สำนักงานเกษตรจังหวัดนครราชสีมา
มันสำปะหลัง เป็นพืชเศรษฐกิจที่มีความสำคัญอันดับต้นของประเทศไทย โดยจังหวัดนครราชสีมา เป็นแหล่งผลิตที่ใหญ่ที่สุด ในปี 2567/2568 มีพื้นที่ปลูกมันสำปะหลัง 923,964 ไร่ แต่ทุกวันนี้ พื้นที่ปลูกมันสำปะหลังลดลงคิดเป็นร้อยละ 4.27 (ข้อมูลจากระบบทะเบียนเกษตรกร) จากการระบาดรุนแรงของโรคใบด่างมันสำปะหลัง ในปี2567/2568 มีพื้นที่ระบาดจำนวน 437,906.93 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 47.39 ของพื้นที่ปลูกทั้งหมด ส่งผลกระทบโดยตรงต่อรายได้และความมั่นคงในอาชีพของเกษตรกร ปัญหาอุปสรรค สำนักงานเกษตรจังหวัดนครราชสีมา ได้สำรวจ Pain Point ของเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง ในพื้นที่อำเภอโนนแดง พบว่ามีต้นทุนการผลิตสูงถึง 8,000 – 12,000 บาทต่อไร่ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นต้นทุนค่าปุ๋ยเคมี ค่าท่อนพันธุ์ และการเตรียมดิน ในขณะที่ผลผลิตต่อไร่ให้ผลตอบแทนไม่คุ้มค่ากับการลงทุนและปัญหาที่ท้าทายต่อการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ได้แก่ ปัญหาดินที่เสื่อมโทรม การแปรปรวนของสภาพภูมิอากาศ ยกระดับประสิทธิภาพการจัดการแปลง เพื่อให้เกิดความมั่นคงในห่วงโซ่การผลิตมันสำปะหลัง สำนักงานเกษตรจังหวัดนครราชสีมา จึงได้ร่วมมือกับกลุ่มแปลงใหญ่มันสำปะหลังตำบลโนนตาเถ
สำนักงานเกษตรจังหวัดนครราชสีมา โดยสำนักงานเกษตรอำเภอเทพารักษ์ได้ยกย่องนายสุรศักดิ์ กระฉอดนอก เป็นเกษตรกรต้นแบบศูนย์เรียนรู้เกษตรผสมผสาน หมู่ที่ 11 บ้านวังกระทะเหนือ ตำบลสำนักตะคร้อ อำเภอเทพารักษ์ จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งการทำเกษตรผสมผสาน สร้างอาชีพและรายได้ที่ยั่งยืนโดยประเด็นที่หลายคนสนใจเข้ามาเรียนรู้ คือ การปลูกกล้วยหอมทอง 1 ไร่ สร้างรายได้ไม่น้อยกว่า 50,000 บาท/ปี การดูแลรักษาต้นกล้วย ในขั้นตอนการเตรียมดิน นายสุรศักดิ์ จะใช้ปุ๋ยอินทรีย์หรือปุ๋ยหมักปรับปรุงดิน คลุกเคล้าด้วยเชื้อราไตรโคเดอร์มา เพื่อป้องโรคตายพราย พร้อมกับจัดการระบบน้ำ แบบน้ำพุ่ง เพื่อให้กล้วยได้น้ำอย่างเพียงพอตลอดทั้งปี ช่วยให้ต้นกล้วยสมบูรณ์และเจริญเติบโตเร็ว จากนั้นบำรุงต้นด้วยปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักตลอดอายุของต้นกล้วย วิธีการปลูกขยายพันธุ์ นายสุรศักดิ์ จะปลูกขยายพันธุ์โดยใช้หน่อกล้วยจากต้นกล้วยที่เก็บผลผลิตแล้ว ซึ่งต้นกล้วย 1 ต้น จะออกหน่อประมาณ 3-5 หน่อ เมื่อเก็บผลผลิตแล้วจะต้องทำการตัดต้นกล้วยนั้นออกทิ้ง เพื่อไม่ให้แย่งอาหาร โดยตัดให้เหลือความสูงประมาณ 100 เซนติเมตร เพื่อให้ต้นแม่เป็นอาหารเลี้ยงหน่อเล็ก และเลือ
