สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.)
กรมปศุสัตว์ส่งเสริมระบบ Biogas (ก๊าซชีวภาพ) ในฟาร์มสุกรเพื่อบำบัดน้ำเสีย ลดกลิ่นรบกวน และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้กว่า 2 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี โครงการนี้เปลี่ยนมูลสุกรเป็นพลังงานไฟฟ้าทดแทนในฟาร์มและสร้างรายได้จากการขายคาร์บอนเครดิต (Carbon Credit) ซึ่งช่วยสนับสนุนนโยบาย BCG Economy ของประเทศ ต่อมา กรมปศุสัตว์ได้ขยายผลสำเร็จระบบ Biogas ในฟาร์มสุกร มาประยุกต์ใช้ในฟาร์มโคนมอย่างเป็นรูปธรรม โดยดำเนินโครงการนำร่องเพื่อสร้าง “ฟาร์มโคนมต้นแบบ” ของกรมปศุสัตว์ ในปี 2567 จำนวน 20 ฟาร์ม ครอบคลุมพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน สระแก้ว และนครราชสีมา นายพีรพันธ์ คอทอง เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า สศก.โดยสำนักวิจัยเศรษฐกิจการเกษตร ได้ลงพื้นที่สำรวจระบบบำบัดน้ำเสียชนิดได้ก๊าซชีวภาพ (Biogas) ในฟาร์มโคนมที่เข้าร่วมโครงการนำร่องเพื่อสร้าง “ฟาร์มโคนมต้นแบบ” ของกรมปศุสัตว์ ในด้านความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ (Economic Viability) พบว่าระบบ Biogas มีศักยภาพในการสร้างผลตอบแทนที่ชัดเจน โดยโครงการนำร่องนี้ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกรมปศุสัตว์ ซึ่งเมื่อรวมกับต้นทุนส่วนเกินของเกษ
“มันแกวบรบือ” พืชสร้างรายได้อีกหนึ่งชนิดของจังหวัดมหาสารคาม ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ปี 2563 พร้อมทั้งขับเคลื่อนสู่การเป็นสินค้าเกษตรและบริการมูลค่าสูง ข้อมูลจากกรมส่งเสริมการเกษตร ปี 2567 ระบุว่า มันแกวบรบือ จังหวัดมหาสารคาม มีพื้นที่ปลูก 2,175 ไร่ ผลผลิตรวม 4,458.30 ตัน แหล่งผลิตสำคัญอยู่ที่อำเภอบรบือ และอำเภอกุดรัง ปัจจุบันมีเกษตรกรที่เพาะปลูก จำนวน 277 ราย โดยมีเกษตรกรจำนวน 54 ราย อยู่ระหว่างกระบวนการตรวจรับรองแปลงเพาะปลูกเพื่อให้มีสิทธินำตราสัญลักษณ์สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ไปใช้ได้อย่างถูกต้องตามระเบียบที่กำหนด การปลูก นายนพดล ศรีพันธุ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 4 ขอนแก่น (สศท.4) สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า มันแกวบรบือสามารถปลูกได้ตลอดทั้งปี หลังจากปลูก 90 – 120 วัน จึงสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ ซึ่งจะแบ่งเป็น 3 รอบหลัก ๆ ได้แก่ รอบแรก ปลูกช่วงเดือนมกราคม เก็บเกี่ยวช่วงเดือนเมษายน เกษตรกรจะจำ
“ ปลากะพงสามน้ำทะเลสาบสงขลา” ได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2565 เนื่องจากมีเอกลักษณ์โดดเด่นเฉพาะตัวที่ไม่เหมือนใคร เพราะถูกเลี้ยงในทะเลสาบสงขลาที่เป็นแหล่งบรรจบของน้ำจืด น้ำเค็ม และน้ำกร่อย ทำให้ปลากระพงเนื้อแน่น นุ่มลิ้น รสชาติอร่อยที่สำคัญ ไม่มีกลิ่นคาว จึงเป็นสินค้าขายดี เป็นที่นิยมบริโภคของคนไทยและต่างชาติ ช่วยสร้างงาน สร้างอาชีพ และสร้างรายได้ที่มั่นคงให้แก่ชาวประมงในชุมชนแห่งนี้มาอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันกลุ่มวิสาหกิจชุมชนรักเกาะยอ ตำบลเกาะยอ อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา นับเป็นกลุ่มชาวประมงที่ประสบความสำเร็จในการผลิตปลากะพงสามน้ำทะเลสาบสงขลาและเป็นศูนย์กลางในการรวบรวมผลผลิตจากกลุ่มเครือข่าย จำนวน 19 กลุ่ม ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่อำเภอเมือง และอำเภอสิงหนคร เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรรายอื่นในการกระจายผลผลิต กลุ่มวิสาหกิจชุมชนรักเกาะยอ เริ่มดำเนินการปี 2563 อยู่ภายใต้การนำของประธานกลุ่ม คือ นางจีรวัฒน์ ชุตินธร กลุ่มฯ แห่งนี้ใช้พื้นที่กลางทะเลสาบสงขลา 4 ไร่ เลี้ยงปลากระพงในกระชังจำนวน 320 กระชัง ซึ่งสมาชิกเลี้ยงปลาในกระชังเฉลี่ย 10 กระชังต่อคร
นายฉันทานนท์ วรรณเขจร เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) ในฐานะโฆษกกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (ฝ่ายประจำ) เปิดเผยถึงผลการเจรจาภาษีต่างตอบแทน (Reciprocal Tariff) ระหว่างประเทศไทยและสหรัฐอเมริกาว่า ล่าสุดเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2568 ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ออกคำสั่งฝ่ายบริหาร (Executive Order) กำหนดอัตราภาษีนำเข้าสินค้าจากประเทศไทยที่อัตราร้อยละ 19 ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2568 เป็นต้นไป โดยอัตราดังกล่าวเป็นผลสืบเนื่องจากความพยายามในการเจรจาอย่างเข้มข้นของฝ่ายไทยที่ผ่านมา ซึ่งเป็นผลจากความพยายามในการเจรจาของฝ่ายไทยกับสหรัฐฯ ที่ผ่านมา กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประกอบด้วย สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร กรมปศุสัตว์ กรมประมง กรมวิชาการเกษตร และสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ ได้เข้าร่วมในการกำหนดท่าทีภาคการเกษตร ร่วมกับรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง (นายพิชัย ชุณหวชิร) และกระทรวงพาณิชย์ในฐานะฝ่ายเลขานุการ ในการเจรจาที่ผ่านมา กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้เสนอท่าทีและยึดมั่นในหลักการสำคัญเพื่อปกป้องภาคการเกษตรของประเทศอย่างถึงที่สุด คือ 1.ต้องเกิดผลกระทบน้อยที
