สศท.6
นางธีรารัตน์ สมพงษ์ รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 6 ชลบุรี (สศท.6) สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า สศก. ได้คาดการณ์ว่า ไม้ผลตะวันออก 4 ชนิด ได้แก่ ทุเรียน มังคุด เงาะ และลองกอง ในพื้นที่ 3 จังหวัด ได้แก่ จันทบุรี ระยอง และตราด จะมีผลผลิตรวม 1,163,618 ตัน ลดลงจากปี 2565 ที่มีจำนวน 1,189,522 ตัน เนื่องจากสภาพอากาศแปรปรวน มีฝนตกชุกต่อเนื่องตลอดทั้งปี ส่งผลให้การออกดอกของไม้ผลเว้นช่วง ประกอบกับมีการโค่นต้นมังคุด เงาะ ลองกอง ที่ให้ผลแล้วออกเพื่อปลูกทุเรียนทดแทน ทำให้เก็บเกี่ยวผลผลิตได้ลดลง โดยผลผลิตจะเริ่มทยอยออกสู่ตลาดตั้งแตกลางเดือนกุมภาพันธ์ ต่อเนื่องจนถึงต้นเดือนตุลาคม 2566 และจะออกชุกช่วงกลางเดือนเมษายนถึงกลางเดือนพฤษภาคม 2566 จากการติดตามสถานการณ์ไม้ผลอย่างใกล้ชิดในพื้นที่ พบว่า ขณะนี้ ทุเรียน ออกดอกแล้วร้อยละ 65 พัฒนาการส่วนใหญ่อยู่ในระยะหัวกำไล ระยะมะเขือพวง และดอกเริ่มบาน โดยทุเรียนที่จะเริ่มเก็บเกี่ยวได้ก่อน คือ ทุเรียนพันธุ์เบาและทุเรียนที่บังคับสารออกดอก ได้แก่ พันธุ์กระดุม พันธุ์พวงมณี และพันธุ์หมอนทองบางส่วน เริ่มเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ตั้งแต่กลาง
นายชัฐพล สายะพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 6 ชลบุรี (สศท.6) สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า “ทุเรียนปราจีน” จังหวัดปราจีนบุรี เป็นสินค้าเกษตรที่ได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (Geographical Indications: GI) จากกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2559 และได้รับรางวัลชนะเลิศอันดับที่ 1 ประเภทการค้าภายในประเทศจากกิจกรรมการประกวดงานวันทุเรียนโลก เมื่อปี 2558 ทั้งนี้ ทุเรียนปราจีนสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับจังหวัดปราจีนบุรีกว่า 50 ล้านบาท/ปี นับว่าเป็นโอกาสทางการค้า และยังเป็นการยกระดับทุเรียนให้เป็นสินค้าคุณภาพที่ได้มาตรฐานการผลิต สร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค ผู้ค้า ในด้านของคุณภาพและความปลอดภัย ปัจจุบันจังหวัดปราจีนบุรี มีเนื้อที่ปลูกทุเรียนปราจีน GI จำนวน 2,770 ไร่ เนื้อที่ให้ผล จำนวน 1,574 ไร่ มีเกษตรกรผู้ปลูก จำนวน 521 ราย พื้นที่ปลูกครอบคลุมใน 5 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองปราจีนบุรี กบินทร์บุรี ประจันตคาม ศรีมหาโพธิ และนาดี เนื่องจากเป็นพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ที่เหมาะสมกับการปลูกทุเรียน ลักษณะสภาพดินชั้นบนเป็นดินร่วน
