สวนยางไทย
ท่ามกลางกระแสโลกที่กำลังตื่นตัวเรื่องสิ่งแวดล้อมและการลดขยะพลาสติก ภาคการเกษตรเองก็เริ่มเผชิญคำถามสำคัญว่า จะทำอย่างไรให้การผลิตเติบโตควบคู่ไปกับความยั่งยืนได้จริง เพราะแม้ “พลาสติก” จะเป็นวัสดุที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้กับการเกษตรในหลายด้าน แต่ในอีกมุมหนึ่ง พลาสติกจำนวนมหาศาลกลับกลายเป็นภาระต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว โดยเฉพาะพลาสติกที่ผลิตจากปิโตรเลียม ซึ่งใช้เวลาย่อยสลายนานและก่อให้เกิดปัญหามลพิษสะสมทั่วโลก ในช่วงเวลาที่หลายประเทศเริ่มให้ความสำคัญกับเศรษฐกิจสีเขียวและการลดคาร์บอนฟุตพรินต์ “ยางพารา” ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญของไทย กำลังถูกมองใหม่ในฐานะวัสดุแห่งอนาคต ที่สามารถต่อยอดได้มากกว่าการผลิตยางรถยนต์หรือผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมทั่วไป เพราะวันนี้ นักวิจัยไทยกำลังพยายามเปลี่ยน “ยางธรรมชาติหรือยางพารา” ให้กลายเป็นวัสดุที่ตอบโจทย์ทั้งเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม ผ่านนวัตกรรม “ถุงเพาะกล้ายางพาราย่อยสลายได้” ที่ช่วยลดการใช้พลาสติก พร้อมเพิ่มมูลค่าให้กับยางพาราไทยในเวลาเดียวกัน ดร.ไพโรจน์ จิตรธรรม นักวิจัยอาวุโส และผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยนวัตกรรมการแปรรูปยาง ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ สวทช. กล่า
ดร.ธีธัช สุขสะอาด ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การยางแห่งประเทศไทย ในฐานะองค์กรรัฐวิสาหกิจ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้รับนโยบายทั้งจากกระทรวงและรัฐบาลในการผลักดันส่งเสริมการใช้ยางพาราในประเทศให้มากยิ่งขึ้น เพราะไทยเป็นประเทศผู้ผลิตยางธรรมชาติที่ส่งออกรายใหญ่ของโลก หากมีการกระตุ้นและผลักดันให้เกิดการแปรรูปเพื่อใช้ยางพาราภายในประเทศให้มากที่สุด จะเป็นประโยชน์สูงสุดที่จะนำผลผลิตที่มีคุณภาพ มาผลิตเป็นสินค้าที่มีคุณภาพ เพื่อให้คนในประเทศได้ใช้ของดีมีคุณภาพ ฉะนั้น กยท. ได้ริเริ่มโครงการยางล้อประชารัฐ เป็นหนึ่งในโครงการที่จะมีการนำยางไปใช้มากที่สุด เพราะธุรกิจยานยนต์ เป็นธุรกิจที่ใช้วัตถุดิบจากยางพาราเป็นจำนวนมาก ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ไทยมีผลผลิตยางประมาณ 4.47 ล้านตัน สามารถนำไปใช้ภายในประเทศประมาณ 0.6 ล้านตัน คิดเป็นร้อยละ 13.42 ของผลผลิตทั้งหมด และยางส่วนใหญ่ถูกใช้ในการผลิตยางยานพาหนะ 0.34 ล้านตัน คิดเป็นร้อยละ 56.48 ของปริมาณยางทั้งหมด ในขณะเดียวกัน แนวโน้มอุตสาหกรรมยานยนต์ ภายในประเทศจะมีความเติบโตขึ้นในช่วงปี 2560 เนื่องมาจาก ตลาดส่งออกมีการขยายสู่ภูมิภาคอาเซียนตามแผนการส่งออกรถอี
