สำนักงานเกษตรจังหวัดปทุมธานี
“หญ้าปูสนาม” เป็นหนึ่งในพืชเศรษฐกิจสำคัญของจังหวัดปทุมธานี มีพื้นที่ปลูกประมาณ 5,000 ไร่ ปลูกขายทั้งตลาดในประเทศ และตลาดต่างประเทศ เช่น สิงคโปร์และมาเลเซีย ฯลฯ หากใครสนใจประกอบอาชีพปลูกหญ้าปูสนาม สำนักงานเกษตรจังหวัดปทุมธานี มีคำแนะนำเกี่ยวกับการปลูกและดูแลรักษาหญ้าปูสนาม เพื่อจำหน่าย ประกอบด้วยขั้นตอนการผลิต “หญ้าปูสนาม” ดังนี้คือ 1. การเตรียมพื้นที่ (ทำเทือก) 2. การปลูกหญ้า (ดำหญ้า) 3. การบำรุงรักษา 4. เก็บเกี่ยวผลผลิต 5. การเตรียมหญ้าสำหรับส่งออกต่างประเทศ และจังหวัดใกล้เคียง วิธีเตรียมพื้นที่ (ทำเทือก) เริ่มจาก การปรับพื้นที่ปลูกไร่หญ้าโดยการขุดร่องน้ำและกั้นคันดินรอบบริเวณ เพื่อป้องกันน้ำท่วม และความสะดวกในการรดน้ำแปลงหญ้า พร้อมทั้งช่วยระบายน้ำยามที่มีฝนชุก หลังจากนั้น ใช้ลูกกลิ้งขนาดใหญ่บดอัดดินให้แน่นสลับกับการรดน้ำ เพื่อช่วยให้ดินแข็งตัวมากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งปรับหน้าดินให้เรียบเสมอทั้งแปลงเพื่อป้องกันน้ำขังในพื้นที่ลุ่ม และผลผลิตที่ได้ออกมาจะสวยเสมอสามารถแซะออกได้ทั้งแปลง และดูแลได้ง่ายกว่าพื้นที่ลุ่มๆ ดอนๆ การปลูกหญ้า (ดำหญ้า) เมื่อเตรียมพื้นที่เรียบร้อยแล้ว จึงฉีดน้ำผสมดินเลน
“เตยหอม” เป็นหนึ่งในพืชทำเงินของจังหวัดปทุมธานี ปลูกครั้งเดียวเก็บขายได้หลายปี เตยเป็นพืชครึ่งบกครึ่งน้ำชนิดหนึ่งที่มีใบสีเขียวยาว มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว ใบเล็กหรือใหญ่ขึ้นอยู่กับความอุดมสมบูรณ์ในพื้นที่ปลูก ใบเตยจะขึ้นอยู่ในพื้นที่ใดก็ได้ แต่ต้องมีน้ำเพียงพอต่อการดำรงชีวิตและการเติบโตของต้นเตยได้ ส่วนใหญ่ต้องปลูกตามชายน้ำ แหล่งปลูกเตยหอมในปัจจุบันอยู่ที่บริเวณ ตำบลคลองสาม-คลองสี่ อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี ได้มีการจัดตั้งกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเตยหอมคลองสามหมู่ที่ 13 ตำบลคลองสาม อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี พื้นที่รวมไม่ต่ำกว่า 450 ไร่ ปัจจุบันเตยหอมเป็นที่ต้องการของตลาดอย่างต่อเนื่อง เกษตรกร สามารถขายใบเตยหอมได้ 3 แบบ คือ ตัดต้นขาย ขายเฉพาะใบ และขายแขนง (หน่อ) มีพ่อค้าคนกลาง เข้ามารับซื้อในแหล่งผลิต ต้นทุนการผลิตกรณีตัดต้นขาย มีต้นทุน 16,397 บาทต่อไร่ ผลตอบแทนสุทธิ 15,103 บาทต่อไร่ เคล็ดลับปลูกเตยหอม การปลูกเตยหอมต้องมีพื้นที่จะเพาะปลูก ต้องใกล้น้ำค่อนข้างแฉะ มีน้ำหมุนเวียนตลอดปี มีร่มเงารำไรให้ต้นเตยไม่โดนแสงแดดโดยตรง หรือตามร่องสวน ตามชายบ่อน้ำ ส่วนการปลูกในพื้นนามีการเตรียมดินคล้ายกับก
หมากเหลือง (Yellow palm) เป็นไม้ยืนต้นในวงศ์ปาล์ม ปลูกง่าย โตไว มีทรงพุ่มสวยงาม ทางใบยาว โค้งย้อยลงดิน แผ่นใบสีเหลืองอมเขียว นิยมปลูกทั้งภายในและภายนอกอาคารสถานที่เพื่อตกแต่งให้สวยงาม ให้ความร่มรื่นหรือช่วยดูดสารพิษในอากาศ การรวมกลุ่มปลูกหมากเหลืองแบบแปลงใหญ่ของเกษตรกรจังหวัดปทุมธานี เป็นกระบวนการพัฒนาคุณภาพผลผลิต หมากเหลืองเป็นพืชเศษฐกิจที่มีตลาดรองรับในการซื้อขาย ทำให้เกษตรกรมีรายได้นำไปใช้เป็นทุนหมุนเวียนในการผลิตและเพื่อการยังชีพที่มั่นคง คุณสมเดช คงกระพันธุ์ เกษตรจังหวัดปทุมธานี เล่าให้ฟังว่า หมากเหลือง (Yellow palm) เป็นพืชในวงศ์ปาล์มที่มีอายุยืนยาว ปลูกและดูแลรักษาง่าย ชอบดินร่วน มีลำต้นทรงกลมตั้งตรง แตกหน่อเป็นกอใหม่รอบต้นแม่ เมื่อโตเต็มที่จะสูงได้ถึง 8 เมตร ลำต้นเป็นข้อหรือเป็นวงชัดเจน ผิวลำต้นเรียบ มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 4-8 เซนติเมตร โคนต้นสีเหลืองส้มหรือเขียวอมเหลือง และปลายต้นมีนวลสีขาวปกคลุม ดอกขนาดเล็กสีขาวออกเป็นช่อ ผลอ่อนสีเขียว ผลแก่สีเหลือง และเมื่อผลสุกจัดเป็นสีแดงแสดหรือสีม่วงอมดำ หมากเหลือง เป็นไม้ยืนต้นที่มีทรงพุ่มสวยงาม ทางใบยาว โค้งย้อยลงดิน แผ่นใบสีเหลืองอมเขียว น
จังหวัดปทุมธานี มีพื้นที่ทางการเกษตรรวมทั้งจังหวัด 343,601 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 36 ของพื้นที่ทั้งหมด ส่วนใหญ่ใช้ปลูกข้าว ไม้ผล และพืชผัก โดยอำเภอที่มีพื้นที่ทำการเกษตรมากที่สุดคือ อำเภอหนองเสือ ลาดหลุมแก้ว ลำลูกกา ตามลำดับ ปัจจุบันแม้กระแสความเจริญของสังคมเมืองโดยเฉพาะโครงการบ้านจัดสรรที่รุกเข้าสู่พื้นที่การเกษตรอย่างต่อเนื่อง แต่ “อำเภอลาดหลุมแก้ว” เป็นหนึ่งในทำเลทองทางการเกษตรของจังหวัดปทุมธานี ยังมีพื้นที่การเกษตรมากถึง 121,500 ไร่ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพื้นที่นาข้าวกว่าแสนไร่ รองลงมาเป็นสวนมะม่วง 793 ไร่ พืชผัก 453 ไร่ และสวนมะพร้าว 334 ไร่ คุณมาโนช ระรวยรส นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ สำนักงานเกษตรจังหวัดปทุมธานี โทร. 081-633-6189 กล่าวว่า ปัจจุบัน อำเภอลาดหลุมแก้ว ยังคงรักษาความเป็นเกษตรธรรมชาติได้อย่างดี ที่นี่ทำการเกษตรหลากหลายชนิด ทั้งนาข้าว ไม้ผล ไร่นาสวนผสม มีสวนกล้วยไม้แปลงใหญ่ เหมาะสำหรับพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร เพราะอยู่ใกล้ กทม. เส้นทางคมนาคมสะดวกสบาย ปัจจุบัน กรมพัฒนาชุมชน ได้สนับสนุนให้มีโครงการชุมชนท่องเที่ยวโอท็อป (OTOP) นวัตวิถี ตามโครงการ “ไทยนิยม ย
“ ส้มเขียวหวาน” เป็นไม้ผลเศรษฐกิจที่น่าสนใจ ลงทุนครั้งเดียวสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตออกขายได้นานถึง 20 ปี ส้มเขียวหวานปลูกง่ายใช้เวลาแค่ 3 ปีก็เก็บผลผลิตออกขายได้แล้ว ส้มเขียวหวานติดผลดก มีผลผลิตตลอดทั้งปี และ ให้ผลตอบแทนต่อไร่สูง เกษตรกรจึงหันมาปลูกส้มเขียวหวานอย่างเป็นล่ำเป็นสันทั่วประเทศ ในอดีต “ ทุ่งรังสิต ” นับเป็นแผ่นดินทองที่มีการปลูกส้มเขียวหวานมากที่สุดในประเทศไทย ไม่ต่ำกว่า 150,000 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 80 ของผลผลิตทั้งประเทศ ส่วนหนึ่งเกิดขึ้นจาก เกษตรกรสวนส้มในพื้นที่ตำบลบางมด เขตราษฎร์บูรณะและเขตตลิ่งชัน ซึ่งเป็นแหล่งผลิตส้มบางมด (ส้มเปลือกล่อน รสหวานจัดอมเปรี้ยวเล็กน้อย ) ประสบปัญหาน้ำเสีย จึงได้อพยพมาทำการเพาะปลูกในอำเภอหนองเสือ อำเภอลำลูกกา อำเภอธัญบุรี และอำเภอคลองหลวง ซึ่งที่ดินมีราคาถูกและสภาพน้ำยังดีอยู่ เนื่องจากส้มเป็นพืชที่ต้องการน้ำในปริมาณมาก เกษตรกรทุ่งรังสิตส่วนใหญ่จึงนิยมทำสวนส้มแบบร่องน้ำเพื่อให้มีปริมาณน้ำมากพอสำหรับหล่อเลี้ยงผลส้มตลอดทั้งปี ส้มเปลือกล่อนที่ปลูกแพร่หลายในทุ่งรังสิต แบ่งได้เป็น 4 ชนิดได้แก่ 1. ส้มผิวบางมด ที่มีลักษณะเด่นเหมือนส้มบางมดคือ ผิวเป็นกระ
