สำนักงานเกษตรอำเภอบ้านแท่น
มีโอกาสสัมภาษณ์ คุณสุวิทย์ คงปาน ประธานกลุ่มเงาะแปลงใหญ่ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนพัฒนาไม้ผลเพิ่มพูนทรัพย์ คุณกรุณา อักษรเพียร เหรัญญิกกลุ่มเงาะแปลงใหญ่ฯ และคณะกรรมการท่านอื่นๆ ที่ หมู่ที่ 4 บ้านเหมืองทวด ตำบลเพิ่มพูนทรัพย์ อำเภอบ้านนาสาร จังหวัดสุราษฎร์ธานี คุณสุวิทย์ เล่าว่า “อดีตเมื่อ 70-80 ปีที่แล้ว มีการทำเหมืองแร่ดีบุกมาก่อน โดยที่ผ่านมาชาวบ้านแถวนี้ทำการเกษตรทั่วไป อาทิ สวนผลไม้ สวนเงาะ สวนยางพารา หลักๆ ก็จะเป็นสวนเงาะ” ปัจจุบัน คุณสุวิทย์ อายุ 50 ปี โดยกล่าวเทียบราคาเงาะจากครั้งในอดีตตอนที่ยังคงเป็นเด็กว่า สมัยนั้นเงาะราคากิโลกรัมละประมาณ 7 บาท “เมื่อสมัย 30-40 ปีก่อน แถวนี้เป็นทุ่งนาปลูกข้าว ช่วงปี พ.ศ. 2531 มีเหตุการณ์น้ำป่าไหลหลากเกิดขึ้น ส่งผลให้น้ำท่วมหมดเลย โดยหลังจากนั้นจึงทำการฟื้นฟูก็ปลูกเงาะปลูกทุเรียนเพิ่มขึ้น ตอนแรกสวนเงาะ สวนทุเรียน ก็มีน้อย ส่วนใหญ่ก็มีนาข้าว พื้นที่ปลูกส่วนใหญ่ต่อคนหรือครอบครัว อยู่ที่ 10-20 ไร่ โดยประมาณ” คุณกรุณา กล่าว คุณสุวิทย์ เล่าว่า “จุดเริ่มต้นการกำเนิดเงาะแปลงใหญ่ เริ่มเมื่อปี พ.ศ. 2558 นำโดยเกษตรอำเภอบ้านนาสารและเจ้าหน้าที่…โครงการแปลงให
อุทัยธานี นับเป็นอีกจังหวัดที่ปลูกทุเรียนได้มีคุณภาพ อันเป็นผลจากความอุดมสมบูรณ์ของสภาพอากาศตลอดถึงทรัพยากรทางธรรมชาติ โดยเฉพาะในเขตพื้นที่อำเภอบ้านไร่ ซึ่งชาวบ้านหันมาปลูกทุเรียนและไม้ผลผสมผสานแทนการปลูกพืชไร่ที่สร้างปัญหากับราคาตกต่ำ คุณวิโรจน์ เผ่าพันธุ์โพธิ์ อยู่บ้านเลขที่ 20 หมู่ที่ 7 ตำบลคอกควาย อำเภอบ้านไร่ จังหวัดอุทัยธานี เคยยึดอาชีพปลูกพืชไร่หลายชนิด ไม่ว่าจะเป็น สับปะรด ข้าวโพด และมันสำปะหลัง แต่ประสบปัญหาราคาตกต่ำ จึงเปลี่ยนมาปลูกทุเรียนเป็นหลัก แล้วเสริมด้วยไม้ผลหลายชนิดแบบผสมผสาน พร้อมเปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร ดึงนักชิมผลไม้เข้ามาอุดหนุนสร้างรายได้อย่างงดงาม ภายหลังความสำเร็จจากการปลูกทุเรียนของชาวบ้านบางรายในเขตอำเภอบ้านไร่ ส่งผลต่อรายได้ที่ดีกว่าพืชไร่ ได้สร้างแรงจูงใจเป็นแบบอย่างให้คุณวิโรจน์ตัดสินใจปลูกทุเรียนเมื่อ 20 กว่าปีที่ผ่านมา ด้วยการไปหาซื้อกิ่งพันธุ์ทุเรียนมาจากจังหวัดจันทบุรี ได้แก่ หมอนทอง ก้านยาว และชะนี ปลูกรวมกันในพื้นที่ 25 ไร่ ลักษณะพื้นที่ปลูกทุเรียนในสวนคุณวิโรจน์รุ่นแรกจะปลูกไปตามสภาพทางธรรมชาติ ไม่ได้กำหนดเป็นแถว/แนว เพียงแต่มีระยะห่างต้น ปร
