิตน้ำมันปาล์มของโลกจะมีปริมาณ 62.32 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจากปี 2559 ซึ่งมีจำนวน 58.83 ล้านตัน (ร้อยละ 5.93) เนื่องจากสภาพภูมิอากาศที่เริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติ และมีปริมาณน้ำฝนเพิ่มขึ้นจากการเกิดภาวะลานีญา ในขณะที่ความต้องการใช้น้ำมันปาล์มในตลาดโลกขยายตัวเพิ่มขึ้นเฉลี่ยเพียงร้อยละ 1.98 ต่อปี ทำให้สต็อกน้ำมันปาล์มของโลกยังค
วันที่ 9 สิงหาคม นายโสภณ ทองดี รองอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง(ทช.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) พร้อมชุดปฏิบัติการพิเศษฉลามขาว นำโดย นายรัชชัย พรพา หัวหน้าชุดปฏิบัติการฉลามขาว ทหารจากกองทัพภาคที่ 4 เจ้าหน้าที่ปกครองในพื้นที่ เปิดยุทธการทวงคืนผืนป่าชายเลน ยึดแผ่นดินคืนจากนายทุน จ.กระบี่ โดยจุดแรก เข้าตรวจสอบท้องที่บ้านคลองแรด หมู่ที่ 7 ต.คลองขนาน อ.เหนือคลอง ซึ่งเป็นพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าแหลมกรวด และป่าคลองบางผึ้ง และป่าชายเลนตามมติคณะรัฐมนตรี(ครม.) ซึ่งต้องเดินทางทางเรือ เนื่องจากพื้นที่ ที่ถูกบุกรุกเป็นเกาะ อยู่กลางแม่น้ำ และป่าชายเลน พื้นที่ประมาณ 80 ไร่ พบ มีการทำประโยชน์ โดยบุกรุกปลูกปาล์ม สลับกับสวนยาง อายุตั้งแต่ 1-10 ปี กระจายเต็มพื้นที่ นอกจากนี้ยังพบ ขนำที่อาศัยชั่วคราว และมีร่องรอยการทำประโยชน์ โดยสวนยางมีการกรีดตัดยาง คาอยู่ นายโสภณ จึงสั่งให้เจ้าหน้าที่ ตรวจวัดพิกัด จีพีเอส พื้นที่ที่มีการบุกรุก พบว่า มีจำนวน 62 ไร่เศษ นอกจากนี้ ยังพบร่องรอยการขยายพำนที่เพื่อทำประโยชน์ โดยมีการปลูกปาล์มน้ำมันขนาดเล็ก จึงได้แจ้งความดำเนินคดี กับ พ.ต.ท. บรรจบ สงณรงค์
สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 8 จัดทีมลงพื้นที่ภาคใต้ตอนบน ชุมพร กระบี่ สุราษฎร์ธานี เจาะสัดส่วนค่าใช้จ่ายของเกษตรกรสวนปาล์ม ระบุ ค่าใช้จ่ายการจ้างแรงงานมากสุด ร้อยละ 59 รองลงมา คือ ค่าใช้จ่าย ปุ๋ย ยา โดยค่าจ้างแรงงานร้อยละ 83 ใช้แรงงานไทยเป็นหลัก ย้ำ ความซื่อสัตย์สุจริตคือสิ่งสำคัญ ในขณะที่ทักษะฝีมือยังฝึกได้ นายคมสัน จำรูญพงษ์ รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงสถานการณ์การใช้แรงงานและความต้องการแรงงานของเกษตรกรชาวสวนปาล์ม โดยสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 8 จังหวัดสุราษฎร์ธานี (สศท.8) ลงพื้นที่ 3 จังหวัด ได้แก่ ชุมพร กระบี่ และสุราษฎร์ธานี แหล่งผลิตปาล์มน้ำมันที่สำคัญของประเทศ พบว่า สัดส่วนค่าใช้จ่ายเงินสดของเกษตรกรชาวสวนปาล์ม ใช้จ่ายมากที่สุด คือ ค่าจ้างแรงงาน คิดเป็นร้อยละ 59 รองลงมา คือ ค่าใช้จ่าย ปุ๋ย ยา ร้อยละ 31 และอีกร้อยละ 10 เป็นค่าใช้จ่ายอื่นๆ เช่น ค่าวัสดุ เคียวเกี่ยวทางปาล์ม เป็นต้น ค่าใช้จ่ายในการจ้างแรงงาน ส่วนใหญ่เป็นค่าจ้างในกิจกรรมเก็บเกี่ยวมากที่สุด มีการเก็บเกี่ยวผลปาล์มสุก ในทุก 15 – 20 วัน หรือเฉลี่ยปีละ 18 –
สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 8 ประเมินปริมาณการใช้น้ำ (Water Footprint) จากการผลิตปาล์มน้ำมันในพื้นที่ส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่แปลงต้นแบบ อำเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร แจง ผลิตปาล์มน้ำมัน 1 ตัน ใช้น้ำ 831 ลูกบาศก์เมตร หรือปาล์มน้ำมัน 1 ไร่ ใช้น้ำ 2,157 ลูกบาศก์เมตร โดยปริมาณน้ำ 1 ลูกบาศก์เมตร สามารถสร้างรายได้จากการผลิตปาล์มน้ำมัน 2.01 บาท นายคมสัน จำรูญพงษ์ รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงผลการศึกษาปริมาณการใช้น้ำจากการผลิตปาล์มน้ำมันในพื้นที่ส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่แปลงต้นแบบ จังหวัดชุมพร โดยสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 8 จังหวัดสุราษฎร์ธานี (สศท.8) เพื่อศึกษาปริมาณการใช้น้ำ ประเมินมูลค่าน้ำทางเศรษฐกิจและเปรียบเทียบผลตอบแทนทางเศรษฐกิจจากการผลิตของปาล์มน้ำมันในพื้นที่ส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ จังหวัดชุมพร จากการรวบรวมข้อมูลจากการสัมภาษณ์เกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมัน ในปี 2558 ที่เป็นสมาชิกในพื้นที่โครงการส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ จำนวน 63 ราย ผลการศึกษาพบว่า ปริมาณการใช้น้ำ (Water Footprint) ของการผลิตปาล์มน้ำมัน 1 ตัน ใช้น้ำ 831 ลูกบาศก์เมต
แม้ว่าปัญหาภัยแล้งในระยะนี้จะเริ่มทุเลาลงไป เพราะฤดูฝนก้าวเข้ามาเกือบเต็มรูปแบบแล้วก็ตาม แต่ภาวะภัยแล้งก็ไม่ได้หนีหายไปจากใจของเกษตรกรแขนงต่างๆ เพราะต่างรู้กันดีอยู่แล้วว่า การทำการเกษตร หากขาดน้ำก็ไปไม่รอด ดังนั้น การแก้ปัญหาภัยแล้งอย่างยั่งยืน จึงเป็นแนวทางที่น่าจะช่วยลดผลกระทบที่เกิดจากภัยแล้งในทุกปีได้ดีที่สุด กรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นหน่วยงานหนึ่งที่ก้าวเข้ามารับผิดชอบโดยหน้าที่ ในการแก้ปัญหาภัยแล้ง และลดผลกระทบที่มีต่อเกษตรกรจากภาวะภัยแล้งที่เกิดขึ้น หนึ่งในหลายโครงการและมองเห็นเป็นรูปธรรมคือ โครงการอบรมเพื่อเพิ่มผลิตภาพการผลิตของเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง ซึ่งนอกจากพุ่งเป้าช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้งแล้ว ยังสร้างเครือข่ายการทำงานแบบมีส่วนร่วม โดยการเรียนรู้จากเกษตรกรต้นแบบในชุมชน อันจะเป็นการสร้างฐานการเรียนรู้อย่างยั่งยืน กรมส่งเสริมการเกษตร โดย นายโอฬาร พิทักษ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เล็งเห็นความสำคัญของโครงการ จึงติดตามตรวจสอบอย่างเคร่งครัด โดยการลงพื้นที่สำรวจการดำเนินโครงการถึงถิ่น ซึ่งครั้งนี้ลงพื้นที่ในจังหวัดระนอง ทั้งนี้ นาย