รังไหม มีเส้นใยให้นำไปทอร้อยเรียงอย่างเป็นระเบียบได้ผืนผ้าที่งดงาม ส่วนรังไหมเปล่ามักถูกทิ้งไปอย่างไร้ค่า แต่ปัจจุบันมีหลายกลุ่มกิจกรรมรวมทั้งวิสาหกิจชุมชนรังไหมประดิษฐ์ ได้นำรังไหมเปล่ามาแปรรูปประดิษฐ์เป็นสิ่งของเครื่องใช้หรือทำเป็นผลิตภัณฑ์ประเทืองผิว เหมาะที่จะเป็นของใช้และเป็นของฝาก เป็นทางเลือกสู้กับวิกฤตเศรษฐกิจด้วยการสร้างโอกาสสร้างงานทำในยามว่างที่ก่อให้มีรายได้นำไปสู่วิถีการยังชีพที่มั่นคง คุณสุพจน์ ประสมทอง เกษตรอำเภอบ้านหมอ เล่าให้ฟังว่า สภาพพื้นที่โดยทั่วไปในเขตอำเภอบ้านหมอมีความอุดมสมบูรณ์เหมาะสมต่อการเกษตร ทั้งการปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ และทำการประมงเพาะเลี้ยง การพัฒนาการผลิต ได้ส่งเสริมให้เกษตรกรสู้กับสภาวะวิกฤตเศรษฐกิจที่ผันแปรด้วยการทำการเกษตรผสมผสานหรือทำไร่นาสวนผสม ให้ผลิตในระบบเกษตรดีที่เหมาะสม GAP เพื่อให้ได้สินค้าเกษตรคุณภาพมาตรฐาน ให้มีการรวมกลุ่มเป็นวิสาหกิจชุมชนทำกิจกรรมด้านการแปรรูปหรือประดิษฐ์ผลผลิตเกษตรเพื่อการเพิ่มมูลค่า และใช้เวลาในยามว่างให้เกิดประโยชน์ เพื่อป้องกันและลดความเสี่ยงด้านการผลิตและการตลาดเกษตร รังไหมสู่การแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่า รังไหมที่เอาเส้นใย
“ส้มโอ” เป็นผลผลิตทางการเกษตรที่มีชื่อเสียงและเป็นผลิตภัณฑ์หนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ (OTOP) ของตำบลบ้านแท่น อำเภอบ้านแท่น จังหวัดชัยภูมิ ส้มโอบ้านแท่นมีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นคือ เปลือกบาง ผิวสวย เนื้อมีปริมาณมาก รสหวานอมเปรี้ยวกำลังดี และมีกลิ่นหอม เคยคว้ารางวัลชนะการประกวดส้มโอ อันดับ 1 ระดับประเทศมาแล้ว ว่าที่พันตรีวิเวก จงสูงเนิน เกษตรอำเภอบ้านแท่น จังหวัดชัยภูมิ กรุณาสละเวลาพาทีมงานเทคโนโลยีชาวบ้านไปที่หมู่บ้านหนองผักหลอด ตำบลบ้านแท่น ซึ่งเป็นแหล่งปลูกส้มโอที่มีชื่อเสียงของอำเภอบ้านแท่นพร้อมพูดคุยกับ คุณบุญมี นามวงศ์ เป็นประธานกลุ่มเกษตรกรทำสวนบ้านแท่น คุณจักรินทร์ รัตนประทุม คุณสมสี พลนิกร และสมาชิกกลุ่มเกษตรกรทำสวนบ้านแท่นอีกหลายท่าน จุดกำเนิด “ส้มโอบ้านแท่น” เมื่อปี 2530 คุณบุญมี นามวงศ์ (โทร. 082-749-9785) ได้นำมะม่วงจากอำเภอบ้านแท่นไปขายที่ตลาดสี่มุมเมือง เมื่อสินค้าไปถึงตลาด ปรากฏว่า ผลผลิตเสียหาย และขายได้ราคาถูก ขณะที่ส้มโอจากนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม ที่นำมาวางขายในตลาดเดียวกัน กลับขายได้ราคาสูงและผลผลิตไม่เสียหายในระหว่างการขนส่ง แถมมีอายุจำหน่ายยาวนานกว่ามะม่วง คุณบุญมี จึงเกิด
